thansettakij
thansettakij
ส่งออก-ท่องเที่ยว-ใช้จ่ายรัฐทะยาน ธปท.ลุ้นลงทุนฟื้นทั่วหน้า

ส่งออก-ท่องเที่ยว-ใช้จ่ายรัฐทะยาน ธปท.ลุ้นลงทุนฟื้นทั่วหน้า

26 พ.ค. 60 | 04:00 น.
แบงก์ชาติลุ้นการลงทุนภาคเอกชนฟื้นตัวทั่วถึง ดึงการบริโภคภาคเอกชนฟื้นตัวตาม รับอานิสงค์ทยอยปลดล็อครถคันแรก จับตาเศรษฐกิจคู่ค้าชะลอกระทบภาคส่งออก

นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) บรรยายหลักสูตร Leadership Succession Program โดยมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาองค์กรภาครัฐ (IRDP) รุ่นที่ 8 เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยระบุว่า ทิศทางเศรษฐกิจไทยปรับตัวดีขึ้นจากภาคต่างประเทศ

เครื่องยนต์ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวใน 3 ด้าน ได้การส่งออกที่ฟื้นตัวทั้งด้านปริมาณและราคา และขยายตัว Broad-Based มากขึ้น ภาคการท่องเที่ยวฟื้นต่อเนื่องจากนักท่องเที่ยวจีนหลังการปราบปรามทัวร์ผิดกฎหมาย และนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นๆที่ขยายตัว ส่วนการใช้จ่ายภาครัฐยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลักทั้งรายจ่ายประจำและการลงทุน

MP27-3264-b กระทรวงพาณิชย์รายงานการส่งออกในเดือนเมษายน จำนวน16,864ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 8.5% และนำเข้าจำนวน16,808ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 13.4% ยอดส่งออก 4 เดือนแรกปีนี้ขยายตัว 5.7% นำเข้าขยายตัว 5.3%ส่วนนักท่องเที่ยว 4 เดือนแรกปีนี้ 12.02 ล้านคน เพิ่มขึ้น 2.9% สร้างรายได้ 6.21 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.7%

นายดอน กล่าวว่า ส่วนเครื่องยนต์อีก 2 ตัว คือการลงทุนภาคเอกชนและการบริโภคภาคเอกชน ที่ยังเป็นเครื่องหมายคำถามอยู่ แม้การการลงทุนภาคเอกชนมีทิศทางปรับดีขึ้นบ้าง แต่ยังกระจุกตัวอยู่ในธุรกิจพลังงานทดแทน ภาคบริการ และธุรกิจที่เกี่ยวงกับการส่งออก

ส่วนการบริโภคภาคเอกชนขยายตัวต่อเนื่อง โดยได้รับแรงสนับสนุนจากปัจจัยพื้นฐานทางด้านรายได้ ความเชื่อมั่น ภาระหนี้จากโครงการรถยนต์คันแรกที่ทยอยหมดลง

นายดอนกล่าวว่า ประมาณการจีดีพีไทยปีนี้ที่ธปท.ปรับไปรอบที่แล้วเมื่อ 29 มีนาคม 2560 เพิ่มจาก 3.2% เป็น 3.4% มาจากการส่งออกที่เริ่มฟื้นตัวชัดเจน ส่วนปี 2561 คาดว่าขยายตัว 3.6% เป็นผลมาจากการใช้จ่ายในประเทศและภาคการส่งออกที่ฟื้นตัว

อย่างไรก็ตามความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกที่จะส่งผ่านมาที่เศรษกิจไทยใน 2 ช่องทาง ช่องทางแรกได้แก่ อุปสงค์ประเทศคู่ค้า ได้แก่การขยายตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าชะลอลง ที่จะส่งผลกระทบต่อการส่งออก จำนวนและการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว และการลงทุนโดยตรงมายังประเทศไทย

ช่องทางที่ 2 ช่องทางการเงิน ที่ผลกระทบต่อดัชนีหุ้น ราคาตราสารหนี้ อัตราแลกเปลี่ยน และราคาน้ำมันและราคาสินค้าโภคภัณฑ์

นายดอน กล่าวว่า เศรษฐิจโลกในปีนี้อยู่บนเส้นทางของการฟื้นตัวทั้งกลุ่ม G3 สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป หลังจากที่เผชิญวิกฤติเศรษฐกิจและมีการอัดฉีดมาตรการกระตุ้นมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนเศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มชะลอตัวอย่างช้าๆเพื่อสร้างสมดุลและพัฒนาผลิตภาพทางเศรษฐกิจ ขณะที่นักวิเคราะห์ปรับเพิ่มจีดีพีโลกจะขยายตัว 3.5% ในปีนี้และเป็น 3.6% ในปีหน้า

อย่างไรความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกที่ต้องจับตาใกล้ชิดหลายประการ เช่น ทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายและการลดงบดุลของธนาคารกลางสหรัฐ นโยบายของประธานาธิบดี โดนัล ทรัมป์ ทั้งการลดภาษี การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การค้าและการลงทุน และ นโยบายอพยพแรงงาน ที่จะมีผลต่อการค้า อัตราแลกเปลี่ยน เงินทุนเคลื่อนย้ายและการลงทุนทั่วโลก

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,264 วันที่ 25 - 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2560