thansettakij
thansettakij
'บี' ของจริง! (3)

'บี' ของจริง! (3)

13 มิ.ย. 60 | 12:53 น.
อัปเดตล่าสุด :13 มิ.ย. 60 | 20:54 น.
ตามที่ นสพ.ฐานเศรษฐกิจ ได้นำเสนอข่าว บี เตชะอุบล ไปเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2560 วันนี้กองบรรณาธิการได้มีโอกาสพบปะตัวตนที่แท้จริงบีแล้วพบว่า เขาคือ ของจริง!

ของจริงอย่างไร เชิญ...ติดตามได้จากบทสัมภาษณ์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยอรรถรส..ในทุกแง่มุมที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน

ชายหนุ่มผิวขาวหน้าตาดีวัยกลางคน ในมือถือหนังสือ MY WAY Berlusconi In His Own Words โดย Alan Friedman เดินเข้ามาในห้องรับรองโรงแรมหรูย่านสาทร กรุงเทพฯ

“จริงๆ วันนี้ผมมีนัดไปคุยธุรกิจฟุตบอลที่ปักกิ่ง แต่ต้องเปลี่ยนแปลงหมายกระทันหันมาคุยกับพวกคุณ” บี เตชะอุบล บอกกับเรา

เป็น บี เตะชะอุบลในวัย 42 ปี ลูกชายคนโตในจำนวนพี่น้องรวม 4 คน ของเสี่ยไมค์-สดาวุธ เตชะอุบล เจ้าของอาณาจักรหมื่นล้าน “คันทรีกรุ๊ป”

บี ในวันนี้มีชื่อเสียงโด่งดังในระดับอินเตอร์ หลังจากมีข่าวเข้าไปซื้อสโมสรเอซี มิลาน ยักษ์ใหญ่ในวงการฟุตบอลอิตาลีและยุโรป ทว่าปิดดีลไม่ลง ก่อนที่ซิโน-ยุโรป สปอร์ต (เอสอีเอส) กลุ่มทุนจากจีน เข้าเทคโอเวอร์เอซี มิลานทั้ง 100% เมื่อเมษายนที่ผ่านมา ท่ามกลางกระแสข่าว บี ไม่น่าจะสนใจซื้อจริง อาจจะแค่เข้าไปปั่นราคาเพราะดูแล้วบีไม่มีเงินขนาดนั้นแน่และเมื่อดูประวัติในวงการตลาดหุ้น บี เคยถูก ก.ล.ต.กล่าวโทษเมื่อสมัยเข้าไปเป็นกรรมการบริษัทอินเตอร์เนชั่นเนิล เอนจิเนียริง จำกัด (มหาชน) หรือ IEC

13-6-2560 19-49-31

ครั้งนั้นหรือ 8 ปีก่อน บี ถูกกล่าวหาว่า กระทำการเข้าข่ายผิดหน้าที่กรรมการ แสวงหาประโยชน์หรือเบียดบังทรัพย์สินเจ้าตัวชี้แจงว่า ตัวเองไม่ได้เป็นคนเซ็น แต่อาจจะบังเอิญไปเหยียบตาปลาผู้ใหญ่บางคนจึงถูกงัดขึ้นมาเล่นงาน แต่หลังจากถูก ก.ล.ต.กล่าวโทษเพียง 1 ปี อัยการสั่งไม่ฟ้อง น่าแปลกที่ไม่เป็นข่าว

ก่อนนั่งคุยอย่างจริงจังในวันนั้นบี ออกตัวว่าปกติจะไม่คุยกับสื่อเพราะไม่เห็นว่ามีความจำเป็น ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเอซี มิลาน ตนต้องการซื้อจริงเพราะมองเห็นโอกาสทางธุรกิจแน่นอนว่าส่วนตัวไม่มีเงินมากมายขนาดนั้นแต่รู้ว่าจะหาได้จากที่ไหนโดยวางแผนจะนำเข้าตลาดหุ้นที่ฮ่องกง และเชื่อว่าน่าจะทำรายได้ให้สโมสรโดยการหาสปอนเซอร์ที่มีอยู่เพียงไม่กี่ราย ให้ได้มากเท่ากับสโมสรในพรีเมียร์ลีกที่บางสโมสรมีสปอนเซอร์ถึง 80 กว่าราย

บี มองเห็นโอกาสทางธุรกิจในเอซี มิลาน สโมสรที่มีชื่อเสียงและฐานแฟนบอลทั้งในอิตาลีและต่างประเทศ โดยเฉพาะที่เมืองจีน เอซี มิลานมีแฟนบอลจำนวนมหาศาล แต่ที่ซื้อไม่สำเร็จเนื่องจากไม่กี่วันก่อนถึงวันนัดชำระเงินซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี เจ้าของสโมสร เอซี มิลานเกิดอาการหัวใจวาย ล้มป่วยกระทันหันต้องนำส่งโรงพยาบาลเพื่อทำการผ่าตัด ลูกๆของแบร์ลุสโคนีเห็นว่าการขายหุ้นของสโมสรในสัดส่วนเพียง 60%ไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพแบร์ลุสโคนี จึงไม่อยากให้พ่อทำธุรกิจฟุตบอลอีกต่อไป ประกอบกับอายุมากแล้วอยากให้พักผ่อน จึงเสนอขายหุ้นสโมสรทั้ง 100% ขณะที่ตกลงไว้ว่าจะซื้อขายกัน 60%ในราคา 500 ล้านเหรียญยูโร

