
แนวโน้มราคาทองคำวันพรุ่งนี้(18 พ.ค.60)
สรุปสภาวะตลาดทองคำแท่ง วันที่ 17 พฤษภาคม 2560
สภาวะตลาดวันที่ 17 พฤษภาคม 2560 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,244.93-1,236.31 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 20,350 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นจากวันก่อนหน้าที่ระดับ 20,200 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.17 น.ของวันที่ 17/05/2560)
แนวโน้มวันที่ 18 พฤษภาคม 2560
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐประเภทอายุ 10 ปีร่วงลงสู่จุดต่ำสุดรอบสองสัปดาห์ ตามดัชนีดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินอยู่ที่ร่วงลงแตะจุดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 9 พ.ย. ขณะที่ดอลลาร์ยังได้รับผลกระทบจากรายงานที่ว่า การเริ่มต้นสร้างบ้านในสหรัฐลดลงระดับต่ำสุดในรอบ 5 เดือน เพราะการชะลอตัวอย่างต่อเนื่องของการสร้างบ้าน ประกอบกับ ทำเนียบขาวของสหรัฐเผชิญกับภาวะปั่นป่วนวุ่นวายทางการเมืองหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐพยายามแทรกแซงการสอบสวนของสำนักงานสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) ในขณะที่สกุลเงินยูโร และราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากเศรษฐกิจยุโรปส่งสัญญาณแข็งแกร่งยิ่งขึ้น และประเทศในยุโรปส่งสัญญาณร่วมมือกันมากยิ่งขึ้น หลังจากนายกรัฐมนตรีแองเจลา เมอร์เคลของเยอรมนี กับประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครงของฝรั่งเศสตกลงที่จะจัดทำแผนโรดแมปเพื่อส่งเสริมบูรณาการของยุโรป ส่งผลให้นักลงทุนปรับตัวรับการคาดการณ์ที่ว่า เศรษฐกิจอาจเติบโตเร็วขึ้น, อัตราเงินเฟ้ออาจดีดขึ้น และอีซีบีจะยุติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในอนาคต นายเบนัวท์ เคอร์ สมาชิกคณะกรรมการบริหารธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) แสดงความเห็น ต่อคาดการณ์ภาวะเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น มีส่วนช่วยหนุนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ เศรษฐกิจภายในประเทศสมาชิกยูโรโซนก็มีแนวโน้มที่ดีขึ้น ได้สร้างมุมมองเชิงบวกกับราคาสกุลเงินยูโรและราคาทองคำเพิ่มขึ้นในระยะถัดไปเช่นกัน อย่างไรก็ตามทองคำซึมซับปัจจัยดังกล่าวไประยะหนึ่งแล้ว ในระยะสั้นหากราคาทดสอบแนวต้าน 1,253 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากไม่สามารถผ่านไปได้ ทำให้ราคาเกิดการอ่อนตัวลง แต่หากการอ่อนตัวของราคาทองคำยังคงสามารถยืนเหนือโซนบริเวณ 1,231-1,222 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ โดยราคาทองคำยังมีโอกาสดีดตัวขึ้นอีกครั้งและหากสามารถผ่านแนวต้านแรกได้ราคามีโอกาสทดสอบแนวต้านถัดไป
กลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีแนะนำ แนะนำให้ลงทุนระยะสั้นโดยรอซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงไปบริเวณแนวรับที่ 1,231-1,222 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้น โดยราคาทองคำมีลักษณะการแกว่งตัวในระยะสั้นเพื่อสะสมกำลัง โดยหากมีการทรงตัวรักษาระดับไว้ น่าจะพอทำให้ในระยะสั้นนี้ราคาจะเคลื่อนไหวในกรอบ โดยหากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านได้อย่างแข็งแกร่ง นักลงทุนยังต้องระมัดระวังแรงขายทางเทคนิคและนักลงทุนควรตั้งจุดตัดขาดทุนหากราคาหลุดบริเวณแนวรับ เพื่อลดความเสียหายของพอร์ทการลงทุน ในขณะที่นักลงทุนที่มีทองคำในมือ ให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวหรือไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,253 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,231 (20,100บาท) 1,222 (19,950บาท) 1,213 (19,800บาท)
แนวต้าน 1,253 (20,450บาท) 1,260 (20,600บาท) 1,272 (20,750บาท)
