thansettakij
thansettakij
แผ่นอลูมิเนียมจีนบุกไทย‘วโรปกรณ์’เร่งปรับตัวหนี ยกระดับสินค้าไฮเอนด์

แผ่นอลูมิเนียมจีนบุกไทย‘วโรปกรณ์’เร่งปรับตัวหนี ยกระดับสินค้าไฮเอนด์

16 พ.ค. 60 | 04:00 น.
“วโรปกรณ์” ผู้ผลิตอะลูมิเนียมรีดเย็นชั้นนำของไทย เดินแผนเชิงรุก พัฒนาเทคโนโลยีต่อยอดธุรกิจล่าสุดขยายไลน์ผลิตเครื่องเคลือบแผ่นอะลูมิเนียม และขยายฐานลูกค้าเพิ่ม ยอมรับเจอศึกหนักแข่งกับจีนขายถูกกว่า 10-15%

นายสหสีห์ ชิตานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วโรปกรณ์ จำกัด (มหาชน) หรือVARO ผู้ผลิตอลูมิเนียมรีดเย็นชั้นนำของไทย เปิดเผย"ฐานเศรษฐกิจ"ถึงแผนธุรกิจปี 2560ว่า เป็นปีที่ต้องเดินแผนเชิงรุกมากขึ้น ไล่ตั้งแต่การจับมือกับบริษัท มิตซูบิชิ อลูมินัม จำกัด ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้ผลิตอลูมิเนียมระดับไฮเอนด์ที่ใหญ่ที่สุดรายหนึ่งของโลก ให้ความช่วยเหลือทางเทคนิคและสัญญาการจัดจำหน่าย(Technical Assistance and Distribution Agreement) ต่ออีก5ปีนับจากนี้ไปจนถึงปี 2565 เป็นการต่อสัญญาครั้งที่ 3 นับจากปี 2538

นอกจากนี้ล่าสุดบริษัทลงทุน 50-60 ล้านบาทในการขยายเครื่องเคลือบแผ่นอลูมิเนียมสำหรับเครื่องปรับอากาศ รวมถึงมีเป้าหมายให้น้ำหนักกับตลาดส่งออกเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะตลาดอินเดีย เนื่องจากมีประชากรจำนวนมาก มองว่าจะเป็นตลาดที่มีอนาคต มีกำลังซื้อสูง

ปัจจุบันบริษัทฯมีกำลังผลิตอลูมิเนียมแผ่นและม้วน ที่โรงงานจังหวัดสมุทรปราการจำนวน 2 หมื่นตันต่อปี ขายในประเทศกว่า90% และสัดส่วนราว10% ส่งออกไปยัง ออสเตรเลีย อินเดีย โดยอลูมิเนียมสำหรับใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์และเครื่องปรับอากาศในภูมิภาคอาเซียนมีปริมาณความต้องการใช้ต่อปีอยู่ที่ 6 ,000 เมตริกตันและ 5 หมื่นเมตริกตัน ตามลำดับ วัดจากน้ำหนักอลูมิเนียมที่เติบโตราว 3-4% ต่อปี ซึ่งการบริโภคดังกล่าวบริษัทจะมีส่วนแบ่งตลาดเครื่องปรับอากาศบ้านและสำนักงานอยู่ราว 20% โดยในปี 2562 หรืออีก 2 ปีนับจากนี้ไปจะเพิ่มเป็นสัดส่วน 25% สำหรับแผ่นอลูมิเนียมระบายความร้อนในรถยนต์ปัจจุบันมีส่วนแบ่งตลาด24% ภายในปี2561 จะเพิ่มเป็น 45%
กรรมการผู้จัดการ บริษัท วโรปกรณ์ฯ กล่าวอีกว่า แผ่นอลูมิเนียมจะผลิตเพื่อป้อนตลาดเครื่องปรับอากาศในบ้านและในสำนักงานสัดส่วน70% ตลาดยานยนต์สำหรับทำท่อระบายความร้อนในรถยนต์สัดส่วน 10% สัดส่วนที่เหลือใช้ทำบรรจุภัณฑ์ เช่น ถ้วยฟอยล์ ฝาขวด

สำหรับการแข่งขันตลาดอลูมิเนียมแผ่น ปัจจุบันมีสิติการนำเข้าสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยล่านสุดมีสถิติการนำเข้าสูงถึง3 แสนตันต่อปีส่วนใหญ่นำเข้ามาจากจีน ในขณะที่ผู้ผลิตในประเทศมีกำลังผลิตรวมกันอยู่ที่ราว 1 แสนตันต่อปี โดยมีความต้องการใช้ในประเทศโดยรวมอยู่ที่3-4แสนตันต่อปี ในประเทศมีผู้ผลิต 5 รายใหญ่ โดยบริษัทเป็น1ใน 4 รายแรก ที่เป็นรายใหญ่

"การแข่งขันกับนำเข้าที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นทำให้สู้กันที่ราคา ดังนั้นบริษัทต้องปรับยุทธศาสาตร์ตัวเองโดยหันไปให้ความสำคัญกับตลาดที่มีเทคโนยีสูงขึ้น และมุ่งเจาะตลาดรถยนต์ที่มีโมเดลใหม่ๆออกมา"

สำหรับราคาอลูมิเนียมอินกอต ปัจจุบันซื้อขายอิงราคาตลาดลอนดอนหรือตลาดLME ราคาปัจจุบันอยู่ที่ 1,900 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ราคาอยู่ในช่วงขาขึ้น ขณะที่ราคาขายแผ่นอลูมิเนียมมีตั้งแต่ 100-140 บาทต่อกิโลกรัม หรือ 1-1.4 แสนบาทต่อตัน โดยราคาขายดังกล่าวต้องแข่งขันกับการนำเข้าจากจีนที่มีราคาถูกกว่าตั้งแต่10-15% ซึ่งจีนได้เปรียบเนื่องจากมีปริมาณการผลิตจำนวนมากกว่าและมีต้นทุนรวมถูกกว่า ทำให้บริษัทต้องเร่งปรับตัว

นายสหสีห์ กล่าวถึงยอดขายปี2560ว่า ตั้งเป้าขยายตัวราว 10-15% เมื่อเทียบจากยอดขายปี 2559 ที่มี 1,400 ล้านบาทต่อปี ยอดขายที่เติบโตจะมาจากฐานลูกค้ากลุ่มเครื่องปรับอากาศและยานยนต์ โดยช่องทางการขายผ่านตัวแทนจำหน่ายกลุ่มมิตซูบิชิ ที่ป้อนตลาดฐานลูกค้าญี่ปุ่นอีกทีสัดส่วน 60% และสัดส่วน 40% บริษัทขายเอง

"ผลประกอบการเริ่มดีขึ้น ถ้าเทียบกับเมื่อปี 2555 และปี 2556 ,2558 ที่เคยอยู่ในฐานะขาดทุน ปี2557และปี2559 เริ่มโชว์กำไร ส่วนหนึ่งเกิดจากการปรับตัวของบริษัท ให้ความสำคัญกับตลาดสินค้าที่มีคูณภาพมากขึ้น"

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,261 วันที่ 14 - 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2560