thansettakij
thansettakij
ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบสัปดาห์นี้( 5 มิ.ย. – 9 มิ.ย. 60)จะเพิ่ม

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบสัปดาห์นี้( 5 มิ.ย. – 9 มิ.ย. 60)จะเพิ่ม

05 มิ.ย. 60 | 08:36 น.
อัปเดตล่าสุด :05 มิ.ย. 60 | 15:36 น.
ราคาน้ำมันดิบคาดว่าจะเพิ่ม จากการปรับลดลงของสต๊อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ และข้อตกลงการขยายระยะเวลาปรับลดกำลังการผลิต

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 48-53 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 50-55 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ ( 5 มิ.ย. – 9 มิ.ย. 60)

ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย หลังปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ มีแนวโน้มปรับตัวลดลง จากความต้องการใช้น้ำมันในช่วงฤดูร้อนที่ปรับเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังได้รับแรงหนุนจากข้อตกลงขยายระยะเวลาการปรับลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปก อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตาปริมาณการผลิตที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นจากไนจีเรีย ลิเบีย และสหรัฐฯ เนื่องจากท่อขนส่งน้ำมันดิบ Forcados ในไนจีเรีย และแหล่งผลิตน้ำมันดิบหลายแห่งในลิเบีย เริ่มกลับมาดำเนินการตามปกติ ประกอบกับ ผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐฯ ปรับเพิ่มปริมาณการผลิต หลังราคาน้ำมันดิบฟื้นตัว

thaioil0605-1 ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้:

ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ มีแนวโน้มปรับตัวลดลงต่อเนื่อง หลังโรงกลั่นยังคงอัตราการกลั่นในระดับสูง ตามความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูปที่เพิ่มมากขึ้นในช่วงฤดูกาลขับขี่ โดยล่าสุด สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ สิ้นสุด ณ วันที่ 26 พ.ค. 2560 ปรับลดลง 6.4 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ระดับ 509.9 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นการปรับลดลงเป็นสัปดาห์ที่ 8 ติดต่อกัน

การขยายระยะเวลาการปรับลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปกคาดว่าจะส่งผลให้ปริมาณน้ำมันคงคลังโลกปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด สำนักงานพลังงานสากล (IEA) รายงานปริมาณน้ำมันคงคลังของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (OECD Oil Stocks) ในเดือนมี.ค. ปรับลดลง 32.9 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ระดับ 3,025 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นการปรับลดลงเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน

ผลสำรวจรอยเตอร์พบว่าปริมาณการผลิตน้ำมันดิบในเดือนพ.ค.2560 ของผู้ผลิตกลุ่มโอเปก 11 ประเทศ ที่ให้ความร่วมมือในข้อตกลงปรับลดกำลังการผลิต ได้ปรับลดลงราว 60,000 บาร์เรลต่อวัน มาอยู่ที่ระดับ 29.86 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยการปรับลดลงดังกล่าวนับเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าผู้ผลิตน้ำมันดิบในกลุ่มโอเปกยังคงรักษาระดับการปรับลดกำลังการผลิตในระดับสูงได้อย่างต่อเนื่อง

DSCF7524-1 ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของผู้ผลิตกลุ่มโอเปกในเดือนพ.ค.2560 ปรับเพิ่มขึ้นราว 250,000 บาร์เรลต่อวัน เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา มาอยู่ที่ระดับ 32.22 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยส่วนใหญ่ปรับเพิ่มขึ้นจากไนจีเรีย จากการที่ท่อขนส่งน้ำมันดิบ Forcados กำลังการผลิต 200,000-250,000 บาร์เรลต่อวัน เริ่มกลับมาดำเนินการอีกครั้ง รวมถึงลิเบียที่กำลังการผลิตปรับเพิ่มขึ้น หลังจากความไม่สงบภายในประเทศคลี่คลายลง และล่าสุดปัญหาทางด้านเทคนิคที่แหล่งผลิตน้ำมันดิบ Sharara และปัญหาไฟฟ้าขัดข้องที่แหล่งผลิตน้ำมันดิบ Messla และ Sarir คลี่คลายลง ทำให้กำลังการผลิตของลิเบียปรับเพิ่มขึ้นมาแตะระดับ 827,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งจัดเป็นระดับสูงที่สุดในรอบ 3 ปี และยังมีคาดการณ์ว่าปริมาณการผลิตจะปรับเพิ่มขึ้นไปสู่ระดับ 1.1 – 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ภายในเดือน ส.ค. 2560

ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ คาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ตามจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบที่ปรับเพิ่มขึ้นแตะระดับ 733 แท่น ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือน เมย. 2558 นอกจากนี้ EIA เปิดเผยว่าปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ในเดือน มิ.ย.2560 น่าจะปรับตัวสูงขึ้นราว 90,000 บาร์เรลต่อวัน เมื่อเทียบกับการผลิตในเดือนพ.ค.2560 มาอยู่ที่ระดับ 9.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน และปริมาณการผลิตน้ำมันดิบจากชั้นหินดินดาน (Shale Oil) ปรับเพิ่มขึ้นราว 122,000 บาร์เรลต่อวัน มาอยู่ที่ระดับ 5.40 ล้านบาร์เรลต่อวัน

ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีภาคการบริการจีน ดัชนีกาคการบริการสหรัฐฯ จีดีพีไตรมาส 1/60 ยูโรโซน และดัชนีราคาผู้บริโภคจีน

สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (29 พ.ค. – 2 มิ.ย. 60)

 ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับลดลง 2.14 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 47.66 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ในขณะที่ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับลดลง 2.20 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 49.95 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบปิดเฉลี่ยอยู่ที่ 50 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล หลังตลาดยังคงกังวลว่าการขยายระยะเวลาของผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปกอาจไม่เพียงพอที่จะทำให้อุปทานน้ำมันดิบโลกปรับลดลง เนื่องจากปริมาณน้ำมันคงคลังสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในระดับสูง และปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังได้รับแรงกดดันจากกำลังการผลิตน้ำมันดิบของลิเบียที่ปรับเพิ่มขึ้น หลังปัญหาทางด้านเทคนิคคลี่คลายลง

ที่มา : บทวิเคราะห์สถานการณ์น้ำมันประจำสัปดาห์ โดย บมจ.ไทยออยล์