
ครม.อนุมัติขยายกรอบวงเงินฯสะพานข้ามแม่น้ำเมยแห่งที่ 2
ครม.อนุมัติขยายกรอบวงเงินและระยะเวลาก่อหนี้ผูกพันข้ามปี โครงการก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองแม่สอดพร้อมสะพานข้ามแม่น้ำเมยแห่งที่ 2 จังหวัดตากของกรมทางหลวง
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่าครม.ได้อนุมัติขยายกรอบวงเงินงบประมาณและระยะเวลาก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณโครงการก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองแม่สอดพร้อมสะพานข้ามแม่น้ำเมยแห่งที่ 2 จังหวัดตากของกรมทางหลวง(ทล.) ตามที่กระทรวงคมนาคมนำเสนอ
โดยจากเดิมวงเงินจำนวน 3,900 ล้านบาทเป็น 4,267 ล้านบาท(เพิ่มขึ้น 367 ล้านบาท) และยังอนุมัติก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณงานก่อสร้างอาคารด่าน(BORDER CONTROL FACILITIES :BCF) จากเดิมปีงบประมาณ พพ.ศ.2558-2560 เป็นปีงบประมาณ พ.ศ.2560-2562 เนื่องจากทล. ได้ดำเนินโครงการมาอย่างต่อเนื่องและพบว่ามีความจำเป็นต้องปรับเพิ่มค่าใช้จ่ายและขยายระยะเวลาดำเนินโครงการใน 2 ส่วนด้วยกัน
"ในส่วนแรกรูปแบบงานก่อสร้างอาคารด่าน BCF พบว่ามีความซับซ้อนมากโดยเฉพาะงานก่อสร้างหลัก งานภูมิสถาปัตย์ รูปแบบเน้นแสดงเอกลักษณ์ของแต่ละประเทศ เป็นงานที่มีความละเอียดจึงมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนจากการดำเนินงานเองไปเป็นงานจ้างเหมา และเมื่อทล.ได้คำนวณราคากลางงานก่อสร้างอาคารด่านแล้วส่งผลให้วงเงินค่าก่อสร้างเพิ่มขึ้นจากเดิม 1,020 ล้านบาท เป็น 1,187 ล้านบาท(เพิ่มขึ้น 167 ล้านบาท) โดยมีแผนใช้จ่ายงบประมาณตามปีงบประมาณ 2560-2562"
นอกจากนั้นครม.ยังอนุมัติให้ทล.ที่มีความจำเป็นต้องเสนอขอขยายระยะเวลาก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณจากเดิมที่ครม.อนุมัติไว้ปีงบประมาณ 2558-2560 เป็นปีงบประมาณ 2558-2562 และคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี 2562
สำหรับในส่วนที่ 2 ค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน เพื่อให้เป็นไปตามมติครม. เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม2559 ที่ให้ปรับปรุงหลักการและวิธีการจ่ายเงินช่วยเหลือเกี่ยวกับที่ดินให้แก่ราษฎรผู้ถือครองและทำประโยชน์ในที่ดินหน่วยงานราชการดูแล ส่งผลให้กรอบวงเงินค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินเพิ่มขึ้นจากเดิม 300 ล้านบาทเป็น 500 ล้านบาท
"โครงการนี้แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือถนน สะพาน และอาคารด่าน โดยงานถนนมีความก้าวหน้าประมาณ 80% ส่วนงานสะพานเชื่อมฝั่งไทยกับเมียนมานั้นแล้วเสร็จ ส่วนที่ยังไม่ได้ดำเนินการจึงเหลือเพียงอาคารด่าน"
โดยในส่วนความก้าวหน้าของฝั่งเมียนมานั้นได้ทยอยส่งมอบพื้นที่ดำเนินการก่อสร้างอาคารด่านแล้ว ถนนยังเหลือการส่งมอบพื้นที่อีกบางส่วน ดังนั้นในภาพรวมโครงการจึงมีความก้าวหน้าประมาณ 80% เมื่อเปิดให้บริการคาดว่าจะช่วยลดความแออัดของด่านแม่สอดเดิมลงไปได้อย่างมากและจะช่วยขนส่งสินค้าระหว่างประเทศได้รับความสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น
"ปัจจุบันกระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างการเจรจากับเมียนมาเรื่องความตกลงการขนส่งข้ามพรมแดนซึ่งอยู่ในกรอบการเจรจาความร่วมมือในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง โดยเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือและการประชุมในระดับรัฐมนตรีในเรื่องการออกใบอนุญาตให้รถแต่ละประเทศละ 500 คันขณะนี้ยังไม่มีผลบังคับใช้เพราะประเทศสมาชิกทั้ง 6 ประเทศจะต้องลงนามครบทั้งหมดก่อน ปัจจุบันลงนามไปแล้ว 2 ประเทศคือไทย กับ จีน และคาดว่าภายในเดือนสิงหาคมนี้จะลงนามได้ครบทั้ง 6 ประเทศ"
