thansettakij
thansettakij
“ปัญหาเศรษฐกิจ” ท้าทายผู้นำคนใหม่ แห่งสหราชอาณาจักร

“ปัญหาเศรษฐกิจ” ท้าทายผู้นำคนใหม่ แห่งสหราชอาณาจักร

08 มิ.ย. 60 | 10:38 น.
อัปเดตล่าสุด :08 มิ.ย. 60 | 17:38 น.
วันนี้ (8 มิ.ย. 60) – ไม่ว่าใครจะขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของอังกฤษ ปัญหาหนึ่งที่ต้องเผชิญและเป็นปัญหาใหญ่ที่ท้าทายนั่น คือ การรับมือกับเศรษฐกิจที่จะชะลอตัว ทั้งจากตลาดโลก และผลกระทบจากการถอนตัวจากอียู

องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาหรือโออีซีดี เคยประมาณการเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรไว้ค่อยข้างดี โดยคาดว่าในปี 2017 เศรษฐกิจจะเติบโตจาก 1.2 เปอร์เซ็นต์ เป็น 1.6 เปอร์เซ็นต์

แต่การออกจากสหภาพยุโรป ไม่เพียงแต่เป็นการลาออกจากสมาชิกภาพเท่านั้น ข้อตกลงการค้าเสรีหรือ FTA ที่มีกับสมาชิกทั้งหมดที่ถือเป็นตลาดเดียว ก็จะจบลงไปด้วย หนทางเดียวที่จะยังคงเปิดช่องให้ค้าขายกันได้อยู่ โดยที่อังกฤษไม่ต้องไปเจรจาเป็นรายประเทศ คือข้อกำหนดขององค์การการค้าโลกหรือ WTO ที่จะเกิดขึ้นในเดือนเมษายนปี 2019

ที่ผ่านมาโออีซีดีได้เน้นย้ำว่าความไม่แน่นอนและแผนทางด้านเศรษฐกิจที่ไม่ชัดเจนจะทำให้เกิดการชะลอทั้งด้านการลงทุนและการใช้จ่าย แม้นโยบายที่ผ่านมาจะสนับสนุนความเชื่อมั่นและคาดหวังว่าจะสร้างการใช้จ่ายให้เกิดขึ้นได้ แต่ตัวเลขจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น การใช้เงินในภาคครัวเรือนลดลง บวกกับ ตลาดแรงงานที่อ่อนแอ และเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น ทั้งหมดนี้กลับเป็นปัจจัยที่ขัดขวางการเติบโตทางเศรษฐกิจแทบทั้งสิ้น

หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของโออีซีดี แคเทอรีน แมน ให้ความเห็นว่า แม้เงินปอนด์ของอังกฤษจะอ่อนค่าลงแต่ก็ไม่ได้ช่วยให้ ตัวเลขเศรษฐกิจดีขึ้นแต่อย่างใด เพราะส่วนแบ่งตลาดส่งออกของอังกฤษไม่ได้มีนัยยะสำคัญมากนัก

สิ่งที่โออีซีดีแนะนำคือให้รัฐบาลอังกฤษใช้จ่ายในภาครัฐมากขึ้น อย่าไปกังวลกับตัวเลขดุลบัญชี ที่ต้องทำคือการลงทุนภาครัฐต้องมีแนวนโยบายชัดเจนว่า สนับสนุนให้เกิดความต้องการหรืออุปสงค์ในระยะสั้น และ การผลิตหรือ อุปทานในระยะยาว

อย่างไรก็ตามความท้าทายเหล่านี้กำลังรอผู้นำคนใหม่ของอังกฤษ ซึ่งแม้จะมีกระบวนการออกจากอียูก็ตาม แต่ความสัมพันธ์ทางด้านการค้าก็ยังคงต้องดำเนินต่อไปและมีความสำคัญอย่างมาก ซึ่งผู้นำคนใหม่ต้องเจรจาเพื่อให้เกิดผลที่ดีที่สุดต่ออังกฤษไม่ทางใดก็ทาง