
G7 หามาตรการป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์
G7 หามาตรการป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์
-13 พ.ค.60- ที่ประชุมกลุ่มประเทศจี 7 พูดคุยกันถึงการแก้ปัญหาเศรษฐกิจโลก ที่กำลังจัดประชุมเข้าสู่วันที่ 2 ที่เมืองบารี ประเทศอิตาลี หยิบยกประเด็นการที่ทั่วโลกกำลังถูกโจมตีทางไซเบอร์ขึ้นมาพูดคุย และร่วมกันหาทางออกต่อปัญหานี้
รัฐมนตรีการงิน การคลัง และเจ้าหน้าที่อาวุโสจากธนาคารทั่วโลก จาก 7 ประเทศร่ำรวยที่เรียกว่า กลุ่มประเทศจี 7 ประกอบไปด้วย แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา ถ่ายรูปร่วมกันในการประชุมจี 7 ซึ่งการประชุมจี 7 เป็นการประชุมที่พูดคุยกันถึงการแก้ปัญหาเศรษฐกิจโลก
นอกจากประเด็นเศรษฐกิจโลกแล้ว รัฐมนตรีและผู้เข้าร่วมประชุม หยิบยกประเด็นเร่งด่วน ที่กว่า 1 ร้อยประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญกับการโจมตีทางไซเบอร์ ด้วยมัลแวร์เรียกค่าไถ่ ที่มุ่งเน้นโจมตีองค์กรรัฐและองค์กรเอกชนขนาดใหญ่ โดยคอมพิวเตอร์กว่า 1 แสนเครื่อง ล้อกอินเข้าใช้งานไม่ได้ หากไม่จ่ายค่าไถ่ราว 1 หมื่นบาท
ที่ประชุมจี 7 ได้รับรายงานเกี่ยวกับการแพร่มัลแวร์เรียกค่าไถ่แล้ว และได้แบ่งปันข้อมูลไปยังหุ้นส่วนทั้งภายในและต่างประเทศ โดยสหรัฐฯ พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือด้านเทคนิคอย่างเต็มที่ นำโดยกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ
ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ชี้ว่า มีเหยื่อบางรายยอมจ่ายเงินค่าไถ่ แต่ไม่มีข้อมูลว่า แฮกเกอร์กลุ่มนี้จะได้ส่วนแบ่งกี่เปอร์เซ็นต์
บริษัทวิจัยสพลั้งค์ (Splunk) บริษัทที่พบความเชื่อมโยงระหว่างมัลแวร์เรียกค่าไถ่ กับ เอ็นเอสเอ สำนักงานความมั่นคงแห่งสหรัฐฯ ที่แฮกเกอร์ที่ได้ข้อมูลจากเอกสารลับที่รั่วไหลออกมาจากหน่วยงานนี้ มาสร้างมัลแวร์เรียกค่าไถ่ตัว
นายริช บาร์เกอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยความเสี่ยงของบริษัทวิจัยสพลั้งค์ระบุว่า “นี่เป็นการโจมตีด้วยมัลแวร์เรียกค่าไถ่ครั้งใหญ่ที่สุด เท่าที่ประชาคมโลกไซเบอร์เคยพบเจอ”
ด้านไมโครซอฟต์ ออกแถลงล่าสุดว่า บริษัทกำลังออกโปรแกรมอัปเดตวินโดว์สอัตโนมัติ เพื่อปกป้องลูกค้าจากมัลแวร์เรียกค่าไถ่ตัวนี้ โดยทีมวิศวกรของไมโครซอฟต์ได้เพิ่มมาตรการตรวจจับและการป้องกัน เพื่อต่อต้านมัลแวร์เรียกค่าไถ่ และไมโครซอฟต์ยืนยันด้วยว่า กำลังประสานไปยังลูกค้าที่ประสบปัญหา เพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่
-13 พ.ค.60- ที่ประชุมกลุ่มประเทศจี 7 พูดคุยกันถึงการแก้ปัญหาเศรษฐกิจโลก ที่กำลังจัดประชุมเข้าสู่วันที่ 2 ที่เมืองบารี ประเทศอิตาลี หยิบยกประเด็นการที่ทั่วโลกกำลังถูกโจมตีทางไซเบอร์ขึ้นมาพูดคุย และร่วมกันหาทางออกต่อปัญหานี้
รัฐมนตรีการงิน การคลัง และเจ้าหน้าที่อาวุโสจากธนาคารทั่วโลก จาก 7 ประเทศร่ำรวยที่เรียกว่า กลุ่มประเทศจี 7 ประกอบไปด้วย แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา ถ่ายรูปร่วมกันในการประชุมจี 7 ซึ่งการประชุมจี 7 เป็นการประชุมที่พูดคุยกันถึงการแก้ปัญหาเศรษฐกิจโลก
นอกจากประเด็นเศรษฐกิจโลกแล้ว รัฐมนตรีและผู้เข้าร่วมประชุม หยิบยกประเด็นเร่งด่วน ที่กว่า 1 ร้อยประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญกับการโจมตีทางไซเบอร์ ด้วยมัลแวร์เรียกค่าไถ่ ที่มุ่งเน้นโจมตีองค์กรรัฐและองค์กรเอกชนขนาดใหญ่ โดยคอมพิวเตอร์กว่า 1 แสนเครื่อง ล้อกอินเข้าใช้งานไม่ได้ หากไม่จ่ายค่าไถ่ราว 1 หมื่นบาท
ที่ประชุมจี 7 ได้รับรายงานเกี่ยวกับการแพร่มัลแวร์เรียกค่าไถ่แล้ว และได้แบ่งปันข้อมูลไปยังหุ้นส่วนทั้งภายในและต่างประเทศ โดยสหรัฐฯ พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือด้านเทคนิคอย่างเต็มที่ นำโดยกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ
ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ชี้ว่า มีเหยื่อบางรายยอมจ่ายเงินค่าไถ่ แต่ไม่มีข้อมูลว่า แฮกเกอร์กลุ่มนี้จะได้ส่วนแบ่งกี่เปอร์เซ็นต์
บริษัทวิจัยสพลั้งค์ (Splunk) บริษัทที่พบความเชื่อมโยงระหว่างมัลแวร์เรียกค่าไถ่ กับ เอ็นเอสเอ สำนักงานความมั่นคงแห่งสหรัฐฯ ที่แฮกเกอร์ที่ได้ข้อมูลจากเอกสารลับที่รั่วไหลออกมาจากหน่วยงานนี้ มาสร้างมัลแวร์เรียกค่าไถ่ตัว
นายริช บาร์เกอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยความเสี่ยงของบริษัทวิจัยสพลั้งค์ระบุว่า “นี่เป็นการโจมตีด้วยมัลแวร์เรียกค่าไถ่ครั้งใหญ่ที่สุด เท่าที่ประชาคมโลกไซเบอร์เคยพบเจอ”
ด้านไมโครซอฟต์ ออกแถลงล่าสุดว่า บริษัทกำลังออกโปรแกรมอัปเดตวินโดว์สอัตโนมัติ เพื่อปกป้องลูกค้าจากมัลแวร์เรียกค่าไถ่ตัวนี้ โดยทีมวิศวกรของไมโครซอฟต์ได้เพิ่มมาตรการตรวจจับและการป้องกัน เพื่อต่อต้านมัลแวร์เรียกค่าไถ่ และไมโครซอฟต์ยืนยันด้วยว่า กำลังประสานไปยังลูกค้าที่ประสบปัญหา เพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่






