thansettakij
thansettakij
I am เตี๋ยวเรือ เสิร์ฟไอเดียสร้างธุรกิจทำรายได้ 100 ล้าน

I am เตี๋ยวเรือ เสิร์ฟไอเดียสร้างธุรกิจทำรายได้ 100 ล้าน

11 มิ.ย. 60 | 07:00 น.
อัปเดตล่าสุด :11 มิ.ย. 60 | 14:30 น.
ด้วยที่เป็นคนมีความอดทนต่ำ และไม่คิดว่าจะสามารถรับมือกับคำสั่งงานที่จุกจิกจากหัวหน้างานได้ เมื่อสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยหอการค้า คณะบริหารการตลาด "ปุณณภา กาญจนหฤทัย" จึงไม่มีแนวคิดที่จะหางานทำเป็นมนุษย์เงินเดือนเหมือนผู้จบใหม่ตามปกติ ประจวบเหมาะกับได้รับประทานก๋วยเตี๋ยวเรือซึ่งคุณแม่ทำขึ้นเพื่อฉลองเทศกาลปีใหม่กับญาติๆ และรู้สึกว่าเป็นรสชาติที่อร่อยน่าจะนำสูตรมาใช้เพื่อประกอบธุรกิจได้

-สูตรเด็ดคุณแม่สู่ธุรกิจ
ปุณณภา กล่าวกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า เพื่อให้เป็นการไม่เข้าข้างฝีมือของตนเองจนเกินไป ก่อนที่จะเริ่มกิจการอย่างจริงจังต้องใช้เวลา 3-4 เดือนในการตระเวนชิมรสชาติของก๋วยเตี๋ยวเรือที่มีขายในตลาดหลายเจ้า และเซตระบบของร้านกว่าจะกลายมาเป็นธุรกิจร้านก๋วยเตี๋ยวเรืออย่างที่วางเป้าหมายเอาไว้ โดยมี ธนกฤต พี่ชายเป็นผู้ร่วมทุน และใช้ชื่อร้านว่า "ลวกถ้วย" ซึ่งสาขาแรกที่เปิดให้บริการคือสาขาแฮบปี้แลนด์ และได้มีการเปลี่ยนชื่อร้านมาเป็น "I am เตี๋ยวเรือ" เพื่อให้สามารถสื่อสารถึงผู้บริโภคได้อย่างตรงจุดว่านี่คือร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ และใช้ชื่อดังกล่าวนี้มาจนถึงปัจจุบัน

[caption id="attachment_160010" align="aligncenter" width="330"] I am เตี๋ยวเรือ เสริ์ฟไอเดียสร้างธุรกิจทำรายได้100ล้าน I am เตี๋ยวเรือ เสริ์ฟไอเดียสร้างธุรกิจทำรายได้100ล้าน[/caption]

อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกที่เปิดร้านก็ยังไม่ได้รับการตอบรับที่ดีนักจากผู้บริโภค เพราะร้านก๋วยเตี๋ยวเรือมีเปิดให้บริการอยู่ทั่วไป ผู้บริโภคจึงอาจมองว่าที่ร้านก็คงไม่มีอะไรแตกต่าง จึงคิดหาแนวทางทำให้ผู้บริโภคมีโอกาสเข้ามาลิ้มลองรสชาติที่ร้านให้ได้ก่อนเป็นลำดับแรก เพราะมั่นใจในรสชาติว่าเด็ดจริง จนมาได้บทสรุปที่ลงตัวด้วยการเสิรฟ์แนวใหม่ที่จัดการแยกเส้น แยกน้ำซุป แยกผักลวก โดยเสิร์ฟมาเป็นเซตแบบชามยักษ์ ซึ่งชุดเล็กราคาจะอยู่ที่ 199 บาท สามารถรับประทานได้ 3-4 คน และชุดใหญ่ในราคา 299 บาท รับประมาณได้ 5-7 คน จากเดิมที่มีขายแค่เป็นชามแบบธรรมดา และแบบพิเศษเหมือนร้านทั่วไป

"แม้จะมีการปรับเปลี่ยนวิธีเสิร์ฟแต่ก็ได้ผลดีแค่ในระดับหนึ่ง เพราะอาจจะยังไม่เป็นที่รับรู้ของผู้บริโภคทั่วไป แต่โชคดีที่มีนักชิมจากเว็บไซด์ชื่อดังมีโอกาสมารับประทานก๋วยเตี๋ยวที่ร้าน และเห็นถึงวิธีการเสิร์ฟที่แปลกแหวกแนวกว่าร้านอื่น ได้นำไปโพสบนเว็บไซด์จนทำให้มีผู้ที่ได้เห็นมากขึ้น และติดตามมาชิมที่ร้านจน I am เตี๋ยวเรือ กลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น ที่สำคัญยังทำให้รายได้เพิ่มมากขึ้นจากหลักพันเป็นหลักหมื่นจนถึงหลักแสนบาทต่อเดือน"

