
"อภิรัชต์" ตรวจสนามหลวง ขันน็อตเพิ่ม - วอนปชช.ช่วย ชี้ เหตุป่วนเพราะ "คนจิตใจชั่ว"
"อภิรัชต์" ตรวจสนามหลวง ขันน็อตเพิ่ม - วอนปชช.ช่วย ชี้ เหตุป่วนเพราะ "คนจิตใจชั่ว"
-19 พ.ค.60- เมื่อเวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานจากกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง ท้องสนามหลวงว่า พล.ท. อภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์ การดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณท้องสนามหลวง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่จะเดินทางเข้ามากราบพระบรมศพภายหลังเกิดเหตุการณ์การลอบวางระเบิดบริเวณโรงละครแห่งชาติซึ่งเป็นพื้นที่ กล้เคียงกับพื้นที่สนามหลวง โดยมีพล.ต. ธรรมนูญวิถี รองแม่ทัพภาคที่ 1 พล.ต.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ รองแม่ทัพภาคที่ 1 พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่าฯกทม. รวมถึงผู้แทนจากบชน.และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
พล.ท.อภิรัชต์ ให้สัมภาษณ์ว่า ได้ประชุมหารือเพิ่มเติมเพื่อวางมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่โดยรอบสนามหลวง ซึ่งไม่ได้เป็นการวัวหายแล้วล้อมคอก เนื่องจากคอกของเรามีความเข้มแข็งอยู่แล้ว จากการทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่ของทุกฝ่าย จึงทำให้จุดคัดกรองยังมีความเข้มแข็งอยู่ ทั้งนี้ในจุดคัดกรอง จะเพิ่มความเข้มแข็งและมาตรการในการรักษาความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
"หลังจากนี้ประชาชนอาจจะไม่ได้รับความสะดวกเนื่องจากจะมีการตรวจตรา มีการถ่ายภาพ บันทึกภาพ หลายระบบมากขึ้น และในวงไข่แดง คือบริเวณในจุดคัดกรอง จะมีการขยายไปจนถึงวงไข่ขาว คือรอบจุดที่เกิดเหตุ และบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง พร้อมทั้งได้มีการจัดกำลังเพิ่มเติมอีก 1กองร้อย และเดิมเรามีชุดลาดตระเวนจักรยานยนต์ แต่จะมีการเพิ่มชุดลาดตระเวนจักรยานเพื่อให้กำลังพลสามารถเข้าไปในพื้นที่แคบแคบได้" พล.ท.อภิรัชต์กล่าว
พล.ท.อภิรัชต์ กล่าวว่า ในส่วนของ กทม.และตำรวจได้จัดอบรมประชาชนจิตอาสาร่วมกับกำลังฝ่ายทหาร-ตำรวจ ช่วยกันเป็นหูเป็นตา ชี้เบาะแสสิ่งผิดสังเกต พร้อมทั้งอยากจะขอความร่วมมือประชาชน หากพบสิ่งผิดสังเกตุให้แจ้งที่กองอำนวยการร่วมฯทันที ในขณะที่กล้องวงจรปิด ไม่อยากให้มองว่าเป็นปัญหา หรือกล้องมีประสิทธิภาพหรือไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งกล้องวงจรปิดมีอายุการใช้งาน ซึ่งในแต่ละปีเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงไปเร็วและกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่เมื่อ 2 ปีที่แล้วอาจจะมีความชัดเจนแค่1ล้านหรือ 2 ล้านพิกเซล ซึ่งพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.ได้มีการสั่งการให้นำกล้องวงจรปิดตัวที่ดีที่สุดมาติดในพื้นที่สนามหลวง และนำไปติดตั้งในจุดที่เป็นจุดบอด
