
วางเป้าสู่ ‘เวลเนส เวิลด์’ วุฒิ-ศักดิ์ ปูพรมสาขาทั้งใน-ตปท.
เปิดโรดแมพ “วุฒิ-ศักดิ์คลินิก” สู่เวลเนส เวิล์ดในเอเชีย ผนึกพันธมิตรจากเอเชีย ยุโรป และอเมริกา เสริมบริการด้านศัลยกรรมความงาม พร้อมสยายปีกเปิดสถาบันฝึกอบรมสร้างบุคลากรป้อนตลาดความงาม เผยชูกลยุทธ์แฟรนไชส์ ปูพรมสาขาครบ 300 แห่งใน 3 ปี
ตลาดผลิตภัณฑ์ความงามซึ่งมีมูลค่ากว่า 2. 5 แสนล้านบาทในเมืองไทยยังมีการเติบโตสูงขึ้นต่อเนื่อง ทั้งจากตลาดคลินิกความงามมีมูลค่ากว่า 3 หมื่นล้านบาท ขณะที่ตลาดศัลยกรรมความงามซึ่งคาดว่ามีมูลค่าไม่น้อยกว่า 3 หมื่นล้านบาทเช่นกันล้วนมีการการเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% ในแต่ละปี และไม่ได้ชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค เห็นได้จากในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมามีแบรนด์สินค้าเข้ามาทำตลาดจำนวนมาก ทั้งการเปิดคลินิกความงาม และคลินิกศัยกรรมในรูปแบบของเชน และแบบเจ้าของรายเดียว
ขณะที่ผู้เล่นหลักอย่าง “วุฒิ-ศักดิ์คลินิก” ซึ่งโด่งดังสุดขีดในตลาดคลินิกความงาม แต่เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น ประกอบกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนรูปแบบการใช้บริการ ไปสู่คลินิกความงามและศัลยกรรม ที่เห็นผลได้รวดเร็วกว่า ทำให้วุฒิ-ศักดิ์คลินิกหยุดความเคลื่อนไหวทางการตลาดไประยะเวลากว่า 2 ปี แต่นับจากปีนี้เป็นต้นไป “วุฒิ-ศักดิ์คลินิก” เตรียมขับเคลื่อนองค์กรครั้งใหญ่ ด้วยเป้าหมายการไปสู่ “วุฒิศักดิ์ เวลเนส เวิล์ด” หรือ ศูนย์สุขภาพและความงามที่ใหญ่ที่สุดในเอเซียภายในระยะเวลา 5 ปี
นายอรรถวุฒิ จริงไธสง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วุฒิศักดิ์ คลินิก อินเตอร์ กรุ๊ป จำกัด ผู้บริหาร “วุฒิ-ศักดิ์คลินิก” เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า เป้าหมายการเติบโตเบื้องต้นในระยะ 3 ปีบริษัทคาดว่าจะไม่ต่ำกว่าปีละ 10% จากปีที่ผ่านมามีรายได้ 1,800 ล้านบาท ส่วนปีนี้จะทำรายได้ 2,000 ล้านบาท โดยกลยุทธ์สร้างการเติบโตดังกล่าวคือการขยายสาขาให้ครบ 300 แห่ง จากปัจจุบันมี 120 แห่งในประเทศไทย ซึ่งจะใช้รูปแบบแฟรนไชส์ในการขยายสาขา ที่จะมี 3 รูปแบบธุรกิจ ได้แก่ 1.ธุรกิจคลินิกความงาม 150 แห่ง 2.ธุรกิจบิวตี้เซ็นเตอร์ 50 แห่ง และ3.ธุรกิจรีเทล จำนวน 100 แห่ง จากปัจจุบันบริษัทมีคลินิกความงามที่บริหารงานอยู่ 120 แห่ง และร้านจำหน่ายสินค้าเครื่องสำอางและความงาม ภายใต้ชื่อ “เมจิก” 3 แห่ง ที่ถือเป็นการทดลองทำตลาด ส่วนอนาคตอาจจะมีการเปลี่ยนชื่อร้านอีกครั้ง เพื่อให้เหมาะสม
