
เล็งผุดศูนย์ดูแลสุขภาพและการแพทย์ รับเทรด์สังคมสูงอายุ
โตโยต้าทูโช เล็งผุดศูนย์ดูแลสุขภาพและการแพทย์ครบวงจร พร้อมขยายไลน์สินค้าสุขภาพและไลฟ์สไตล์ ขณะที่เตรียมจัดงาน โตโยสึ เจแปน เฟสติวัล ปูทางสู่การขนสินค้าเข้าขายต้นปีหน้า
ขณะเดียวกันบริษัทได้วางแผนเตรียมขยายธุรกิจเพิ่มเติม ในด้านการจัดจำหน่ายสินค้ากลุ่มที่ไม่ใช้สินค้าอุตสาหกรรมรถยนต์ ซึ่งวางแผนนำสินค้ากลุ่มที่นอนสุขภาพ กลุ่มแม่และเด็ก และกลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์ที่ส่งเสริมสุขภาพที่ดีของประชาชน รววมถึงผลิตภัณฑ์ชิเซโด้ เข้ามาจำหน่ายในต้นปีหน้า โดยจะเป็นการจัดจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ และห้างสรรถสินค้าชั้นนำทั่วไป
ปัจจุบันบริษัทดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้ากลุ่มอุตสาหกรรมรถยนต์ ในสัดส่วน 80% ส่วนที่เหลือเป็นสินค้าที่ไม่ใช่กลุ่มอุตสาหกรรมรถยนต์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าอุปโภคบริโภค อาทิ ชุดยูนิฟอร์ม เม็ดพลาสติก อาหารทะเลแช่แข็งในสัดส่วน 20% ซึ่งเป็นการดำเนินธุรกิจในรูปแบบบีทูบี โดยนโยบายของบริษัมแม่ที่ประเทศญี่ปุ่นต้องการให้เพิ่มสัดส่วนสินค้าทั้ง 2 กลุ่มให้มีสัดส่วนเท่ากัน แต่เบื้องต้นภายในระยะ 3 ปีหรือภายในปี พ.ศ. 2563 ต้องการเพิ่มสัดส่วนเป็น 25-30%
ด้านนางสาวอนุษฐา เชาว์วิศิษฐ ผู้จัดการฝ่ายบัญชีและการเงิน กล่าวว่า ได้เตรียมงบประมาณ 10 ล้านบาท จัดงานดังกล่าวระหว่างวันที่ 29-30 กรกฎาคมนี้ ที่พารากอน ฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมชมงานกว่า 5 หมื่นคน มีการซื้อขายภายในงานกว่า 30-40 ล้านบาท โดยสินค้าที่นำมาจำหน่ายในงานจะเป็นสินค้าซึ่งยังไม่เคยวางจำหน่ายในประเทศไทย เป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงในประเทศไทย สินค้าภายในงานจะเป็นกลุ่มอาหารและร้านอาหารที่ยังไม่เคยเปิดบริการในประเทศไทย สัดส่วน 60% ที่เหลือเป็นสินค้าแม่และเด็ก สินค้าสุขภาพที่ช่วยให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น
“การจัดงานครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมซีเอสอาร์ของบริษัท ที่ได้ดำเนินธุรกิจครบ 60 ปี และเป็นการทดลองทำตลาดสินค้าต่างๆ ด้วย เนื่องจากบริษัทมีจุดแข็งด้านลอจิสติกส์ รวมถึงพันธมิตรทางธุรกิจ และเห็นศักยภาพของตลาดในประเทศไทย ที่รับวัฒนธรรมของญี่ปุ่น โดยสินค้าที่วางแผนนำเข้ามาทำตลาดในปีหน้า คาดว่าช่วงปีแรกน่าจะทำยอดขายในสินค้ากลุ่มเด็กได้ประมาณ 8 ล้านบาท และที่นอนสุขภาพ 20 ล้านบาท ส่วนผลการดำเนินงานของบริษัทในปีนี้ คาดว่าจะเติบโต 5% จากปีที่ผ่านมามียอดขายกว่า 8.57 หมื่นล้านบาทเติบโต 5% จากปีก่อนหน้าเช่นกัน”