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่าครม.ได้อนุมัติขยายกรอบวงเงินงบประมาณและระยะเวลาก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณโครงการก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองแม่สอดพร้อมสะพานข้ามแม่น้ำเมยแห่งที่ 2 จังหวัดตากของกรมทางหลวง(ทล.) ตามที่กระทรวงคมนาคมนำเสนอ
โดยจากเดิมวงเงินจำนวน 3,900 ล้านบาทเป็น 4,267 ล้านบาท(เพิ่มขึ้น 367 ล้านบาท) และยังอนุมัติก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณงานก่อสร้างอาคารด่าน(BORDER CONTROL FACILITIES :BCF) จากเดิมปีงบประมาณ พพ.ศ.2558-2560 เป็นปีงบประมาณ พ.ศ.2560-2562 เนื่องจากทล. ได้ดำเนินโครงการมาอย่างต่อเนื่องและพบว่ามีความจำเป็นต้องปรับเพิ่มค่าใช้จ่ายและขยายระยะเวลาดำเนินโครงการใน 2 ส่วนด้วยกัน
"ในส่วนแรกรูปแบบงานก่อสร้างอาคารด่าน BCF พบว่ามีความซับซ้อนมากโดยเฉพาะงานก่อสร้างหลัก งานภูมิสถาปัตย์ รูปแบบเน้นแสดงเอกลักษณ์ของแต่ละประเทศ เป็นงานที่มีความละเอียดจึงมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนจากการดำเนินงานเองไปเป็นงานจ้างเหมา และเมื่อทล.ได้คำนวณราคากลางงานก่อสร้างอาคารด่านแล้วส่งผลให้วงเงินค่าก่อสร้างเพิ่มขึ้นจากเดิม 1,020 ล้านบาท เป็น 1,187 ล้านบาท(เพิ่มขึ้น 167 ล้านบาท) โดยมีแผนใช้จ่ายงบประมาณตามปีงบประมาณ 2560-2562"
นอกจากนั้นครม.ยังอนุมัติให้ทล.ที่มีความจำเป็นต้องเสนอขอขยายระยะเวลาก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณจากเดิมที่ครม.อนุมัติไว้ปีงบประมาณ 2558-2560 เป็นปีงบประมาณ 2558-2562 และคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี 2562
สำหรับในส่วนที่ 2 ค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน เพื่อให้เป็นไปตามมติครม. เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม2559 ที่ให้ปรับปรุงหลักการและวิธีการจ่ายเงินช่วยเหลือเกี่ยวกับที่ดินให้แก่ราษฎรผู้ถือครองและทำประโยชน์ในที่ดินหน่วยงานราชการดูแล ส่งผลให้กรอบวงเงินค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินเพิ่มขึ้นจากเดิม 300 ล้านบาทเป็น 500 ล้านบาท
"โครงการนี้แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือถนน สะพาน และอาคารด่าน โดยงานถนนมีความก้าวหน้าประมาณ 80% ส่วนงานสะพานเชื่อมฝั่งไทยกับเมียนมานั้นแล้วเสร็จ ส่วนที่ยังไม่ได้ดำเนินการจึงเหลือเพียงอาคารด่าน"
โดยในส่วนความก้าวหน้าของฝั่งเมียนมานั้นได้ทยอยส่งมอบพื้นที่ดำเนินการก่อสร้างอาคารด่านแล้ว ถนนยังเหลือการส่งมอบพื้นที่อีกบางส่วน ดังนั้นในภาพรวมโครงการจึงมีความก้าวหน้าประมาณ 80% เมื่อเปิดให้บริการคาดว่าจะช่วยลดความแออัดของด่านแม่สอดเดิมลงไปได้อย่างมากและจะช่วยขนส่งสินค้าระหว่างประเทศได้รับความสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น
"ปัจจุบันกระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างการเจรจากับเมียนมาเรื่องความตกลงการขนส่งข้ามพรมแดนซึ่งอยู่ในกรอบการเจรจาความร่วมมือในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง โดยเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือและการประชุมในระดับรัฐมนตรีในเรื่องการออกใบอนุญาตให้รถแต่ละประเทศละ 500 คันขณะนี้ยังไม่มีผลบังคับใช้เพราะประเทศสมาชิกทั้ง 6 ประเทศจะต้องลงนามครบทั้งหมดก่อน ปัจจุบันลงนามไปแล้ว 2 ประเทศคือไทย กับ จีน และคาดว่าภายในเดือนสิงหาคมนี้จะลงนามได้ครบทั้ง 6 ประเทศ"






