
‘วิริยะ’ปักธงเบี้ยครึ่งแรก 1.6 หมื่นล้าน
วิริยะประกันภัยมั่นใจเก็บเบี้ยครึ่งปีแรก 1.6 หมื่นล้านบาทมั่นใจไฮซีซันโค้งสุดท้ายดันเบี้ยรับรวมถึงเป้า 3.5 หมื่นล้านบาทยอมรับต้นทุนค่าแรง อะไหล่สินไหม พ.ร.บ.เสี่ยงกระทบประกันรายเล็ก
นายสยม โรหิตเสถียรรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ผลงานรับประกันในช่วงครึ่งปีแรกจะเป็นไปได้ตามเป้า คือมีเบี้ยประกันภัยรับที่ 1.6 หมื่นล้านบาทขยายตัว 6-7% ส่วนในครึ่งปีหลังอัตราการขยายตัวทั้งการต่ออายุในกลุ่มชั้น 1 ที่เป็นรถอายุไม่เกิน 5 ปี (ภาคสมัครใจ) รวมถึงประกันภัยรถยนต์แบบ 2 พลัส และชั้น 3 จะขยายตัวเพิ่มขึ้น
[caption id="attachment_158573" align="aligncenter" width="503"]
สยม โรหิตเสถียรรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด(มหาชน)[/caption]
สำหรับภาพรวมธุรกิจ ปีนี้คาดว่าอัตราการเติบโตของเบี้ยประกันภัยโดยเฉพาะรถยนต์ ใกล้เคียง 3.0-3.3 หมื่นล้านบาทขยายตัว 3-4% จากยอดเบี้ยประกันภัยรับรวมที่ 3.5 หมื่นล้านบาท เป็นการเติบโตจากเบี้ยต่ออายุ และรถยนต์รุ่นใหม่ รวมถึงคาดการณ์ว่าปลายปียอดการส่งออกจะฟื้นตัว ทำให้ประกันภัยด้านการขนส่งมีโอกาสเติบโต ไม่ว่าจะเป็นประกันภัยการขนส่งสินค้าทางเรือ ประกันภัยรถขนาดใหญ่ รวมถึงประกันภัยขนส่งสินค้าข้ามแดน
นายสยม กล่าวถึงการบริหารจัดการระบบหลังบ้านเพิ่มเติม โดยยอมรับว่าปัจจุบันไม่เฉพาะบริษัท ที่มีปัญหาในการบริหารจัดการต้นทุน โดยเฉพาะราคาค่าซ่อมเนื่องจากมีการปรับขึ้นทุกปี หากเป็นอู่ห้างหรือการซ่อมศูนย์แล้วราคาค่าซ่อมปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 5% ต่อปี จาก 3 ปัจจัย คือ ค่าอะไหล่ ค่าแรงช่างรวมถึงค่าสินไหมที่ปรับเพิ่มขึ้นตามการปรับความคุ้มครองของพ.ร.บ.ภาคบังคับ
ส่วนการแข่งขันในธุรกิจประกันภัยโดยเฉพาะประกันภัยรถยนต์มีการแข่งขันสูง มีการปรับลดอัตราเบี้ยประกันเพื่อจูงใจให้ลูกค้าหันมาทำประกันภัยรวมถึงพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนไป เช่น เดิมเคยซื้อประกันภัยชั้น 1 ก็เปลี่ยนไปใช้หรือซื้อประกันภัยในความคุ้มครองเป็น 2 พลัส หรือ 3 พลัสแทนแนวโน้มการทำกำไรจากการรับประกันจึงมีโอกาสทำได้น้อยทางออกของบริษัทประกันภัย คือการทำกำไรจากการลงทุนเข้ามาแทนที่
“ในปีนี้เรายังคงเน้นการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยและมีสภาพคล่องสูงตามกฎระเบียบของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยปัจจุบันบริษัทมีพอร์ตการลงทุนอยู่ที่ 5.6 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากสิ้นปีก่อน แบ่งเป็นการลงทุนหุ้น2.9 หมื่นล้านบาท และพันธบัตร เงินฝาก 2.6 หมื่นล้านบาท”
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,268 วันที่ 8 - 10 มิถุนายน พ.ศ. 2560
นายสยม โรหิตเสถียรรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ผลงานรับประกันในช่วงครึ่งปีแรกจะเป็นไปได้ตามเป้า คือมีเบี้ยประกันภัยรับที่ 1.6 หมื่นล้านบาทขยายตัว 6-7% ส่วนในครึ่งปีหลังอัตราการขยายตัวทั้งการต่ออายุในกลุ่มชั้น 1 ที่เป็นรถอายุไม่เกิน 5 ปี (ภาคสมัครใจ) รวมถึงประกันภัยรถยนต์แบบ 2 พลัส และชั้น 3 จะขยายตัวเพิ่มขึ้น
[caption id="attachment_158573" align="aligncenter" width="503"]
สำหรับภาพรวมธุรกิจ ปีนี้คาดว่าอัตราการเติบโตของเบี้ยประกันภัยโดยเฉพาะรถยนต์ ใกล้เคียง 3.0-3.3 หมื่นล้านบาทขยายตัว 3-4% จากยอดเบี้ยประกันภัยรับรวมที่ 3.5 หมื่นล้านบาท เป็นการเติบโตจากเบี้ยต่ออายุ และรถยนต์รุ่นใหม่ รวมถึงคาดการณ์ว่าปลายปียอดการส่งออกจะฟื้นตัว ทำให้ประกันภัยด้านการขนส่งมีโอกาสเติบโต ไม่ว่าจะเป็นประกันภัยการขนส่งสินค้าทางเรือ ประกันภัยรถขนาดใหญ่ รวมถึงประกันภัยขนส่งสินค้าข้ามแดน
นายสยม กล่าวถึงการบริหารจัดการระบบหลังบ้านเพิ่มเติม โดยยอมรับว่าปัจจุบันไม่เฉพาะบริษัท ที่มีปัญหาในการบริหารจัดการต้นทุน โดยเฉพาะราคาค่าซ่อมเนื่องจากมีการปรับขึ้นทุกปี หากเป็นอู่ห้างหรือการซ่อมศูนย์แล้วราคาค่าซ่อมปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 5% ต่อปี จาก 3 ปัจจัย คือ ค่าอะไหล่ ค่าแรงช่างรวมถึงค่าสินไหมที่ปรับเพิ่มขึ้นตามการปรับความคุ้มครองของพ.ร.บ.ภาคบังคับ
“ในปีนี้เรายังคงเน้นการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยและมีสภาพคล่องสูงตามกฎระเบียบของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยปัจจุบันบริษัทมีพอร์ตการลงทุนอยู่ที่ 5.6 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากสิ้นปีก่อน แบ่งเป็นการลงทุนหุ้น2.9 หมื่นล้านบาท และพันธบัตร เงินฝาก 2.6 หมื่นล้านบาท”
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,268 วันที่ 8 - 10 มิถุนายน พ.ศ. 2560