-เล็งขยายสาขาพร้อมตั้งบริษัทปี61
ปุณณภา กล่าวต่อไปอีกว่า เมื่อช่วงต้นปี 2560 ที่ผ่านมา I am เตี๋ยวเรือได้มีการเปิดสาขาเพิ่มอีก 1 สาขาที่อุดมสุข เพื่อขยายฐานลูกค้าในวงกว้างมากขึ้น พร้อมทั้งมีแผนที่จะขยายเพิ่มอีก 3 สาขาภายในปีนี้ โดยจะปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ไปสู่การเปิดร้านที่ตลาดกลางคืน เนื่องจากมองว่าเป็นกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย สามารถลดข้อจำกัดในเรื่องของเงื่อนเวลาสำหรับคนทำงานได้ และที่สำคัญยังมีเวลาในการเปิดขายที่ไม่ต้องยาวนานมากนัก ทำให้มีเวลาที่จะเข้าไปดูแลได้ด้วยตนเอง โดยเบื้องต้นมองไว้ที่ตลาดนัดกลางคืนในย่านธนบุรี ซึ่งมีลูกค้าเรียกร้องเข้ามาเป็นจำนวนมาก

"ที่เราตั้งเป้าในการขยายสาขาไว้ที่จำนวนดังกล่าวก็เพราะเรายังต้องการให้เป็นธุรกิจที่ดูแลกันเองโดยครอบครัวก่อน ซึ่งตามกำลังแล้วก็น่าจะสามารถทำได้ โดยคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้ประมาณ 3-5 ล้านบาทในปีนี้ เพิ่มขึ้นจากในปีที่ผ่านมาซึ่งมีรายได้ประมาณ 1-2 ล้านบาท"

[caption id="attachment_160009" align="aligncenter" width="335"] I am เตี๋ยวเรือ เสริ์ฟไอเดียสร้างธุรกิจทำรายได้100ล้าน I am เตี๋ยวเรือ เสริ์ฟไอเดียสร้างธุรกิจทำรายได้100ล้าน[/caption]

อย่างไรก็ดี ในปี 2561 มีแผนที่จะก่อตั้งบริษัท เพื่อดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับก๋วยเตี๋ยวเรืออย่างเป็นรูปธรรม โดยจะสอดรับกับกลยุทธ์ธุรกิจในรูปแบบของแฟรนไชน์ ที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจเข้ามาร่วมทำธุรกิจ โดยตั้งเป้าจะขยายให้ได้ทุกจังหวัดในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันอยู่ในขั้นอยู่ในขั้นตอนของการศึกษา และหาแนวทางที่ลงตัวมากที่สุด

"เราจึงยังไม่เลือกที่จะขยายธุรกิจในรูปแบบของแฟรนไชน์ในเวลานี้ แม้ว่าจะมีผู้ที่สนใจติดต่อเข้ามามากกว่า 20-30 รายต่อเดือนก็ตาม เพราะเกรงว่าจะควบคุมคุณภาพของรสชาติเหมือนร้านต้นฉบับที่ดูแลเองไม่ได้โดยเมื่อสามารถดำเนินธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชน์ได้ เชื่อว่าจะทำให้รายได้เพิ่มเป็น 30-50 ล้านบาทตามการเติบโตอย่างมีแบบแผนตามที่วางเป้าหมายไว้"

-เน้นสร้างแบรนด์ปูทางเข้า ตลท.
ปุณณภา กล่าวอีกว่า กลยุทธ์ที่จะทำควบคู่กับการเปิดรับผู้ร่วมทุนแบบแฟรนไชน์คือ การสร้างแบรนด์I am เตี๋ยวเรือให้เกิดการรับรู้ และเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งในตลาด โดยเตรียมที่จะจ้างที่ปรึกษาทางด้านการตลาดในการดำเนินการเรื่องดังกล่าว เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความรู้สึกต้องการที่จะลิ้มลองรสชาติ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อลูกค้าที่ร่วมธุรกิจแฟรนไชน์ในการสร้างยอดขาย และสุดท้ายก็จะได้ผลประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย เราเองก็จะมีรายได้เพิ่มจากการขายวัตถุดิบ ขณะที่ลูกค้าก็จะได้รับประทานก๋วยเตี๋ยวเรือที่รสชาติดี มีคุณภาพตามสูตร

สำหรับเป้าหมายใหญ่ของธุรกิจคือการนำบริษัทเข้าสู่การระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)โดยเชื่อมั่นว่าด้วยรูปแบบของธุรกิจที่ดำเนินไปตามลำดับอย่างมั่นคงแบบที่วางแผนเอาไว้ ซึ่งจะทำให้บริษัทมีรายได้จนถึงหลัก 100 ล้านบาท และสามารถที่จะเข้าสู่ ตลท. ได้ภายใน 3-5 ปี เพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบของธุรกิจ และมีเงินทุนในการขยายธุรกิจเพิ่มเติม โดยหวังว่าจะนำก๋วยเตี๋ยวเรือไปทำตลาดที่ต่างประเทศได้ ซึ่งอาจจะต้องมีการปรับประยุกต์สูตรให้เข้ากับประเทศที่จะเข้าไปทำตลาด

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,269 วันที่ 11 - 14 มิถุนายน พ.ศ. 2560