bee-taechaubol_1sm53bdet4gj13eb189p3i1pj

จากการวิเคราะห์การทำธุรกิจในต่างประเทศต้องมีหุ้นส่วนเป็นคนในท้องถิ่น เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าได้เต็มที่ การเข้าไปเป็นเจ้าของทั้งหมด โดยเฉพาะที่อิตาลี อาจจะเกิดปัญหาหรืออุปสรรคได้ จึงตัดสินใจล้มดีล ทั้งๆ ที่ตอนนั้นมีความพร้อมในเรื่องเงินทุน เพราะ Huarong Asset Management กับHaitongSecuritiesกองทุนกับบริษัทหลักทรัพย์ขนาดใหญ่ในจีนได้ออกเอกสารอนุมัติวงเงินจำนวน 500 ล้านเหรียญยูโร ไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะที่ซิโน-ยุโรป สปอร์ตสนใจทั้ง 100% จึงเป็นผู้ซื้อไปในที่สุด

“ผมได้รู้จักกับแบร์ลุสโคนี จากการแนะนำของนายแบงก์ที่สวิตเซอร์แลนด์ ท่านให้ความเมตตาผมมาก ท่านบอกว่าถูกชะตากับผมส่วนหนึ่งเพราะความบู๊บุ๋นที่เหมือนท่านในวัยหนุ่ม ในหนังสือMY WAY Berlusconiท่านยังเอ่ยถึงผม เล่าถึงแผนในอนาคตของ เอซีมิลาน ที่เราจะทำร่วมกัน”

แม้จะล้มเลิกดีลซื้อสโมสรเอซี มิลาน แต่ยังสนใจธุรกิจกีฬา ตอนนี้ก็มีโครงการเกี่ยวกับการพัฒนา กีฬาเยาวชนร่วมกับกระทรวงศึกษาและกีฬาแห่งรัฐบาลจีน บีเล่าให้ฟังต่อถึงคอนเน็คชั่นของเขากับเศรษฐีนักลงทุนระดับโลก อย่างการ์ลอส สลิม เอลู มหาเศรษฐีชาวเม็กซิกัน, สตีเฟน รอสส์ เจ้าของทีมไมอามี ดอลฟินส์, เนลิโอ ลูคัส ผู้จัดการและซูเปอร์เอเจนท์ของนักเตะและทีมฟุตบอลระดับโลก รวมถึงกษัตริย์อาบูดาบีที่อนาคตจะมีโปรเจ็คท์อะไรร่วมกัน

ด้วยสายป่านยาวรอบโลก ตอนนี้บี ทำธุรกิจกองทุนอสังหาริมทรพย์ มีสำนักงานอยู่ที่ลอนดอน กองทุนของเขากำลังจะซื้อโรงแรมในอิตาลีและอังกฤษ ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจา

1431602562-EzjxQ5-o

บี บอกว่าเขาเป็นนักลงทุน สวนทางกับข่าวที่ออกมาว่าเขาเป็นนักเก็งกำไรหรือเซียนหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ โดยยืนยันว่าตั้งแต่เข้าวงการแทบจะไม่เคยเทรดหุ้นเลยด้วยซ้ำ พาสเวิร์ดเข้าบัญชีเทรดหุ้นยังไม่รู้เลย การซื้อกิจการส่วนใหญ่เป็นการซื้อเพื่อลงทุนบีอธิบายให้ฟังว่า ธุรกิจที่เขาเลือก เพราะเขาเห็นช่องทางที่จะขยายมันได้ อย่างเช่น IEC ที่พ่อเขาลงทุน แล้วให้เขาเข้าไปบริหาร ภายใน 2 ปี บีก็ทำให้มาเก็ตแชร์ขยับจาก 6% เป็น 40% ได้ หรือ หลักทรัพย์แอดคินซัน (ปัจจุบัน CGH) ที่บีเข้าไปเป็น CEO บีก็ทำให้บริษัทที่ขาดทุนมา 8 ปี อยู่อันดับ 38 จาก 40 ไต่ขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ได้ในเวลาแค่ปีกว่า แม้ว่าวันนี้เขาไม่ได้อยู่แล้ว แต่ คันทรีกรุ๊ปโฮลดิ้ง ก็ยังคงเป็นธุรกิจของเตชะอุบล ส่วน บลจ MFC ที่เขาพาครอบครัวไปลงทุนนั้น ตอนนี้ Country Group ก็ยังถือหุ้นและบริหารอยู่ จะมีก็เพียงบริษัท อุตสาหกรรม อีเล็คโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือEIC ที่ทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผน จึงจำเป็นต้องขาย

จากการทุ่มเทการทำงานตั้งแต่ยังวัยหนุ่ม วันนี้ บี สยายปีกขยับจากธุรกิจในประเทศสู่อินเตอร์ ตารางงานแน่น เดินทางบ่อย ทำให้เวลาที่มีให้กับตระกูลเตชะอุบลน้อยลง
เมื่อถามถึงข่าวที่ว่า บีตัดขาดจากครอบครัว เขาถามกลับว่า ตัดยังไง?

เขาเปิดโทรศัพท์ให้ดูข้อความที่น้องสาวกับคุณพ่อนัดหมายเพื่อทานอาหารกัน บีทิ้งท้ายว่า ด้วยเวลาที่รัดตัวทำให้ไม่ค่อยได้พบเจอหรือพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเชิงธุรกิจกัน อีกทั้งแต่ละคนก็มีงานของตัวเองที่ดูแล แต่อย่างไร ครอบครัวก็คือครอบครัว จะตัดกันได้อย่างไร