
"แฮกเกอร์ไทย" หัวหมอ! สร้างมัลแวร์เรียกค่าไถ่ จ่ายผ่านทรูมันนี่
แฮกเกอร์คนไทยหัวหมอ เลียนแบบมัลแวร์เรียกค่าไถ่ ที่กำลังระบาดทั่วโลก ด้วยการสร้างมัลแวร์ เรียกค่าไถ่ จ่ายผ่านบัตรเงินสดทรูมันนี่
เรื่องราวดังกล่าว ถูกเปิดเผยจากนาวาอากาศเอกอมร ชมเชย ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัย กองทัพอากาศ ที่ระบุว่า ล่าสุดพบกลุ่มแฮกเกอร์คนไทย พยายามเลียนแบบมัลแวร์ ประเภทแรนซัมแวร์ ที่กำลังระบาดหนักทั่วโลกแล้ว ด้วยการสร้างมัลแวร์ ในประเภทเดียวกัน ที่แฝงตัวอยู่เว็บไซต์ผิดกฎหมายต่างๆ หากผู้ใช้เผลอคลิกเข้าไป จะทำให้เครื่องถูกล็อก ไม่สามารถเข้าถึงระบบปฏิบัติงานได้ จากนั้นบริเวณหน้าจอ จะปรากฎข้อความเรียกค่าไถ่ เป็นภาษาไทย ที่ระบุวิธีปลดล็อกว่า ต้องโอนเงินผ่านบัตรเติมเงินทรูมันนี่ จำนวน 300 บาท
นอกจากนี้ยังมีการขึ้นข้อความแจ้งเตือนว่า หากกรอกเลขบัตรทรูมันนี่ ผิด 4 ครั้ง ระบบจะลบไฟล์ทั้งหมดบนเครื่องคอมพิวเตอร์ทิ้ง หากชำระเงินให้แล้ว โปรดทำตามคำแนะนำของเรา (กลุ่มแฮกเกอร์) ไม่เช่นนั้นอาจเสียเงินฟรี และถ้าไม่ยอมจ่ายเงินค่าไถ่ ก็จะไม่ได้ไฟล์คืนแน่นอน
จากการตรวจสอบมัลแวร์นี้ พบว่าเป็นแค่คำขู่ หวังให้เหยื่อบางคนตื่นตระหนกเท่านั้นเพราะถ้าผู้ใช้งานถูกมัลแวร์ดังกล่าว เพียงแค่กด-รีสตาร์ทคอมพิวเตอร์ แล้วเข้าเซฟ โหมด จากนั้นสำรองข้อมูลออกมา ก็สามารถใช้งานได้ตามปกติ เนื่องจากมัลแวร์แบบฉบับคนไทยนี้ เป็นแค่การปิดกั้นการใช้งานระบบปฏิบัติการเท่านั้น
เรื่องราวดังกล่าว ถูกเปิดเผยจากนาวาอากาศเอกอมร ชมเชย ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัย กองทัพอากาศ ที่ระบุว่า ล่าสุดพบกลุ่มแฮกเกอร์คนไทย พยายามเลียนแบบมัลแวร์ ประเภทแรนซัมแวร์ ที่กำลังระบาดหนักทั่วโลกแล้ว ด้วยการสร้างมัลแวร์ ในประเภทเดียวกัน ที่แฝงตัวอยู่เว็บไซต์ผิดกฎหมายต่างๆ หากผู้ใช้เผลอคลิกเข้าไป จะทำให้เครื่องถูกล็อก ไม่สามารถเข้าถึงระบบปฏิบัติงานได้ จากนั้นบริเวณหน้าจอ จะปรากฎข้อความเรียกค่าไถ่ เป็นภาษาไทย ที่ระบุวิธีปลดล็อกว่า ต้องโอนเงินผ่านบัตรเติมเงินทรูมันนี่ จำนวน 300 บาท
นอกจากนี้ยังมีการขึ้นข้อความแจ้งเตือนว่า หากกรอกเลขบัตรทรูมันนี่ ผิด 4 ครั้ง ระบบจะลบไฟล์ทั้งหมดบนเครื่องคอมพิวเตอร์ทิ้ง หากชำระเงินให้แล้ว โปรดทำตามคำแนะนำของเรา (กลุ่มแฮกเกอร์) ไม่เช่นนั้นอาจเสียเงินฟรี และถ้าไม่ยอมจ่ายเงินค่าไถ่ ก็จะไม่ได้ไฟล์คืนแน่นอน
จากการตรวจสอบมัลแวร์นี้ พบว่าเป็นแค่คำขู่ หวังให้เหยื่อบางคนตื่นตระหนกเท่านั้นเพราะถ้าผู้ใช้งานถูกมัลแวร์ดังกล่าว เพียงแค่กด-รีสตาร์ทคอมพิวเตอร์ แล้วเข้าเซฟ โหมด จากนั้นสำรองข้อมูลออกมา ก็สามารถใช้งานได้ตามปกติ เนื่องจากมัลแวร์แบบฉบับคนไทยนี้ เป็นแค่การปิดกั้นการใช้งานระบบปฏิบัติการเท่านั้น