ขณะเดียวกันบริษัทได้วางแผนเตรียมขยายธุรกิจเพิ่มเติม ในด้านการจัดจำหน่ายสินค้ากลุ่มที่ไม่ใช้สินค้าอุตสาหกรรมรถยนต์ ซึ่งวางแผนนำสินค้ากลุ่มที่นอนสุขภาพ กลุ่มแม่และเด็ก และกลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์ที่ส่งเสริมสุขภาพที่ดีของประชาชน รววมถึงผลิตภัณฑ์ชิเซโด้ เข้ามาจำหน่ายในต้นปีหน้า โดยจะเป็นการจัดจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ และห้างสรรถสินค้าชั้นนำทั่วไป
ปัจจุบันบริษัทดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้ากลุ่มอุตสาหกรรมรถยนต์ ในสัดส่วน 80% ส่วนที่เหลือเป็นสินค้าที่ไม่ใช่กลุ่มอุตสาหกรรมรถยนต์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าอุปโภคบริโภค อาทิ ชุดยูนิฟอร์ม เม็ดพลาสติก อาหารทะเลแช่แข็งในสัดส่วน 20% ซึ่งเป็นการดำเนินธุรกิจในรูปแบบบีทูบี โดยนโยบายของบริษัมแม่ที่ประเทศญี่ปุ่นต้องการให้เพิ่มสัดส่วนสินค้าทั้ง 2 กลุ่มให้มีสัดส่วนเท่ากัน แต่เบื้องต้นภายในระยะ 3 ปีหรือภายในปี พ.ศ. 2563 ต้องการเพิ่มสัดส่วนเป็น 25-30%
ด้านนางสาวอนุษฐา เชาว์วิศิษฐ ผู้จัดการฝ่ายบัญชีและการเงิน กล่าวว่า ได้เตรียมงบประมาณ 10 ล้านบาท จัดงานดังกล่าวระหว่างวันที่ 29-30 กรกฎาคมนี้ ที่พารากอน ฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมชมงานกว่า 5 หมื่นคน มีการซื้อขายภายในงานกว่า 30-40 ล้านบาท โดยสินค้าที่นำมาจำหน่ายในงานจะเป็นสินค้าซึ่งยังไม่เคยวางจำหน่ายในประเทศไทย เป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงในประเทศไทย สินค้าภายในงานจะเป็นกลุ่มอาหารและร้านอาหารที่ยังไม่เคยเปิดบริการในประเทศไทย สัดส่วน 60% ที่เหลือเป็นสินค้าแม่และเด็ก สินค้าสุขภาพที่ช่วยให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น
“การจัดงานครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมซีเอสอาร์ของบริษัท ที่ได้ดำเนินธุรกิจครบ 60 ปี และเป็นการทดลองทำตลาดสินค้าต่างๆ ด้วย เนื่องจากบริษัทมีจุดแข็งด้านลอจิสติกส์ รวมถึงพันธมิตรทางธุรกิจ และเห็นศักยภาพของตลาดในประเทศไทย ที่รับวัฒนธรรมของญี่ปุ่น โดยสินค้าที่วางแผนนำเข้ามาทำตลาดในปีหน้า คาดว่าช่วงปีแรกน่าจะทำยอดขายในสินค้ากลุ่มเด็กได้ประมาณ 8 ล้านบาท และที่นอนสุขภาพ 20 ล้านบาท ส่วนผลการดำเนินงานของบริษัทในปีนี้ คาดว่าจะเติบโต 5% จากปีที่ผ่านมามียอดขายกว่า 8.57 หมื่นล้านบาทเติบโต 5% จากปีก่อนหน้าเช่นกัน”






