thansettakij
thansettakij
เปิด3แนวปฏิบัติด้านความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติในระบบการแพทย์ฉุกเฉิน

เปิด3แนวปฏิบัติด้านความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติในระบบการแพทย์ฉุกเฉิน

10 พ.ค. 60 | 08:42 น.
อัปเดตล่าสุด :10 พ.ค. 60 | 15:42 น.
จากข่าวการเกิดอุบัติที่สร้างความสูญเสียให้กับผู้ปฏิบัติงานด้ านการแพทย์ฉุกเฉินที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ในการช่วยเหลือชีวิตผู้ป่วยฉุกเฉินที่จังหวัดตรัง ทำให้แนวทางการในการป้องกันและดูแลไม่ให้เจ้าหน้าที่ได้รับอันตรายจากการปฏิบัติงานถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยอีกครั้ง โดยเรืออากาศเอก นพ. อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน แห่งชาติ (สพฉ.) ได้ออกมาย้ำถึงแนวทางด้านความปลอดภัยในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ โดยได้ระบุว่า สพฉ.ได้จัดทำคู่มือจัดทำคู่มือแนวปฏิบัติด้านความปลอดภัยของผู้ ปฏิบัติในระบบการแพทย์ฉุกเฉินซึ่งในหนังสือคู่มือเล่มนี้จะบอกรายละเอียดเรื่องแนวทางในการกำหนด นโยบายด้านความปลอดภัย การวิเคราะห์ความเสี่ยง และการจัดทีมวิเคราะห์และจัดการ ด้านความปลอดภัยของบุคลลากรที่ออกปฏิบัติหน้าที่ ณ จุดเกิดเหตุ โดยได้เปิดให้มีการดาวน์โหลดคู่ มือไปศึกษาได้ที่ลิงค์ http://ww w.niems.go.th/th/DownloadFile. aspx?CateType=DataService&Cont entId=25571208010859035  และยังได้ย้ำว่าแนวทางในการเข้าให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉิ นนั้นผู้เข้าให้การช่วยเหลือจะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของตนเองก่อนเป็นอันดับแรก

ภาพการตั้งกรวยจราจรก่อนลงปฏิบัติหน้าที่ สอดคล้องกับคำแนะนำของ พญ.จันทิรา แก้วสัมฤทธิ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ รพ.พระนั่งเกล้า ที่ระบุว่า ในการออกปฏิบัติหน้าที่ของผู้ปฏิบัติงานด้านการแพทย์ฉุกเฉินจะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของตนเองก่อนทุกครั้ง เพราะหากเราอยู่ในสภาวะที่ไม่ปลอดภัยก็จะไม่สามารถช่วยเหลือผู้ป่วยได้ ดังนั้นทุกครั้งที่ต้องออกเหตุ ช่วยเหลือผู้ป่วย ต้องตั้งสติให้ดีและยึดหลักปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยในการปฏิบัติงานของตนเองดังต่อไปนี้ 1. เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุแล้วจะต้องสำรวจถึงสถานที่ที่เกิดเหตุว่า คือที่ไหนและสังเกตว่าสถานที่ เกิดนั้นมีความเสี่ยงต่อการเกิ ดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนหรือไม่  และหากมีความเสี่ยงก็ให้รีบประสานให้มีการสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่จากหน่วยอื่นๆ อาทิ เจ้าหน้าที่ตำรวจมาอำนวยการ จราจรให้ปฏิบัติหน้าที่ได้สะดวกขึ้น และจะต้องมีการวางกรวยจราจรให้ ห่างจากจุดเกิดเหตุอย่างน้อย 50 เมตร หากไม่มีจะต้องหากิ่งไม้ ขนาดใหญ่มาวางไว้ให้ประชาชนที่ขับรถสัญจรไปมาสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน และที่สำคัญควรจอดรถปฏิบัติงานให้อยู่ในตำแหน่งที่ปลอดภัย