“เราจะเพิ่มคน เพิ่มมาตรการ เทคโนโลยีเข้ามาช่วยแต่ที่สำคัญคือประชาชนก็ต้องช่วยกัน ผมมั่นใจในระบบการรักษาความปลอดภัย แต่คนจ้องที่จะทำอะไรที่ไม่ดี ก็จะทำ ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่ามันเอาหัวใจอะไรที่ไม่เป็นคนไทยหรืออย่างไร ที่จะมาจ้องทำลายสัญลักษณ์ สิ่งที่คนไทยในประเทศมีความจงรักภักดี แต่มีคนจิตใจชั่วคิดอะไรเลวๆแบบนี้อยู่ ไม่รู้คิดได้อย่างไร ขอให้ประชาชนที่เข้ามาร่วมถวายสักการะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่และช่วยเป็นหูเป็นตา เจ้าหน้าที่ทุกคนที่มาอยู่ในกองอำนวยการร่วมฯตั้งใจทำงานถึงแม้จะมีความคิดที่ไม่ตรงกันแต่ท้ายที่สุดแล้วก็ต้องทำเพื่อให้พื้นที่นี้อำนวยความสะดวกกับประชาชนให้มากที่สุด จัดระเบียบและรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน” พล.ท.อภิรัชต์ กล่าว
พล.ท.อภิรัชต์ กล่าวอีกว่า สำหรับการดำเนินการต่างๆจะเริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และในวันที่20 พ.ค.จะมีกำลังทหารจากกองทัพภาคที่ 1มาตรวจสอบกล้องทั้งหมดว่าใช้งานได้หรือไม่ เพราะตรวจเช็คอย่างละเอียดว่า ภาพชัดเจนหรือไม่ ดูดำเนินการร่วมมือกับทหารในพื้นที่ นอกจากนี้ยังขอความร่วมมือจากร้านค้าเอกชนบ้านเดือนที่อยู่ตามซอกซอยที่มีกล้องวงจรปิด ให้มาร่วมมือกัน โดยตำรวจในพื้นที่คือ สน. พระราชวัง สน. ชนะสงคราม ขอให้ความร่วมมือส่งข้อมูลมาให้บชน.เป็นอย่างดี
” ในวันพรุ่งนี้นอกจากจะตรวจเช็คประสิทธิภาพของกล้องวงจรปิดแล้วยังต้องตรวจเช็คการวางกล้ององศาเพราะที่ผ่านมาในอดีต ตั้งแต่มีการชุมนุมทางการเมืองมีการนำถุงดำไปคลุมกล้องหรือแม้แต่การเปลี่ยนทิศทางของกล้องให้หันไปทางอื่น ซึ่งมีทุกรูปแบบคนที่คิดช่วยคิดเลวก็คิดได้ทุกอย่างเช่นกัน ทั้งนี้ขอให้กำลังใจกับเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ทำงานร่วมกันทั้งในสวนกทมตำรวจและจิตอาสาและองค์กรต่างๆที่มาช่วยหน่วยแพทย์ทุกคนทำงานอย่างเข้มแข็ง 24 ชั่วโมง” พล.ท.อภิรัชต์กล่าว
-19 พ.ค.60- เมื่อเวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานจากกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง ท้องสนามหลวงว่า พล.ท. อภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์ การดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณท้องสนามหลวง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่จะเดินทางเข้ามากราบพระบรมศพภายหลังเกิดเหตุการณ์การลอบวางระเบิดบริเวณโรงละครแห่งชาติซึ่งเป็นพื้นที่ กล้เคียงกับพื้นที่สนามหลวง โดยมีพล.ต. ธรรมนูญวิถี รองแม่ทัพภาคที่ 1 พล.ต.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ รองแม่ทัพภาคที่ 1 พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่าฯกทม. รวมถึงผู้แทนจากบชน.และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
พล.ท.อภิรัชต์ ให้สัมภาษณ์ว่า ได้ประชุมหารือเพิ่มเติมเพื่อวางมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่โดยรอบสนามหลวง ซึ่งไม่ได้เป็นการวัวหายแล้วล้อมคอก เนื่องจากคอกของเรามีความเข้มแข็งอยู่แล้ว จากการทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่ของทุกฝ่าย จึงทำให้จุดคัดกรองยังมีความเข้มแข็งอยู่ ทั้งนี้ในจุดคัดกรอง จะเพิ่มความเข้มแข็งและมาตรการในการรักษาความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
