thansettakij
thansettakij
"ศรีวราห์" เผย! มีจม.เตือนป่วนรพ.ล่วงหน้า 3 วัน ราชรถสั่งดูเเลขนส่งทั่วปท.

"ศรีวราห์" เผย! มีจม.เตือนป่วนรพ.ล่วงหน้า 3 วัน ราชรถสั่งดูเเลขนส่งทั่วปท.

23 พ.ค. 60 | 11:01 น.
อัปเดตล่าสุด :23 พ.ค. 60 | 18:01 น.
วันที่ 23 พ.ค.60 เมื่อเวลา 15.30 น. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. กล่าวภายหลังประชุมชุดสืบสวนคดีระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าเมื่อวันที่22พ.ค.ว่า การประชุมวันนี้แบ่งหน้าที่ให้ชุดสืบสวนสอบสวน และจะขอให้พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ออกคำสั่งตั้งคณะทำงานฯ โดยให้รายงานความคืบหน้ามาที่ตนทุกวัน

พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า จากการสืบสวนสอบสวนชัดเจนว่าระเบิดอยู่ในแจกัน กองพิสูจน์หลักฐานกำลังตรวจหาดีเอ็นเอแฝงในวัตถุพยาน โดยใช้วิธีนิติวิทยาศาสตร์ ตอนนี้อยู่ในกระบวนการสกัดดีเอ็นเอ แต่ผลขึ้นอยู่กับปริมาณที่พบ แต่ความร้อนจากการระเบิดทำให้พบดีเอ็นเอน้อยมาก ขณะนี้ตรวจสอบการตั้งเวลาระเบิดด้วยไอซีไทม์เมอร์ พบว่าตั้งเวลาก่อนเกิดเหตุ2-4ชั่วโมง ทำให้ต้องหาพยานหลักฐานอื่นๆประกอบการหาตัวบุคคลที่เข้า-ออกในช่วงเวลาดังกล่าว ขณะนี้ยังไม่พบตัว

"ยืนยันจากซิกเนเจอร์การประกอบระเบิดทั้ง 3 จุด (สำนักงานสลากกินเเบ่งรัฐบาล ถนนราชดำเนิน-โรงละครเเห่งชาติ-โรงพยาบาล)ตั้งเเต่วันที่5เม.ย.เป็นต้นมาว่า เป็นฝีมือกลุ่มเดียวกัน กำลังตรวจสอบวงจรปิดทั้ง3จุดเพื่อหาความเชื่อมโยงถึงตัวคนทำ ตอนนี้บอกได้ว่าเดินหน้าเริ่มนับหนึ่งแล้ว แต่เปิดเผยไม่ได้ อยู่ในสำนวน มูลเหตุในการก่อเหตุยังไม่ตัดเรื่องใดทิ้ง ทั้งเรื่องการเมืองและภาคใต้"รองผบ.ตร.กล่าว

รองผบ.ตร.กล่าวต่อว่า ลักษณะการประกอบระเบิด เหมือนกับกลุ่มที่ก่อเหตุระเบิด ก่อกวนทางการเมืองปี 2550 ที่หน้าห้างเมเจอร์รัชโยธิน ด้านหน้าบก.ทบ.และซอยราชวิถี 26 ครั้งนั้นยังไม่รู้ตัวผู้กระทำผิด แต่พยานหลักฐานเกี่ยวกับระเบิดวิธีการคล้ายกันมาก ส่วนครั้งนี้จะเป็นเรื่องการเมืองเหมือนปี 2550หรือไม่ ยังไม่ยืนยัน จะพูดแต่ตามพยานหลักฐานในสำนวนเท่านั้น และในฐานะดูแลงานด้านความมั่นคง ตนแสวงจุดร่วม สงวนจุดแยก จะพูดให้แตกแยก โดยไม่มีหลักฐานไม่ได้ จึงจะชี้มูลเหตุก่อไม่ได้ จะพูดแต่ในสำนวนคดีอาญาเท่านั้น ตอนนี้ต้องพูดแต่เรื่องปรองดอง พูดให้แตกความสามัคคีไม่ได้ จะเอาเขาเล่าว่ามายันในสำนวนการสอบสวนไม่ได้

รองผบ.ตร. กล่าวด้วยว่า จากการสืบสวนสอบสวน ยอมรับว่ามีสัญญานเตือนว่าจะเกิดเหตุในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในละแวกเดียวกัน เจ้าหน้าที่ก็ระวัง แต่ไประวังโรงพยาบาลอื่น โดยมีสัญญาณเตือนก่อนเกิดเหตุ3วัน มีการลงบันทึกประจำวันไว้ แต่ไม่ให้น้ำหนัก เป็นเพียงสิ่งบอกเหตุล่วงหน้ามา3วัน ได้สืบสวนตรวจสอบที่มา ไล่ไปว่าจดหมายนั้นมีที่มาอย่างไร เป็นหนึ่งแนวทางการสืบสวนที่ตั้งไว้