ที่มา : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
สภาวะตลาดวันที่ 17 พฤษภาคม 2560 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,244.93-1,236.31 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 20,350 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นจากวันก่อนหน้าที่ระดับ 20,200 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.17 น.ของวันที่ 17/05/2560)
แนวโน้มวันที่ 18 พฤษภาคม 2560
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐประเภทอายุ 10 ปีร่วงลงสู่จุดต่ำสุดรอบสองสัปดาห์ ตามดัชนีดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินอยู่ที่ร่วงลงแตะจุดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 9 พ.ย. ขณะที่ดอลลาร์ยังได้รับผลกระทบจากรายงานที่ว่า การเริ่มต้นสร้างบ้านในสหรัฐลดลงระดับต่ำสุดในรอบ 5 เดือน เพราะการชะลอตัวอย่างต่อเนื่องของการสร้างบ้าน ประกอบกับ ทำเนียบขาวของสหรัฐเผชิญกับภาวะปั่นป่วนวุ่นวายทางการเมืองหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐพยายามแทรกแซงการสอบสวนของสำนักงานสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) ในขณะที่สกุลเงินยูโร และราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากเศรษฐกิจยุโรปส่งสัญญาณแข็งแกร่งยิ่งขึ้น และประเทศในยุโรปส่งสัญญาณร่วมมือกันมากยิ่งขึ้น หลังจากนายกรัฐมนตรีแองเจลา เมอร์เคลของเยอรมนี กับประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครงของฝรั่งเศสตกลงที่จะจัดทำแผนโรดแมปเพื่อส่งเสริมบูรณาการของยุโรป ส่งผลให้นักลงทุนปรับตัวรับการคาดการณ์ที่ว่า เศรษฐกิจอาจเติบโตเร็วขึ้น, อัตราเงินเฟ้ออาจดีดขึ้น และอีซีบีจะยุติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในอนาคต นายเบนัวท์ เคอร์ สมาชิกคณะกรรมการบริหารธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) แสดงความเห็น ต่อคาดการณ์ภาวะเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น มีส่วนช่วยหนุนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ เศรษฐกิจภายในประเทศสมาชิกยูโรโซนก็มีแนวโน้มที่ดีขึ้น ได้สร้างมุมมองเชิงบวกกับราคาสกุลเงินยูโรและราคาทองคำเพิ่มขึ้นในระยะถัดไปเช่นกัน อย่างไรก็ตามทองคำซึมซับปัจจัยดังกล่าวไประยะหนึ่งแล้ว ในระยะสั้นหากราคาทดสอบแนวต้าน 1,253 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากไม่สามารถผ่านไปได้ ทำให้ราคาเกิดการอ่อนตัวลง แต่หากการอ่อนตัวของราคาทองคำยังคงสามารถยืนเหนือโซนบริเวณ 1,231-1,222 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ โดยราคาทองคำยังมีโอกาสดีดตัวขึ้นอีกครั้งและหากสามารถผ่านแนวต้านแรกได้ราคามีโอกาสทดสอบแนวต้านถัดไป
กลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีแนะนำ แนะนำให้ลงทุนระยะสั้นโดยรอซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงไปบริเวณแนวรับที่ 1,231-1,222 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้น โดยราคาทองคำมีลักษณะการแกว่งตัวในระยะสั้นเพื่อสะสมกำลัง โดยหากมีการทรงตัวรักษาระดับไว้ น่าจะพอทำให้ในระยะสั้นนี้ราคาจะเคลื่อนไหวในกรอบ โดยหากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านได้อย่างแข็งแกร่ง นักลงทุนยังต้องระมัดระวังแรงขายทางเทคนิคและนักลงทุนควรตั้งจุดตัดขาดทุนหากราคาหลุดบริเวณแนวรับ เพื่อลดความเสียหายของพอร์ทการลงทุน ในขณะที่นักลงทุนที่มีทองคำในมือ ให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวหรือไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,253 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,231 (20,100บาท) 1,222 (19,950บาท) 1,213 (19,800บาท)
แนวต้าน 1,253 (20,450บาท) 1,260 (20,600บาท) 1,272 (20,750บาท)






