
‘แคริสม่า’ ส่งสำลีบิวตี้เจาะกลุ่มพรีเมียม
“แคริสม่า” แตกไลน์รุกตลาดบิวตี้ นำร่องส่งสำลีเช็ดหน้าเจาะกลุ่มพรีเมียมก่อนตามด้วยผ้าเปียก พร้อมขยายสร้างแบรนด์ผ่านช่องทางออนไลน์ มั่นใจสิ้นปีโกยยอดขายโต 30%
นางสาวดลลชา รัตนวงศ์สวัสดิ์ ผู้จัดการงานฝ่ายขายและการตลาด บริษัท ลีซัน วิชั่น จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล อาทิ สำลี ผ้าเปียก คอตตอนบัด ภายใต้แบรนด์ "แคริสม่า" เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ปัจจุบันตลาดเพอร์ซันนอลแคร์ หรือผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล อาทิ สำลี ผ้าเปียก และคอตตอนบัด มีการเติบโตเพิ่มสูงขึ้นมาก ปัจจัยส่วนหนึ่งมาจากการขยายกลุ่มผู้ใช้ จากเดิมที่นิยมใช้ในกลุ่มแม่และเด็ก มาเป็นกลุ่มผู้หญิง วัยทำงาน ผู้ใหญ่ และผู้สูงวัยมากขึ้น จึงเป็นโอกาสที่จะขยายตลาด
ล่าสุดบริษัทมีแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ในหมวดบิวตี้ ได้แก่ สำลีสำหรับเช็ดหน้า เพื่อรองรับกลุ่มผู้ใช้ที่ต้องการเช็ดทำความสะอาดผิวหน้า ด้วยรูปแบบ คุณภาพและแพ็คเกจจิ้งทำให้เชื่อว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนพัฒนาผ้าเปียกสำหรับเช็คหน้า ทำความสะอาดเครื่องสำอาง หลังจากศึกษาตลาดและพบว่า ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่เป็นแบรนด์นำเข้า จึงมีราคาสูง ขณะที่แคริสม่าจะพัฒนาพร้อมเจาะกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียม
"ไลฟ์สไตล์ผู้หญิงยุคใหม่ 80-90% แต่งหน้าและต้องเช็ดทำความสะอาดผิวหน้า ซึ่งปัจจุบันสำลีสำหรับเช็ดหน้ายังมีจำกัดเพียงไม่กี่แบรนด์ และยังไม่สามารถตอบโจกย์ความต้องการได้อย่างชัดเจน ซึ่งแคริสม่าเอง มีประสบการณ์ในตลาดมานาน และพัฒนากลุ่มสินค้าสำลีและผ้าเปียกมาต่อเนื่อง ทำให้สามารถพัฒนาสินค้าออกมาได้ทันที"
นอกจากนี้บริษัทยังส่งออกแคริสม่าไปจำหน่ายยังประเทศเมียนมาร์และกัมพูชาผ่านตัวแทนจำหน่าย โดยในปีนี้ตั้งเป้าที่จะมียอดขายเติบโต 30% หลังจากที่เริ่มทำการตลาดมากขึ้น และปีนี้จะเปิดตลาดใหม่ที่ประเทศเวียดนาม และสิงคโปร์ในอีก 2 ปีข้างหน้าด้วย
ปัจจุบันตลาดสำลีมีการมูลค่าราว 1,000 ล้านบาท แบรนด์แคริสม่าอยู่ในกลุ่มผู้นำ โดยผลิตและวางจำหน่ายในโมเดิร์นเทรดมากมาย โดยเฉพาะในเซเว่น อีเลฟเว่นกับคาร์แรคเตอร์การ์ตูน "ริลัคคุมะ" และโดราเอมอน ซึ่งวางจำหน่ายในบิ๊กซีและเทสโก้ โลตัส รวมถึงผ้าเปียก และกิ๊ฟเซ็ตริลัคคุมะด้วย โดยในปีที่ผ่านมาบริษัทมียอดขายเติบโตกว่า 50% สูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้ว่าจะเติบโต 30% โดยในปีนี้บริษัทตั้งเป้าที่จะเติบโต 30% หลังจากที่แตกไลน์สินค้าใหม่ออกทำตลาด เพิ่มช่องทางจำหน่ายมากกว่า 3 แห่งทั่วประเทศ และโหมรุกทำตลาดผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,261 วันที่ 14 - 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2560