“การขยายสาขานับจากนี้ทั้งในและต่างประเทศ จะเป็นรูปแบบแฟรนไชส์ทั้งสิ้น เนื่องจากแบรนด์วุฒิศักดิ์ได้รับการยอมรับ ส่วนสาขาปัจจุบันหากมีผู้สนใจบริษัทก็พร้อมให้สิทธิ์แฟรนไชส์ซีเข้าบริหาร ทำให้มีความเสี่ยงที่ต่ำ โดยสาขาที่บริษัทบริหารจะมีสัดส่วนประมาณ 30-40% ส่วนการลงทุนหากเป็นคลินิกจะใช้งบประมาณ 7-9 ล้านบาทต่อแห่ง บิวตี้เซ็นเตอร์ใช้งบประมาณ 5-7 ล้านบาทต่อแห่ง และร้านรีเทลจะใช้งบประมาณ 1.5-2.5 ล้านบาทต่อแห่ง ซึ่งร้านรีเทลขณะนี้อยู่ระหว่างการทดลองทำตลาดและเตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายในสิ้นเดือนนี้ด้วย”
นอกจากนี้ยังใช้กลยุทธ์การเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ หรือ Strategic Partner เพื่อสร้างการเติบโตให้กับบริษัท ซึ่งได้วางแผนร่วมมือกับผู้นำธุรกิจด้านการแพทย์ในเอเชีย อเมริกา และยุโรป ในการนำเทคโนโลยีศัลยกรรมและความงามเข้ามาให้บริการในประเทศไทย รวมถึงการแลกเปลี่ยนด้านความรู้ระหว่างกัน การสร้างเครือข่ายในการมาใช้บริการระหว่างพันธมิตรในต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยยกระดับให้วุฒิ-ศักดิ์คลินิกก้าวเข้าสู่การเป็นเวลเนสเวิลด์ของเอเชียด้วย ซึ่งบริษัทมีแผนปรับภาพลักษณ์ของวุฒิ-ศักดิ์คลินิก ให้เป็นบิวตี้ เซ็นเตอร์ ที่มีความเป็นพรีเมียมมากขึ้น และมีการให้บริการด้านศัลยกรรม นอกจากนี้ยังมีการจัดส่งลูกค้าที่ต้องการรับบริการศัลยกรรมในต่างประเทศด้วย ซึ่งปีนี้คาดว่าจะเปิดให้บริการบิวตี้เซ็นเตอร์ 5 แห่ง ที่มีบริการด้านศัลยกรรม
นายอรรถวุฒิ กล่าวอีกว่า ยังได้ร่วมทุนกับพันธมิตรเปิดสถาบันฝึกอบรมบุคลากร เพื่อป้อนให้กับตลาดคลินิกความงามโดยเฉพาะ จากก่อนหน้าที่มีสถาบันฝึกอบรมที่ป้อนกับสาขาของบริษัทเท่านั้น โดยจัดตั้งบริษัท ดับบลิวอะคาเดมี จำกัด วุฒิ-ศักดิ์คลินิกถือหุ้นในสัดส่วน 51% ส่วนพันธมิตรถือหุ้นสัดส่วน 49% ซึ่งบริษัทดังกล่าวได้เตรียมงบลงทุน 10-20 ล้านบาท เพื่อเตรียมเปิดสถาบันฝึกอบรมดังกล่าวภายในปีหน้า ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดเตรียมความพร้อมต่างๆ โดยเบื้องต้นคาดว่าจะใช้ชื่อ W Academy หรือ World Academy ซึ่งสถาบันดังกล่าวสามารถพัฒนาบุคลากรป้อนตลาดความงามได้รุ่นละ 1,000 คน
ขณะที่การลงทุนเพื่อสร้างการเติบโต จะใช้งบประมาณไม่ต่ำกว่าปีละ 10% ของรายได้เพื่อใช้ในการขยายธุรกิจและการทำตลาด ส่วนในปีนี้บริษัทเตรียมงบประมาณ 300 ล้านบาท เพื่อใช้สำหรับการขยายสาขา 120 ล้านบาท และการทำตลาดรวมถึงวิจัยและพัฒนาอีก 180 ล้านบาท ซึ่งปีนี้ได้เตรียมปรับภาพลักษณ์สาขาวุฒิศักดิ์ใหม่เพื่อให้มีความเป็นพรีเมียมมากขึ้น เบื้องต้นน่าจะรีแบรนด์สาขาได้ 50 แห่ง ใช้งบประมาณ 4-5 แสนบาทต่อแห่ง
สำหรับแผนการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นั้น นายอรรถวุฒิ กล่าวว่า ภายในระยะ 1-2 ปีนับจากนี้ ยังไม่มีแผนพิจารณานำบริษัทเข้าตลาดฯ แต่อย่างใด เนื่องจากเพิ่งกลับมาทำตลาดและขยายธุรกิจอีกครั้งหลังจากช่วง 2 ปีวุฒิ-ศักดิ์คลินิกไม่มีการทำตลาดและการโฆษณาแต่อย่างใด
[caption id="attachment_153542" align="aligncenter" width="325"]
วางเป้าสู่ ‘เวลเนส เวิลด์’ วุฒิ-ศักดิ์อัดปูพรมสาขาทั้งใน-ตปท.[/caption]
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,264 วันที่ 25 - 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2560
ตลาดผลิตภัณฑ์ความงามซึ่งมีมูลค่ากว่า 2. 5 แสนล้านบาทในเมืองไทยยังมีการเติบโตสูงขึ้นต่อเนื่อง ทั้งจากตลาดคลินิกความงามมีมูลค่ากว่า 3 หมื่นล้านบาท ขณะที่ตลาดศัลยกรรมความงามซึ่งคาดว่ามีมูลค่าไม่น้อยกว่า 3 หมื่นล้านบาทเช่นกันล้วนมีการการเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% ในแต่ละปี และไม่ได้ชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค เห็นได้จากในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมามีแบรนด์สินค้าเข้ามาทำตลาดจำนวนมาก ทั้งการเปิดคลินิกความงาม และคลินิกศัยกรรมในรูปแบบของเชน และแบบเจ้าของรายเดียว
ขณะที่ผู้เล่นหลักอย่าง “วุฒิ-ศักดิ์คลินิก” ซึ่งโด่งดังสุดขีดในตลาดคลินิกความงาม แต่เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น ประกอบกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนรูปแบบการใช้บริการ ไปสู่คลินิกความงามและศัลยกรรม ที่เห็นผลได้รวดเร็วกว่า ทำให้วุฒิ-ศักดิ์คลินิกหยุดความเคลื่อนไหวทางการตลาดไประยะเวลากว่า 2 ปี แต่นับจากปีนี้เป็นต้นไป “วุฒิ-ศักดิ์คลินิก” เตรียมขับเคลื่อนองค์กรครั้งใหญ่ ด้วยเป้าหมายการไปสู่ “วุฒิศักดิ์ เวลเนส เวิล์ด” หรือ ศูนย์สุขภาพและความงามที่ใหญ่ที่สุดในเอเซียภายในระยะเวลา 5 ปี
นายอรรถวุฒิ จริงไธสง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วุฒิศักดิ์ คลินิก อินเตอร์ กรุ๊ป จำกัด ผู้บริหาร “วุฒิ-ศักดิ์คลินิก” เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า เป้าหมายการเติบโตเบื้องต้นในระยะ 3 ปีบริษัทคาดว่าจะไม่ต่ำกว่าปีละ 10% จากปีที่ผ่านมามีรายได้ 1,800 ล้านบาท ส่วนปีนี้จะทำรายได้ 2,000 ล้านบาท โดยกลยุทธ์สร้างการเติบโตดังกล่าวคือการขยายสาขาให้ครบ 300 แห่ง จากปัจจุบันมี 120 แห่งในประเทศไทย ซึ่งจะใช้รูปแบบแฟรนไชส์ในการขยายสาขา ที่จะมี 3 รูปแบบธุรกิจ ได้แก่ 1.ธุรกิจคลินิกความงาม 150 แห่ง 2.ธุรกิจบิวตี้เซ็นเตอร์ 50 แห่ง และ3.ธุรกิจรีเทล จำนวน 100 แห่ง จากปัจจุบันบริษัทมีคลินิกความงามที่บริหารงานอยู่ 120 แห่ง และร้านจำหน่ายสินค้าเครื่องสำอางและความงาม ภายใต้ชื่อ “เมจิก” 3 แห่ง ที่ถือเป็นการทดลองทำตลาด ส่วนอนาคตอาจจะมีการเปลี่ยนชื่อร้านอีกครั้ง เพื่อให้เหมาะสม
“การขยายสาขานับจากนี้ทั้งในและต่างประเทศ จะเป็นรูปแบบแฟรนไชส์ทั้งสิ้น เนื่องจากแบรนด์วุฒิศักดิ์ได้รับการยอมรับ ส่วนสาขาปัจจุบันหากมีผู้สนใจบริษัทก็พร้อมให้สิทธิ์แฟรนไชส์ซีเข้าบริหาร ทำให้มีความเสี่ยงที่ต่ำ โดยสาขาที่บริษัทบริหารจะมีสัดส่วนประมาณ 30-40% ส่วนการลงทุนหากเป็นคลินิกจะใช้งบประมาณ 7-9 ล้านบาทต่อแห่ง บิวตี้เซ็นเตอร์ใช้งบประมาณ 5-7 ล้านบาทต่อแห่ง และร้านรีเทลจะใช้งบประมาณ 1.5-2.5 ล้านบาทต่อแห่ง ซึ่งร้านรีเทลขณะนี้อยู่ระหว่างการทดลองทำตลาดและเตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายในสิ้นเดือนนี้ด้วย”