“เมื่อมีพยานเอกสารเกิดขึ้นก็ต้องตรวจสอบ แต่เรื่องการทำคดีต้องยึดพยานหลักฐาน แม้ใครสมอ้างว่าทำ หากหลักฐานไม่ใช่ เขาเล่าว่าคำรับสารภาพเฉยๆใช้ไม่ได้ อ้างว่าตัวเองทำ ใช้ในสำนวนไม่ได้ ขอเวลารวบรวมพยานหลักฐานก่อน” รองผบ.ตร.กล่าว

ด้านพล.ต.ต.สุธีร์ เนรกัณฐี รองผบช.น. กล่าวว่า มีการส่งจดหมายมา เขียนด้วยลายมือเข้ามาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เป็นการเตือนจากผู้หวังดี ส่งไปถึงโรงพยาบาลในละแวกนั้น เจ้าหน้าที่ก็ตรวจสอบและมีการลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สน.พญาไท

ขณะที่พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผู้กำกับกลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด(อีโอดี) กล่าวว่า จากการตรวจสถานที่เกิดเหตุทั้งสามจุด พบวัตถุพยานเหมือนกัน คือ ท่อพีวีซี ไอซีไทม์เมอร์ ตัวบรรจุเชื้อประทุ ตัวเก็บประจุ แบตเตอรี สายไฟ ลักษณะวงจรระเบิดเหมือนกันทั้ง 3 จุด ลักษณะการประกอบเหมือนกันหมด เป็นระเบิดแสวงเครื่อง จุดระเบิดด้วยการตั้งเวลา แต่ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ใส่ตะปูเข้าไปด้วย ซึ่งในปี 2550 ที่เกิดเหตุ 3 จุดก็พบ การจุดระเบิดด้วยไอซีไทม์เมอร์เหมือนกัน ตัวพื้นฐานเหมือนกัน แต่วิธีการนั้นต่างกัน แต่เชื่อได้ว่าเชื่อมโยงกัน

นายจิรุตม์ วิศาลจิตร โฆษกกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคมมีความห่วงใยและกำชับให้หน่วยงานขนส่งสาธารณะทุกแห่งเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยและเฝ้าระวังเหตุการณ์ไม่สงบที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะการเดินทางของมวลชนเป็นกลุ่มใหญ่ตามสถานีรถไฟ สถานีขนส่ง ท่าเรือที่มีประชาชนหนาแน่น ท่าอากาศยานทุกแห่งทั้งของกรมท่าอากาศยาน (ทย.) และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ( ทอท.) ซึ่งต้องเพิ่มความเข้มงวดในการดูแลบริเวณที่มีผู้โดยสาร ห้องสุขา การรับฝากสัมภาระ รวมถึงการรับส่งสินค้าและพัสดุ

นายจิรุตม์ กล่าวว่า ส่วนการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ก็ต้องเพิ่มการดูแลศูนย์ซ่อมบำรุงรถจักรและสถานีแยกสินค้ากล่อง (ICD) ด้วย นอกจากนี้ สั่งการให้ทุกหน่วยงานต่างๆ ดูแลอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย เช่น กล่องวงจรปิด อุปกรณ์ไฟส่องสว่าง ให้ใช้การได้เพียงพอ รวมถึงต้องมอบหมายให้มีผู้รับผิดชอบพื้นที่ต่างๆ เพื่อแก้ไขในกรณีที่มีสถานการณ์ฉุกเฉินและมีมาตรการป้องกันไม่ให้บุคคลภายนอกปลอมตัวเข้ามาในบริเวณสำคัญได้ ขณะเดียวกันกระทรวงคมนาคมได้เตรียมช่องทางการสื่อในกรณีที่มีเหตุการณ์ฉุกเฉินระหว่างหน่วยงานต่างๆ ไว้แล้ว

“หน่วยงานต่างๆ และฝ่ายความมั่นคงได้ประสานงานกันอยู่แล้ว ยกตัวอย่าง เช่น กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ก็ประสานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตำรวจ ทหารในพื้นที่เพื่อเฝ้าระวังและกำชับเรื่องความปลอดภัยในสถานีขนส่ง เรื่องของสนามบินต่างๆ ก็จะมีการประสานกับ รปภ. ของหน่วยงานตัวเอง และตำรวจ ทหารในพื้นที่ช่วยกันดูแล ซึ่งแต่ละหน่วยงานก็มีรูปแบบการรักษความปลอดภัยของตัวเองอยู่แล้ว” นายจิรุตม์กล่าว

นายจิรุตม์ กล่าวว่า ขณะนี้หน่วยงานต่างๆ เช่น ร.ฟ.ท. ยังใช้บุคลากรของตัวเองในการดูแลรักษาความปลอดภัย แต่หากบุคลากรไม่เพียงพอก็อาจขอกำลังเสริมจากหน่วยงานความมั่นคงได้
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • business