thansettakij
thansettakij
นายกฯ สั่ง 2 เดือนนี้ ผักตบชวาต้องจบ ครม.คลอดแผนพัฒนาเกษตรกรรม

นายกฯ สั่ง 2 เดือนนี้ ผักตบชวาต้องจบ ครม.คลอดแผนพัฒนาเกษตรกรรม

23 พ.ค. 60 | 11:26 น.
อัปเดตล่าสุด :23 พ.ค. 60 | 18:28 น.
นายกฯ สั่ง 2 เดือนนี้ผักตบชวาต้องจบ ครม.คลอดแผนพัฒนาเกษตรกรรม

-23 พ.ค. 60 - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. กล่าวถึงการเเก้ปัญหาผักตบชวาว่า ได้เร่งรัดแก้ไขให้ได้ภายในเดือนพ.ค.-มิ.ย.นี้ ซึ่งต้องเข้าใจว่าการบูรณาการมีหลายอย่าง คือทำทั้งแผนงาน โครงการ งบประมาณ เช่น ผักตบชวา หน่วยงานไหนเกี่ยวข้องบ้าง เช่น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ องค์กรปกครองท้องถิ่น งบประมาณมีเท่าไร แล้วแผนเป็นอย่างไร ก็ต้องทำงานร่วมกันในส่วนที่ตัวเองเกี่ยวข้อง ทำอย่างนี้จะแก้ไขได้หมด ไม่มีหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งทำสำเร็จเพราะคนมีจำกัด ที่สำเร็จได้เพราะทหารไปช่วยทั้งนั้น แล้วกำลังคิดเรื่องการใช้สารที่มีความปลอดภัยเพื่อทำให้ตายไปตั้งแต่ต้น โดยไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม

พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมครม. ว่า ครม.มีมติเห็นชอบตามที่สภาเกษตรกรแห่งชาติ เสนอ ร่างแผนแม่บทเพื่อพัฒนาเกษตรกรรม พ.ศ.2560 - 2564 สืบเนื่องมาจาก พ.ร.บ.สภาเกษตรแห่งชาติ พ.ศ.2533 ที่บัญญัติให้สภาเกษตรกรแห่งชาติ จัดทำแผนแม่บทโดยผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของผู้ได้เสีย รวมทั้งเชื่อมโยงกับแผนแม่บทระดับจังหวัด ก่อนเสนอ ครม.เพื่อพิจารณาต่อไป โดยแผนแม่บทดังกล่าว มีวิสัยทัศน์คือ องค์กรเกษตรกร เครือข่ายเข้มแข็ง โครงสร้างพื้นฐานและการจัดการทั่วถึงเกษตรกรทุกคน มี 4 ยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย 1.การพัฒนาทรัพยากรบุคคลและความเข้มแข็งขององค์กรเกษตรกร โดยแบ่งเป็น 1.1ส่งเสริมการรวมกลุ่มของเกษตรกร องค์กรเกษตรกร ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 1.2 ส่งเสริมให้มีการศึกษาอบรม ถ่ายทอดความรู้ที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีการเกษตรแก่เกษตรกร
พ.อ.อธิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า 2.พัฒนาและคุ้มครองทรัพยากรทางการเกษตร ได้แก่การส่งเสริมและพัฒนาการคุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรม แก้ไขปัญหาดินและที่ดิน โดยส่งเสริมสิทธิเกษตรกรให้มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิในที่ดินเกษตรกรรมของตนเองอย่างทั่วถึง รวมทั้งการพัฒนาแหล่งน้ำและจัดระบบชลประทานเพื่อการอนุรักษ์ฟื้นฟู ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมภายใต้ความหลากหลายทางชีวภาพ

พ.อ.อธิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า 3.พัฒนาประสิทธิภาพการผลิตและรักษาเสถียรภาพด้านราคาสินค้าเกษตร ประกอบด้วย 3.1 สร้างความเป็นธรรมด้านราคาผลผลิตทางการเกษตร 3.2 ค้นคว้าวิจัยและพัฒนาภูมิปัญญาทางพันธ์พืชและสัตว์ท้องถิ่น 3.3 การเชื่อมโยงและพัฒนาความร่วมมือด้านการแปรรูปผลผลิต การตลาด และการบริโภคเพื่อการยังชีพระหว่างเครือข่ายองค์กรเกษตรกร ภาครัฐ และภาคเอกชน

พ.อ.อธิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า 4.แก้ไขปัญหาหนี้สินภาคการเกษตร สร้างความเข้มแข็งและบริหารจัดการกองทุนด้านการเกษตร โดยได้มอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นหน่วยงานหลักร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำแผนแม่บทไปบูรณาการร่วมกับแผนพัฒนาการเกษตร ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 เพื่อสร้างความเข้มแข็งและความยั่งยืนแก่เกษตรกรต่อไป
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • business