
แบงก์ปลอดภัย‘วันนาคราย’ ธปท.การันตีเชื่อมือกลุ่มISGเอาอยู่
ธนาคารแห่งประเทศไทยการันตีระบบคอมพิวเตอร์ธนาคารไทยทั้งระบบปลอดภัยจาก“วันนาคราย” (WannaCry) โปรแกรมเรียกค่าไถ่ที่กำลังระบาดทั่วโลกในขณะนี้
วันนี้วงการแฮกเกอร์ใต้ดินระดับโลกได้จารึกชื่อ “เดอะชาโดว์โบรกเกอร์” (The Shadow Broker) หลังปล่อย Ransomware โปรแกรมเรียกค่าไถ่ที่ชื่อ “วันนาคราย” (WannaCry) เพื่อไปทำลายหรือทำร้ายระบบคอมพิวเตอร์ของคนอื่นจนเสียหาย แล้วให้เจ้าของเครื่องต้องจ่ายเงินอย่างน้อย 300 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในรูปของสกุลเงินBITCOIN ให้กลุ่มโจรไซเบอร์เหล่านี้เพื่อเป็นค่ากอบกู้ข้อมูลให้กลับมาเหมือนเดิม
ประเด็นที่สร้างความตื่นกลัวไปทั่วโลกเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา ปรากฏว่า “วันนาคราย” ได้โจมตีคอมพิวเตอร์ทั่วโลกกว่า 200,000 เครื่อง ครอบคลุม 150 ประเทศทั่วโลกโดยการโจมตีจะมุ่งไปที่คอมพิวเตอร์โรงพยาบาล บริษัทขนส่ง และสถาบันการเงิน
แม้ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) รายงานว่า ยังไม่มีสถาบันการเงินในไทยถูกโจมตีจากมัลแวร์วันนาคราย แต่ธปท.ไม่ประมาทประสานสมาชิกติดตามเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยกลุ่มความร่วมมือไซเบอร์(ISG) ภายใต้สมาคมธนาคารไทยที่ทราบเรื่องตั้งแต่เริ่มมีการระบาดเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2560
นางสิริธิดา พนมวัน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายระบบการชำระเงินและเทคโนโลยีทางการเงินธปท. กล่าวว่าการรับมือภัยไซเบอร์ของธนาคาร มีกระบวนการอย่างเป็นระบบตั้งแต่การป้องกัน กรณีนี้ได้มีการปรับปรุงระบบให้เป็นปัจจุบัน และโปรแกรมตรวจจับที่ทันสมัย และมีการติดตามตรวจจับ หากพบก็จะมีการดำเนินการปิดกั้นและแจ้งเตือนผู้เกี่ยวข้องทันที รวมทั้งสื่อสารให้พนักงานและประชาชนทราบเพื่อระมัดระวังและให้คำแนะนำหากตรวจพบ
นายปริญญา หอมเอนก ประธานและผู้ก่อตั้ง ACIS Professional Center Co., Ltd. ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย กล่าวว่า กลุ่มโจรไซเบอร์ที่ให้จ่ายค่าไถ่เป็น BITCOIN เพื่อปกปิดตัวตนที่แท้จริงพร้อมแนะนำว่าทางป้องกันที่ดีที่สุดคือการอัพเดตซอฟต์แวร์อย่างสมํ่าเสมอ
นายธานี ผลาวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์กล่าวว่า ขณะนี้แบงก์ยังไม่มีปัญหาเมื่อมีการระบาดของมัลแวร์ จะมีการลงแอนตี้ไวรัส และ อัพเดตโปรแกรมเสมอ เพราะการระบาดจะใช้ช่องโหว่ของโปรแกรมไมโครซอฟท์ในการโจมตีระบบ
อย่างไรก็ตามธนาคารคอยเฝ้าระวัง มีการติดตามตลอด เรื่องนี้ภายใต้ความร่วมมือของสมาคมธนาคารไทย 2-3 วันก่อนได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ถึงวิธีการป้องกัน เช่นกรณีที่เกิดมัลแวร์เอทีเอ็ม ก็ร่วมมือกันอยู่ตลอดเวลา
