
19 พ.ค.เปิดผลสอบ "น้ำเพียงดิน" มท.1 ชี้ไม่มีใครสั่งทำร้าย "บุญญฤทธิ์"
วันที่ 15 พ.ค.60 พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการสอบสวนนายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอนที่ถูกพาดพิงว่าเกี่ยวข้องกับการซื้อบริการทางเพศกับเยาวชน(คดีน้ำเพียงดิน) ว่า ทราบจากนายประยูร รัตนเสนีย์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบสวนว่า มีความเรียบร้อย และจะรายงานผลการหาข้อเท็จจริงที่เป็นลายลักษณ์อักษรภายในสัปดาห์นี้
รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ในส่วนที่มีการอ้างถึงความเกี่ยวข้องกับอบต.บ้านใหม่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี นั้น ผู้ว่าฯนนทบุรีได้แต่งตั้งนายอำเภอบางใหญ่ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งจะรายงานให้ทราบต่อไป ส่วนเรื่องคดีความนั้นเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะต้องดำเนินการตามพยานหลักฐานแล้วทำเป็นสำนวนคดี และดำเนินการตามกฎหมาย
"ในด้านการสอบพยาน ตนทราบว่าผู้ถูกกล่าวหาได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้ที่อยู่ในพื้นที่จ.แม่ฮ่องสอน และหาข้อมูลจากผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้ส่วนหนึ่ง นอกจากนั้นก็ได้พูดคุยกับผู้ที่กล่าวอ้างว่าเสียหายแล้ว การที่จะบอกว่าผลเป็นอย่างไรนั้น อย่าให้ตนพูดเลย แต่เป็นการรายงานสรุปข้อเท็จจริงที่ได้มาเกี่ยวกับเหตุการณ์ว่าใครพูดว่าเกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้องอย่างไร มากกว่าจะเป็นการสรุปผลว่าผิดหรือไม่ผิด และคงจะมีรายงานเข้ามา พร้อมพยานแวดล้อม เช่น วันเวลา เที่ยวบินในการลงพื้นที่ และอาจมีส่วนของผู้ที่กล่าวอ้างว่าเป็นผู้เสียหาย ขอให้สื่อรอผลรายงานหน่อย”พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว
พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวถึงการจัดตั้งสมาพันธ์ปลัดอำเภอแห่งประเทศไทยที่นายบุญญฤทธิ์ นิปวณิชย์ เป็นประธานสมาพันธ์ฯว่า ได้มีการตรวจสอบและพบว่าสมาพันธ์ฯ ไม่ได้จดทะเบียนตามกฎหมาย และมีการยืนยันจากปลัดอำเภอในประเทศว่า ไม่มีส่วนในการตั้งสมาพันธ์ฯ นี้ ซึ่งก็มีคนมาร้องเรียนเรื่องดังกล่าวแล้ว ฉะนั้นความถูกต้องของสมาพันธ์ฯ เป็นอย่างไร เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบอยู่ รวมทั้งการนำตราสัญลักษณ์ที่คล้ายคลึงกับกระทรวงมหาดไทยมาใช้ในสมาพันธ์ฯ ก็จะต้องพิจารณาตามกฎหมายว่าทำได้หรือไม่
พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า สำหรับการย้ายนายบุญญฤทธิ์ไปทำงานปกครองที่จ.แม่ฮ่องสอนนั้น เป็นเรื่องของกรมการปกครองที่พิจารณา ซึ่งไม่ได้พิจารณาจากประเด็นที่ออกมาเปิดเผยคดีผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอน ขณะที่ข้อเท็จจริงที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีนั้นขอให้รีบนำไปให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทันที เพื่อดำเนินคดีทางอาญาและจะได้นำคนผิดมาลงโทษ โดยไม่มีใครปิดกั้นในเรื่องนี้ทั้งสิ้น และถ้านำหลักฐานมาให้ กระทรวงมหาดไทยก็จะสามารถพิจาณาเรื่องวินัยได้