นอกจากนี้ยังใช้กลยุทธ์การเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ หรือ Strategic Partner เพื่อสร้างการเติบโตให้กับบริษัท ซึ่งได้วางแผนร่วมมือกับผู้นำธุรกิจด้านการแพทย์ในเอเชีย อเมริกา และยุโรป ในการนำเทคโนโลยีศัลยกรรมและความงามเข้ามาให้บริการในประเทศไทย รวมถึงการแลกเปลี่ยนด้านความรู้ระหว่างกัน การสร้างเครือข่ายในการมาใช้บริการระหว่างพันธมิตรในต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยยกระดับให้วุฒิ-ศักดิ์คลินิกก้าวเข้าสู่การเป็นเวลเนสเวิลด์ของเอเชียด้วย ซึ่งบริษัทมีแผนปรับภาพลักษณ์ของวุฒิ-ศักดิ์คลินิก ให้เป็นบิวตี้ เซ็นเตอร์ ที่มีความเป็นพรีเมียมมากขึ้น และมีการให้บริการด้านศัลยกรรม นอกจากนี้ยังมีการจัดส่งลูกค้าที่ต้องการรับบริการศัลยกรรมในต่างประเทศด้วย ซึ่งปีนี้คาดว่าจะเปิดให้บริการบิวตี้เซ็นเตอร์ 5 แห่ง ที่มีบริการด้านศัลยกรรม
นายอรรถวุฒิ กล่าวอีกว่า ยังได้ร่วมทุนกับพันธมิตรเปิดสถาบันฝึกอบรมบุคลากร เพื่อป้อนให้กับตลาดคลินิกความงามโดยเฉพาะ จากก่อนหน้าที่มีสถาบันฝึกอบรมที่ป้อนกับสาขาของบริษัทเท่านั้น โดยจัดตั้งบริษัท ดับบลิวอะคาเดมี จำกัด วุฒิ-ศักดิ์คลินิกถือหุ้นในสัดส่วน 51% ส่วนพันธมิตรถือหุ้นสัดส่วน 49% ซึ่งบริษัทดังกล่าวได้เตรียมงบลงทุน 10-20 ล้านบาท เพื่อเตรียมเปิดสถาบันฝึกอบรมดังกล่าวภายในปีหน้า ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดเตรียมความพร้อมต่างๆ โดยเบื้องต้นคาดว่าจะใช้ชื่อ W Academy หรือ World Academy ซึ่งสถาบันดังกล่าวสามารถพัฒนาบุคลากรป้อนตลาดความงามได้รุ่นละ 1,000 คน
ขณะที่การลงทุนเพื่อสร้างการเติบโต จะใช้งบประมาณไม่ต่ำกว่าปีละ 10% ของรายได้เพื่อใช้ในการขยายธุรกิจและการทำตลาด ส่วนในปีนี้บริษัทเตรียมงบประมาณ 300 ล้านบาท เพื่อใช้สำหรับการขยายสาขา 120 ล้านบาท และการทำตลาดรวมถึงวิจัยและพัฒนาอีก 180 ล้านบาท ซึ่งปีนี้ได้เตรียมปรับภาพลักษณ์สาขาวุฒิศักดิ์ใหม่เพื่อให้มีความเป็นพรีเมียมมากขึ้น เบื้องต้นน่าจะรีแบรนด์สาขาได้ 50 แห่ง ใช้งบประมาณ 4-5 แสนบาทต่อแห่ง
สำหรับแผนการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นั้น นายอรรถวุฒิ กล่าวว่า ภายในระยะ 1-2 ปีนับจากนี้ ยังไม่มีแผนพิจารณานำบริษัทเข้าตลาดฯ แต่อย่างใด เนื่องจากเพิ่งกลับมาทำตลาดและขยายธุรกิจอีกครั้งหลังจากช่วง 2 ปีวุฒิ-ศักดิ์คลินิกไม่มีการทำตลาดและการโฆษณาแต่อย่างใด
[caption id="attachment_153542" align="aligncenter" width="325"]
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,264 วันที่ 25 - 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2560