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,262 วันที่ 18 - 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2560
วันนี้วงการแฮกเกอร์ใต้ดินระดับโลกได้จารึกชื่อ “เดอะชาโดว์โบรกเกอร์” (The Shadow Broker) หลังปล่อย Ransomware โปรแกรมเรียกค่าไถ่ที่ชื่อ “วันนาคราย” (WannaCry) เพื่อไปทำลายหรือทำร้ายระบบคอมพิวเตอร์ของคนอื่นจนเสียหาย แล้วให้เจ้าของเครื่องต้องจ่ายเงินอย่างน้อย 300 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในรูปของสกุลเงินBITCOIN ให้กลุ่มโจรไซเบอร์เหล่านี้เพื่อเป็นค่ากอบกู้ข้อมูลให้กลับมาเหมือนเดิม
ประเด็นที่สร้างความตื่นกลัวไปทั่วโลกเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา ปรากฏว่า “วันนาคราย” ได้โจมตีคอมพิวเตอร์ทั่วโลกกว่า 200,000 เครื่อง ครอบคลุม 150 ประเทศทั่วโลกโดยการโจมตีจะมุ่งไปที่คอมพิวเตอร์โรงพยาบาล บริษัทขนส่ง และสถาบันการเงิน
แม้ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) รายงานว่า ยังไม่มีสถาบันการเงินในไทยถูกโจมตีจากมัลแวร์วันนาคราย แต่ธปท.ไม่ประมาทประสานสมาชิกติดตามเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยกลุ่มความร่วมมือไซเบอร์(ISG) ภายใต้สมาคมธนาคารไทยที่ทราบเรื่องตั้งแต่เริ่มมีการระบาดเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2560
นางสิริธิดา พนมวัน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายระบบการชำระเงินและเทคโนโลยีทางการเงินธปท. กล่าวว่าการรับมือภัยไซเบอร์ของธนาคาร มีกระบวนการอย่างเป็นระบบตั้งแต่การป้องกัน กรณีนี้ได้มีการปรับปรุงระบบให้เป็นปัจจุบัน และโปรแกรมตรวจจับที่ทันสมัย และมีการติดตามตรวจจับ หากพบก็จะมีการดำเนินการปิดกั้นและแจ้งเตือนผู้เกี่ยวข้องทันที รวมทั้งสื่อสารให้พนักงานและประชาชนทราบเพื่อระมัดระวังและให้คำแนะนำหากตรวจพบ
นายปริญญา หอมเอนก ประธานและผู้ก่อตั้ง ACIS Professional Center Co., Ltd. ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย กล่าวว่า กลุ่มโจรไซเบอร์ที่ให้จ่ายค่าไถ่เป็น BITCOIN เพื่อปกปิดตัวตนที่แท้จริงพร้อมแนะนำว่าทางป้องกันที่ดีที่สุดคือการอัพเดตซอฟต์แวร์อย่างสมํ่าเสมอ
นายธานี ผลาวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์กล่าวว่า ขณะนี้แบงก์ยังไม่มีปัญหาเมื่อมีการระบาดของมัลแวร์ จะมีการลงแอนตี้ไวรัส และ อัพเดตโปรแกรมเสมอ เพราะการระบาดจะใช้ช่องโหว่ของโปรแกรมไมโครซอฟท์ในการโจมตีระบบ
อย่างไรก็ตามธนาคารคอยเฝ้าระวัง มีการติดตามตลอด เรื่องนี้ภายใต้ความร่วมมือของสมาคมธนาคารไทย 2-3 วันก่อนได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ถึงวิธีการป้องกัน เช่นกรณีที่เกิดมัลแวร์เอทีเอ็ม ก็ร่วมมือกันอยู่ตลอดเวลา
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,262 วันที่ 18 - 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2560