“ส่วนกรณีที่ปลัดอำเภอแม่สะเรียงอ้างว่ามีการข่มขู่นั้น เขาอ้างเอง ใครจะไปทำอะไร อย่าให้สังคมอยู่แบบนั้นเลย ไม่มีใครไปใช้อำนาจหน้าที่ทำอะไรแบบนั้น เพราะว่าคนที่ไปทำจะมีความผิดทางอาญาด้วย ไม่มีใครสั่งทำร้ายปลัดอำเภอแม่สะเรียงแน่นอน เพราะไม่เกิดประโยชน์อะไร ใครจะเอาข้อมูลเรื่องผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอนมาเปิดเผย ผมน้อมรับ แต่ขอให้เป็นข้อเท็จจริงที่มีพยานหลักฐานที่รับผิดชอบได้ เอามาได้เลยไม่มีปัญหา บ้านเมืองเราคงไม่อยู่ด้วยผู้มีอิทธิพล อย่างผมมีอำนาจก็มีอำนาจตามกฎหมาย ผมไม่ใช้อำนาจในลักษณะนั้น ไม่มีการข่มขู่และจะให้ใครไปปฏิบัติหน้าที่ไหน ก็ใช้อำนาจตามกฎหมาย” พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว
ด้านนายประยูร รัตนเสนีย์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบสวน ข้อเท็จจริงกรณีข้อกล่าวหา ผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอนซื้อบริการทางเพศกล่าวว่า การทำงานลงพื้นที่หาข้อมูล และสอบสวนข้อเท็จจริง ของคณะกรรมการ ตั้งแต่วันที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมา จนถึงวันนี้ถือว่าได้ทำครบรอบด้าน ทั้งจากพยานในพื้นที่ รวมถึงผู้เสียหายที่อ้างว่าผู้ว่าฯซื้อบริการทางเพศแล้วด้วย แต่ข้อมูลที่ผู้เสียหายกล่าวอ้างจะตรงกับผลการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 5 ที่ระบุว่า ผู้ใช้บริการแอบอ้างว่าเป็นผู้ว่าฯหรือไม่นั้น ได้มอบให้คณะกรรมการไปตรวจสอบในจุดที่ถูกอ้างถึง ซึ่งผู้เสียหายให้การอันเป็นประโยชน์ แต่ยังไม่ทราบว่าผู้เสียหายให้การกับตำรวจภูธรภาค 5 อย่างไร เดี๋ยวจะไม่สอดคล้องกัน
" มั่นใจว่าข้อมูลที่มีอยู่จะเป็นประโยชน์ ซึ่งตอนนี้อยู่ในช่วงการสรุปข้อมูลเพื่อเตรียมเสนอปลัดกระทรวงมหาดไทย และรมว.มหาดไทยให้ทันภายในวันที่ 19 พ.ค.นี้ ส่วนผลสรุปของคณะกรรมการไม่ว่านายสืบศักดิ์ จะถูกหรือผิด ปลัดกระทรวงมหาดไทยจะเป็นผู้พิจารณาในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป"
รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ในส่วนที่มีการอ้างถึงความเกี่ยวข้องกับอบต.บ้านใหม่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี นั้น ผู้ว่าฯนนทบุรีได้แต่งตั้งนายอำเภอบางใหญ่ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งจะรายงานให้ทราบต่อไป ส่วนเรื่องคดีความนั้นเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะต้องดำเนินการตามพยานหลักฐานแล้วทำเป็นสำนวนคดี และดำเนินการตามกฎหมาย
"ในด้านการสอบพยาน ตนทราบว่าผู้ถูกกล่าวหาได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้ที่อยู่ในพื้นที่จ.แม่ฮ่องสอน และหาข้อมูลจากผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้ส่วนหนึ่ง นอกจากนั้นก็ได้พูดคุยกับผู้ที่กล่าวอ้างว่าเสียหายแล้ว การที่จะบอกว่าผลเป็นอย่างไรนั้น อย่าให้ตนพูดเลย แต่เป็นการรายงานสรุปข้อเท็จจริงที่ได้มาเกี่ยวกับเหตุการณ์ว่าใครพูดว่าเกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้องอย่างไร มากกว่าจะเป็นการสรุปผลว่าผิดหรือไม่ผิด และคงจะมีรายงานเข้ามา พร้อมพยานแวดล้อม เช่น วันเวลา เที่ยวบินในการลงพื้นที่ และอาจมีส่วนของผู้ที่กล่าวอ้างว่าเป็นผู้เสียหาย ขอให้สื่อรอผลรายงานหน่อย”พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว
พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวถึงการจัดตั้งสมาพันธ์ปลัดอำเภอแห่งประเทศไทยที่นายบุญญฤทธิ์ นิปวณิชย์ เป็นประธานสมาพันธ์ฯว่า ได้มีการตรวจสอบและพบว่าสมาพันธ์ฯ ไม่ได้จดทะเบียนตามกฎหมาย และมีการยืนยันจากปลัดอำเภอในประเทศว่า ไม่มีส่วนในการตั้งสมาพันธ์ฯ นี้ ซึ่งก็มีคนมาร้องเรียนเรื่องดังกล่าวแล้ว ฉะนั้นความถูกต้องของสมาพันธ์ฯ เป็นอย่างไร เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบอยู่ รวมทั้งการนำตราสัญลักษณ์ที่คล้ายคลึงกับกระทรวงมหาดไทยมาใช้ในสมาพันธ์ฯ ก็จะต้องพิจารณาตามกฎหมายว่าทำได้หรือไม่
พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า สำหรับการย้ายนายบุญญฤทธิ์ไปทำงานปกครองที่จ.แม่ฮ่องสอนนั้น เป็นเรื่องของกรมการปกครองที่พิจารณา ซึ่งไม่ได้พิจารณาจากประเด็นที่ออกมาเปิดเผยคดีผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอน ขณะที่ข้อเท็จจริงที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีนั้นขอให้รีบนำไปให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทันที เพื่อดำเนินคดีทางอาญาและจะได้นำคนผิดมาลงโทษ โดยไม่มีใครปิดกั้นในเรื่องนี้ทั้งสิ้น และถ้านำหลักฐานมาให้ กระทรวงมหาดไทยก็จะสามารถพิจาณาเรื่องวินัยได้
“ส่วนกรณีที่ปลัดอำเภอแม่สะเรียงอ้างว่ามีการข่มขู่นั้น เขาอ้างเอง ใครจะไปทำอะไร อย่าให้สังคมอยู่แบบนั้นเลย ไม่มีใครไปใช้อำนาจหน้าที่ทำอะไรแบบนั้น เพราะว่าคนที่ไปทำจะมีความผิดทางอาญาด้วย ไม่มีใครสั่งทำร้ายปลัดอำเภอแม่สะเรียงแน่นอน เพราะไม่เกิดประโยชน์อะไร ใครจะเอาข้อมูลเรื่องผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอนมาเปิดเผย ผมน้อมรับ แต่ขอให้เป็นข้อเท็จจริงที่มีพยานหลักฐานที่รับผิดชอบได้ เอามาได้เลยไม่มีปัญหา บ้านเมืองเราคงไม่อยู่ด้วยผู้มีอิทธิพล อย่างผมมีอำนาจก็มีอำนาจตามกฎหมาย ผมไม่ใช้อำนาจในลักษณะนั้น ไม่มีการข่มขู่และจะให้ใครไปปฏิบัติหน้าที่ไหน ก็ใช้อำนาจตามกฎหมาย” พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว
ด้านนายประยูร รัตนเสนีย์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบสวน ข้อเท็จจริงกรณีข้อกล่าวหา ผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอนซื้อบริการทางเพศกล่าวว่า การทำงานลงพื้นที่หาข้อมูล และสอบสวนข้อเท็จจริง ของคณะกรรมการ ตั้งแต่วันที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมา จนถึงวันนี้ถือว่าได้ทำครบรอบด้าน ทั้งจากพยานในพื้นที่ รวมถึงผู้เสียหายที่อ้างว่าผู้ว่าฯซื้อบริการทางเพศแล้วด้วย แต่ข้อมูลที่ผู้เสียหายกล่าวอ้างจะตรงกับผลการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 5 ที่ระบุว่า ผู้ใช้บริการแอบอ้างว่าเป็นผู้ว่าฯหรือไม่นั้น ได้มอบให้คณะกรรมการไปตรวจสอบในจุดที่ถูกอ้างถึง ซึ่งผู้เสียหายให้การอันเป็นประโยชน์ แต่ยังไม่ทราบว่าผู้เสียหายให้การกับตำรวจภูธรภาค 5 อย่างไร เดี๋ยวจะไม่สอดคล้องกัน
" มั่นใจว่าข้อมูลที่มีอยู่จะเป็นประโยชน์ ซึ่งตอนนี้อยู่ในช่วงการสรุปข้อมูลเพื่อเตรียมเสนอปลัดกระทรวงมหาดไทย และรมว.มหาดไทยให้ทันภายในวันที่ 19 พ.ค.นี้ ส่วนผลสรุปของคณะกรรมการไม่ว่านายสืบศักดิ์ จะถูกหรือผิด ปลัดกระทรวงมหาดไทยจะเป็นผู้พิจารณาในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป"






