
ดึงอาเล็ก-แต้วกระตุ้นยอดกาแฟเอสเซสโซ่ดันยอดขาย4,500ล้าน
เอสซีเอ็มแอล ลุยตลาดกาแฟทรีอินวัน 1.5 หมื่นล้าน เทงบ 300 ล้าน ทำตลาด ดึง อาเล็ก -ธีรเดช เมธาวรายุทธและ แต้ว- ณฐพร เตมีรักษ์ เป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ กาแฟ เอสเซสโซ่ หวังกระตุ้นยอดขายปีนี้ทะลุ 4,500 ล้าน
นายนิโคลัส ชาน ผู้จัดการส่วนภูมิภาค บริษัท เอส ซี เอ็ม แอล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายกาแฟปรุงสำเร็จ ภายใต้แบรนด์ "ซุปเปอร์กาแฟ"และแบรนด์“เอสเซนโซ่” จากประเทศสิงคโปร์ เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจในปีนี้ว่า ได้เตรียมงบประมาณการตลาด 300 ล้านบาท สำหรับการทำตลาดและส่งเสริมการขายกาแฟทั้ง 2 แบรนด์ แบ่งเป็น 180 ล้านบาทสำหรับกาแฟเอสเซนโซ่ ด้วยการใช้ อาเล็ก -ธีรเดช เมธาวรายุทธและ แต้ว- ณฐพร เตมีรักษ์ เป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ และมีการทำประชาสัมพันธ์และการจัดกิจกรรมการตลาดส่งเสริมการขายครบวงจร ทั้งรูปแบบบีโลว์เดอะไลน์ อะโบฟเดอะไลน์ และสื่อดิจิตอลมาร์เกตติ้ง อาทิ การแจกชงชิมหนึ่งล้านถ้วย การออกหนังโฆษณา ส่วนงบการตลาดอีก 120 ล้านบาท จะใช้สำหรับแบรนด์ซุปเปอร์กาแฟ ด้วยการทำกิจกรรมการตลาด การส่งเสริมการขาย และกิจกรรมบีโลว์เดอะไลน์
โดยในปีนี้บริษัทคาดว่าจะทำยอดขายได้กว่า 4,500 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมามียอดขาย 4,000 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายแบรนด์ซุปเปอร์กาแฟ 3,850 ล้านบาท และเอสเซนโซ่ 165 ล้านบาท ซึ่งแบรนด์เอสเซนโซ่ตั้งเป้าหมายยอดขาย 200 ล้านบาท โดยการเติบโตในปีนี้จะเกิดจากการออกสินค้าใหม่ "เอสเซนโซ่ ไมโครกราวด์ แบล็ค คอฟฟี่" เป็นกาแฟคั่วบดละเอียด(กาแฟสด) ในแบบกาแฟดำที่ปราศจากน้ำตาลหรือนม และการทำตลาดอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบันตลาดรวมกาแฟในทุกผลิตภัณฑ์มีมูลค่ามากกว่า 3.2 หมื่นล้านบาท เติบโต 4% แบ่งเป็น 1.ตลาดมิกซ์ หรือกาแฟทรีอินวัน มูลค่า 1.5 หมื่นล้านบาท สัดส่วน 48% 2.กลุ่มตลาดแบบชงเอง มูลค่า 4,000 ล้านบาท สัดส่วน 13% 3.ตลาดกาแฟกระป๋องพร้อมดื่ม มูลค่า 1.2 หมื่นล้านบาท สัดส่วน 37% และ 4. ตลาดทั่วไปอีก3% โดยประเมินว่าปีนี้ตลาดรวมน่าจะยังคงเติบโตในอัตรา 4-5%
นายนิโคลัส กล่าวอีกว่า แนวโน้มพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคปัจจุบันมุ่งเน้นการดื่มกาแฟที่เป็นพรีเมียมมากขึ้น ส่งผลให้การเข้ามาทำตลาดเพียง 1 ปีของแบรนด์เอสเซนโซ่ประสบความสำเร็จ และเห็นจากเทรนด์ตลาดของแบรนด์คู่แข่งที่หันมาทำตลาดกลุ่มกาแฟดังกล่าวมากขึ้น ปัจจุบันตลาดกาแฟทรีอินวันที่เป็นกาแฟพรีเมี่ยมคาดว่าจะมีมูลค่า 2,000 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตด้วยตัวเลขสองหลัก ซึ่งมีผู้เล่นในตลาด 3 แบรนด์หลัก ได้แก่ เอสเซนโซ่ เนสกาแฟ และมอคโคน่า โดยในอีก 3-5 ปีข้างหน้าเอสเซสโซ่ตั้งเป้าหมายมีส่วนแบ่งการตลาด 10-15% ในกลุ่มกาแฟพรีเมียม
โดยในปีนี้บริษัทคาดว่าจะทำยอดขายได้กว่า 4,500 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมามียอดขาย 4,000 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายแบรนด์ซุปเปอร์กาแฟ 3,850 ล้านบาท และเอสเซนโซ่ 165 ล้านบาท ซึ่งแบรนด์เอสเซนโซ่ตั้งเป้าหมายยอดขาย 200 ล้านบาท โดยการเติบโตในปีนี้จะเกิดจากการออกสินค้าใหม่ "เอสเซนโซ่ ไมโครกราวด์ แบล็ค คอฟฟี่" เป็นกาแฟคั่วบดละเอียด(กาแฟสด) ในแบบกาแฟดำที่ปราศจากน้ำตาลหรือนม และการทำตลาดอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบันตลาดรวมกาแฟในทุกผลิตภัณฑ์มีมูลค่ามากกว่า 3.2 หมื่นล้านบาท เติบโต 4% แบ่งเป็น 1.ตลาดมิกซ์ หรือกาแฟทรีอินวัน มูลค่า 1.5 หมื่นล้านบาท สัดส่วน 48% 2.กลุ่มตลาดแบบชงเอง มูลค่า 4,000 ล้านบาท สัดส่วน 13% 3.ตลาดกาแฟกระป๋องพร้อมดื่ม มูลค่า 1.2 หมื่นล้านบาท สัดส่วน 37% และ 4. ตลาดทั่วไปอีก3% โดยประเมินว่าปีนี้ตลาดรวมน่าจะยังคงเติบโตในอัตรา 4-5%
นายนิโคลัส กล่าวอีกว่า แนวโน้มพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคปัจจุบันมุ่งเน้นการดื่มกาแฟที่เป็นพรีเมียมมากขึ้น ส่งผลให้การเข้ามาทำตลาดเพียง 1 ปีของแบรนด์เอสเซนโซ่ประสบความสำเร็จ และเห็นจากเทรนด์ตลาดของแบรนด์คู่แข่งที่หันมาทำตลาดกลุ่มกาแฟดังกล่าวมากขึ้น ปัจจุบันตลาดกาแฟทรีอินวันที่เป็นกาแฟพรีเมี่ยมคาดว่าจะมีมูลค่า 2,000 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตด้วยตัวเลขสองหลัก ซึ่งมีผู้เล่นในตลาด 3 แบรนด์หลัก ได้แก่ เอสเซนโซ่ เนสกาแฟ และมอคโคน่า โดยในอีก 3-5 ปีข้างหน้าเอสเซสโซ่ตั้งเป้าหมายมีส่วนแบ่งการตลาด 10-15% ในกลุ่มกาแฟพรีเมียม






