
แนวโน้มราคาทองคำวันพรุ่งนี้(14 มิ.ย.60)
สรุปสภาวะตลาดทองคำแท่ง วันที่ 13 มิถุนายน 2560
สภาวะตลาดวันที่ 13 มิถุนายน 2560 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,261.13-1,267.09 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 20,350 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวลดลง 150 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 20,500 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.22 น.ของวันที่ 13/06/60)
แนวโน้มวันที่ 14 มิถุนายน 2560
การประชุมนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งคาดว่าจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% และส่งสัญญาณการขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในปีนี้ ยังคงสร้างแรงขายเข้าสู่ตลาดทองคำอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เฟดจะประกาศมติการประชุมในคืนวันพุธเวลา 01.00 น.ตามเวลาประเทศไทย ซึ่งนักลงทุนเพิ่มความระมัดระวังในการเข้าสะสมทองคำ เพราะกังวลว่า เฟดจะส่งสัญญาณใดๆ เกี่ยวกับการคุมเข้มนโยบายการเงินในช่วงหลายเดือนข้างหน้าและอาจจะเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับแผนการลดสัดส่วนการถือครองพันธบัตรที่เฟดได้เข้าซื้อเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนจับตาว่าเฟดจะประเมินภาพเศรษฐกิจและแนวโน้มเงินเฟ้ออย่างไรบ้าง หลังจากตัวเลขคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อสหรัฐดิ่งลง ขณะที่นางลาเอล เบรนาร์ด หนึ่งในผู้ว่าการของเฟดแสดงความเห็นเมื่อเร็วๆนี้ว่า ตัวเลขเงินเฟ้ออยู่ในภาวะไร้ทิศทาง และ ตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อสำหรับช่วง 3 ปีของเฟดสาขานิวยอร์ค รูดลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ต้นปี 2560 สร้างแรงซื้อเข้าสู่ตลาดทองคำเมื่อราคาอ่อนตัวลง โดยแนะนำติดตามกระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนพ.ค.ในวันพุธนี้เวลา 19.30 น.ตามเวลาไทย เพื่อสะท้อนทิศทางอัตราเงินเฟ้อเพิ่มเติม ทั้งนี้ ราคาทองคำในประเทศได้รับแรงกดดันจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นส่งผลลบต่อราคาทองคำในประเทศ โดยบาทต่อดอลลาร์แข็งค่ามาที่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 2 ปี เนื่องจากยอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดจำนวนมาก และเม็ดเงินไหลเข้าประเทศ จุดสนใจของนักลงทุนในสัปดาห์นี้ มุ่งไปที่การประชุมกำหนดนโยบายของเฟด, การประชุมของธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) และ การประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) แม้ทิศราคาทองคำต่างประเทศจะเคลื่อนไหวในกรอบแคบแต่การแกว่งตัวของค่าเงินบาทในแต่ละวัน ทำให้นักลงทุนควรวางแผนการลงทุนอย่างรอบคอบและติดตามการเคลื่อนไหวของราคาอย่างใกล้ชิด
กลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีมีมุมมองว่า หากราคาทองคำไม่สามารถผ่านแนวต้าน 1,270-1,274 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้จะทำให้ราคาทองคำอ่อนตัวลงมา โดยหากราคาทองคำสามารถยืนเหนือแนวรับ 1,261-1,252 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างแข็งแกร่ง คาดว่าราคาน่ากลับขึ้นไปทดสอบแนวต้านอีกครั้ง แต่หากยืนไม่ได้ต้องระมัดระวังแรงขายที่ออกมาอาจทำให้ราคาย่อตัวลงสู่แนวรับถัดไป สำหรับผู้ที่ไม่มีทองคำในมือรอดูบริเวณ 1,261-1,252 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากสามารถยืนได้อย่างมั่นคงถือเป็นจุดซื้อเก็งกำไรระยะอีกครั้ง แต่หากราคาหลุดแนวรับดังกล่าว แนะนำให้ชะลอการลงทุนเพื่อรอดูสถานการณ์
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,252 (20,100บาท) 1,245 (20,000บาท) 1,236 (19,850บาท)
แนวต้าน 1,274 (20,450บาท) 1,286 (20,650บาท) 1,295 (20,800บาท)
ที่มา : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
สภาวะตลาดวันที่ 13 มิถุนายน 2560 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,261.13-1,267.09 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 20,350 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวลดลง 150 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 20,500 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.22 น.ของวันที่ 13/06/60)
แนวโน้มวันที่ 14 มิถุนายน 2560
การประชุมนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งคาดว่าจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% และส่งสัญญาณการขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในปีนี้ ยังคงสร้างแรงขายเข้าสู่ตลาดทองคำอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เฟดจะประกาศมติการประชุมในคืนวันพุธเวลา 01.00 น.ตามเวลาประเทศไทย ซึ่งนักลงทุนเพิ่มความระมัดระวังในการเข้าสะสมทองคำ เพราะกังวลว่า เฟดจะส่งสัญญาณใดๆ เกี่ยวกับการคุมเข้มนโยบายการเงินในช่วงหลายเดือนข้างหน้าและอาจจะเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับแผนการลดสัดส่วนการถือครองพันธบัตรที่เฟดได้เข้าซื้อเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนจับตาว่าเฟดจะประเมินภาพเศรษฐกิจและแนวโน้มเงินเฟ้ออย่างไรบ้าง หลังจากตัวเลขคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อสหรัฐดิ่งลง ขณะที่นางลาเอล เบรนาร์ด หนึ่งในผู้ว่าการของเฟดแสดงความเห็นเมื่อเร็วๆนี้ว่า ตัวเลขเงินเฟ้ออยู่ในภาวะไร้ทิศทาง และ ตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อสำหรับช่วง 3 ปีของเฟดสาขานิวยอร์ค รูดลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ต้นปี 2560 สร้างแรงซื้อเข้าสู่ตลาดทองคำเมื่อราคาอ่อนตัวลง โดยแนะนำติดตามกระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนพ.ค.ในวันพุธนี้เวลา 19.30 น.ตามเวลาไทย เพื่อสะท้อนทิศทางอัตราเงินเฟ้อเพิ่มเติม ทั้งนี้ ราคาทองคำในประเทศได้รับแรงกดดันจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นส่งผลลบต่อราคาทองคำในประเทศ โดยบาทต่อดอลลาร์แข็งค่ามาที่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 2 ปี เนื่องจากยอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดจำนวนมาก และเม็ดเงินไหลเข้าประเทศ จุดสนใจของนักลงทุนในสัปดาห์นี้ มุ่งไปที่การประชุมกำหนดนโยบายของเฟด, การประชุมของธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) และ การประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) แม้ทิศราคาทองคำต่างประเทศจะเคลื่อนไหวในกรอบแคบแต่การแกว่งตัวของค่าเงินบาทในแต่ละวัน ทำให้นักลงทุนควรวางแผนการลงทุนอย่างรอบคอบและติดตามการเคลื่อนไหวของราคาอย่างใกล้ชิด
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,252 (20,100บาท) 1,245 (20,000บาท) 1,236 (19,850บาท)
แนวต้าน 1,274 (20,450บาท) 1,286 (20,650บาท) 1,295 (20,800บาท)