"หลังจากนี้ประชาชนอาจจะไม่ได้รับความสะดวกเนื่องจากจะมีการตรวจตรา มีการถ่ายภาพ บันทึกภาพ หลายระบบมากขึ้น และในวงไข่แดง คือบริเวณในจุดคัดกรอง จะมีการขยายไปจนถึงวงไข่ขาว คือรอบจุดที่เกิดเหตุ และบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง พร้อมทั้งได้มีการจัดกำลังเพิ่มเติมอีก 1กองร้อย และเดิมเรามีชุดลาดตระเวนจักรยานยนต์ แต่จะมีการเพิ่มชุดลาดตระเวนจักรยานเพื่อให้กำลังพลสามารถเข้าไปในพื้นที่แคบแคบได้" พล.ท.อภิรัชต์กล่าว
พล.ท.อภิรัชต์ กล่าวว่า ในส่วนของ กทม.และตำรวจได้จัดอบรมประชาชนจิตอาสาร่วมกับกำลังฝ่ายทหาร-ตำรวจ ช่วยกันเป็นหูเป็นตา ชี้เบาะแสสิ่งผิดสังเกต พร้อมทั้งอยากจะขอความร่วมมือประชาชน หากพบสิ่งผิดสังเกตุให้แจ้งที่กองอำนวยการร่วมฯทันที ในขณะที่กล้องวงจรปิด ไม่อยากให้มองว่าเป็นปัญหา หรือกล้องมีประสิทธิภาพหรือไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งกล้องวงจรปิดมีอายุการใช้งาน ซึ่งในแต่ละปีเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงไปเร็วและกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่เมื่อ 2 ปีที่แล้วอาจจะมีความชัดเจนแค่1ล้านหรือ 2 ล้านพิกเซล ซึ่งพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.ได้มีการสั่งการให้นำกล้องวงจรปิดตัวที่ดีที่สุดมาติดในพื้นที่สนามหลวง และนำไปติดตั้งในจุดที่เป็นจุดบอด
“เราจะเพิ่มคน เพิ่มมาตรการ เทคโนโลยีเข้ามาช่วยแต่ที่สำคัญคือประชาชนก็ต้องช่วยกัน ผมมั่นใจในระบบการรักษาความปลอดภัย แต่คนจ้องที่จะทำอะไรที่ไม่ดี ก็จะทำ ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่ามันเอาหัวใจอะไรที่ไม่เป็นคนไทยหรืออย่างไร ที่จะมาจ้องทำลายสัญลักษณ์ สิ่งที่คนไทยในประเทศมีความจงรักภักดี แต่มีคนจิตใจชั่วคิดอะไรเลวๆแบบนี้อยู่ ไม่รู้คิดได้อย่างไร ขอให้ประชาชนที่เข้ามาร่วมถวายสักการะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่และช่วยเป็นหูเป็นตา เจ้าหน้าที่ทุกคนที่มาอยู่ในกองอำนวยการร่วมฯตั้งใจทำงานถึงแม้จะมีความคิดที่ไม่ตรงกันแต่ท้ายที่สุดแล้วก็ต้องทำเพื่อให้พื้นที่นี้อำนวยความสะดวกกับประชาชนให้มากที่สุด จัดระเบียบและรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน” พล.ท.อภิรัชต์ กล่าว
พล.ท.อภิรัชต์ กล่าวอีกว่า สำหรับการดำเนินการต่างๆจะเริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และในวันที่20 พ.ค.จะมีกำลังทหารจากกองทัพภาคที่ 1มาตรวจสอบกล้องทั้งหมดว่าใช้งานได้หรือไม่ เพราะตรวจเช็คอย่างละเอียดว่า ภาพชัดเจนหรือไม่ ดูดำเนินการร่วมมือกับทหารในพื้นที่ นอกจากนี้ยังขอความร่วมมือจากร้านค้าเอกชนบ้านเดือนที่อยู่ตามซอกซอยที่มีกล้องวงจรปิด ให้มาร่วมมือกัน โดยตำรวจในพื้นที่คือ สน. พระราชวัง สน. ชนะสงคราม ขอให้ความร่วมมือส่งข้อมูลมาให้บชน.เป็นอย่างดี
” ในวันพรุ่งนี้นอกจากจะตรวจเช็คประสิทธิภาพของกล้องวงจรปิดแล้วยังต้องตรวจเช็คการวางกล้ององศาเพราะที่ผ่านมาในอดีต ตั้งแต่มีการชุมนุมทางการเมืองมีการนำถุงดำไปคลุมกล้องหรือแม้แต่การเปลี่ยนทิศทางของกล้องให้หันไปทางอื่น ซึ่งมีทุกรูปแบบคนที่คิดช่วยคิดเลวก็คิดได้ทุกอย่างเช่นกัน ทั้งนี้ขอให้กำลังใจกับเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ทำงานร่วมกันทั้งในสวนกทมตำรวจและจิตอาสาและองค์กรต่างๆที่มาช่วยหน่วยแพทย์ทุกคนทำงานอย่างเข้มแข็ง 24 ชั่วโมง” พล.ท.อภิรัชต์กล่าว