นางสาวดลลชา รัตนวงศ์สวัสดิ์ ผู้จัดการงานฝ่ายขายและการตลาด บริษัท ลีซัน วิชั่น จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล อาทิ สำลี ผ้าเปียก คอตตอนบัด ภายใต้แบรนด์ "แคริสม่า" เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ปัจจุบันตลาดเพอร์ซันนอลแคร์ หรือผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล อาทิ สำลี ผ้าเปียก และคอตตอนบัด มีการเติบโตเพิ่มสูงขึ้นมาก ปัจจัยส่วนหนึ่งมาจากการขยายกลุ่มผู้ใช้ จากเดิมที่นิยมใช้ในกลุ่มแม่และเด็ก มาเป็นกลุ่มผู้หญิง วัยทำงาน ผู้ใหญ่ และผู้สูงวัยมากขึ้น จึงเป็นโอกาสที่จะขยายตลาด
ล่าสุดบริษัทมีแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ในหมวดบิวตี้ ได้แก่ สำลีสำหรับเช็ดหน้า เพื่อรองรับกลุ่มผู้ใช้ที่ต้องการเช็ดทำความสะอาดผิวหน้า ด้วยรูปแบบ คุณภาพและแพ็คเกจจิ้งทำให้เชื่อว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนพัฒนาผ้าเปียกสำหรับเช็คหน้า ทำความสะอาดเครื่องสำอาง หลังจากศึกษาตลาดและพบว่า ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่เป็นแบรนด์นำเข้า จึงมีราคาสูง ขณะที่แคริสม่าจะพัฒนาพร้อมเจาะกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียม
"ไลฟ์สไตล์ผู้หญิงยุคใหม่ 80-90% แต่งหน้าและต้องเช็ดทำความสะอาดผิวหน้า ซึ่งปัจจุบันสำลีสำหรับเช็ดหน้ายังมีจำกัดเพียงไม่กี่แบรนด์ และยังไม่สามารถตอบโจกย์ความต้องการได้อย่างชัดเจน ซึ่งแคริสม่าเอง มีประสบการณ์ในตลาดมานาน และพัฒนากลุ่มสินค้าสำลีและผ้าเปียกมาต่อเนื่อง ทำให้สามารถพัฒนาสินค้าออกมาได้ทันที"
นอกจากนี้บริษัทยังส่งออกแคริสม่าไปจำหน่ายยังประเทศเมียนมาร์และกัมพูชาผ่านตัวแทนจำหน่าย โดยในปีนี้ตั้งเป้าที่จะมียอดขายเติบโต 30% หลังจากที่เริ่มทำการตลาดมากขึ้น และปีนี้จะเปิดตลาดใหม่ที่ประเทศเวียดนาม และสิงคโปร์ในอีก 2 ปีข้างหน้าด้วย
ปัจจุบันตลาดสำลีมีการมูลค่าราว 1,000 ล้านบาท แบรนด์แคริสม่าอยู่ในกลุ่มผู้นำ โดยผลิตและวางจำหน่ายในโมเดิร์นเทรดมากมาย โดยเฉพาะในเซเว่น อีเลฟเว่นกับคาร์แรคเตอร์การ์ตูน "ริลัคคุมะ" และโดราเอมอน ซึ่งวางจำหน่ายในบิ๊กซีและเทสโก้ โลตัส รวมถึงผ้าเปียก และกิ๊ฟเซ็ตริลัคคุมะด้วย โดยในปีที่ผ่านมาบริษัทมียอดขายเติบโตกว่า 50% สูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้ว่าจะเติบโต 30% โดยในปีนี้บริษัทตั้งเป้าที่จะเติบโต 30% หลังจากที่แตกไลน์สินค้าใหม่ออกทำตลาด เพิ่มช่องทางจำหน่ายมากกว่า 3 แห่งทั่วประเทศ และโหมรุกทำตลาดผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,261 วันที่ 14 - 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2560