2.ในส่วนของเรื่องสภาพแวดล้อมผู้ปฏิบัติงานจะต้องสำรวจความเสี่ยงอาทิ สภาพแวดล้อมที่เราจะเข้าให้ การช่วยเหลือนั้นมีกลิ่นแก๊สหรื อไม่ หรือมีสายเสาไฟหักล้มหรือไม่ เราจะต้องเช็คอย่างละเอียดเพื่อ ป้องกันไม่ให้เกิดการสูญเสียต่อ เจ้าหน้าที่ลงไปช่วยปฏิบัติหน้าที่ และขอเสนอว่าอุบัติเหตุจราจรทุก เหตุการณ์อยากให้ผู้ที่เข้าให้การช่วยเหลือโทรแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อที่จะได้มาช่วยกั้นการจราจ รให้เจ้าหน้าที่ได้อย่างถูกต้อง และปลอดภัย และนอกจากนั้นอาจจะมีหน่วยอื่นที่เราอาจจะต้องขอความช่วยเหลือเช่นการไฟฟ้า หรือว่า หน่วยเสริมที่จะเข้ามาช่วยในกรณีที่ผู้บาดเจ็บมีเป็นจำนวนมาก และ 3. ในกรณีกลางคืนเราควรจะเตรียมเครื่องมือที่ใช้ส่องสว่างในพื้นที่เกิดเหตุให้เพียงพอ

“สิ่งที่สำคัญที่สุดคือประชาชนเองจะต้องมีวินัยจราจร เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน อยู่จะต้องชะลอรถอำนวยความสะดวก ให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติได้ง่ายขึ้น” ผู้ช่วยผู้อำนวยการ รพ.พระนั่งเกล้ากล่าว

ขณะที่นายวสันต์ ศุภศรี เจ้าหน้าที่กู้ชีพจากมูลนิธิร่วมกตัญญูระบุว่า “อยากให้เจ้าหน้าที่ที่ จะลงไปปฏิบัติหน้าที่ทุกท่านยึดหลักว่าก่อนที่จะไปช่วยผู้อื่ นได้นั้นเราจะต้องปลอดภัยก่อน เพราะถ้าหากเราไม่ปลอดภัยหรือกล ายเป็นผู้ประสบเหตุเสียเองก็ จะยิ่งทำให้สถานการณ์ในการช่ วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินเป็นไปอย่ างยากลำบากมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะน้องๆ อาสาที่ที่ยังอยู่ในวัยเด็กๆ ตนเข้าใจว่าทุกคนมีใจที่ อยากจะช่วยผู้ป่วยให้รอดชีวิต แต่เราก็ต้องปฏิบัติตามหลักสูตร ความปลอดภัยในการปฏิบัติหน้าที่ ที่ได้เรียนรู้มาอย่างเคร่งครัด และเมื่อเวลาไปถึงที่เกิดเหตุ ขอให้มีสติและคิดถึงสิ่งที่เราไ ด้อบรมมา และนำมาใช้ บางครั้งไปถึงที่เกิดเหตุเห็นคน ไข้ร้องโอยๆ ลงไปช่วยเลยไม่ได้ จะต้องคิดถึงความปลอดภัยที่ จะเกิดซ้ำทั้งสำหรับตัวเองและผู้ ประสบภัยด้วย นอกจากนี้ตนก็อยากฝากถึงผู้ใช้ร ถใช้ถนนเห็นใจเจ้าหน้าที่ที่ กำลังปฏิบัติหน้าที่ หากเห็นเจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติ งานก็อยากอำนวยความสะดวกให้กับเ จ้าหน้าที่ได้ทำงานอย่างปลอดภัย ด้วย

นี่เป็นเพียงภาพสะท้อนบางส่วนถึงการทำงานที่ต้องแข่งกับเวลาในก ารช่วยเหลือชีวิตผู้ป่วยฉุกเฉิน ให้รอดพ้นจากวิกฤต ความช่วยเหลือที่ต้องแลกมาพร้อม กับความเสี่ยงในการปฏิบัติหน้ าที่ เราก็สามารถเป็นส่วนหนึ่ งในการร่วมสร้างความปลอดภัยให้ กับเจ้าหน้าที่ด้านการการแพทย์ ฉุกเฉินที่ปฏิบัติหน้าที่ทุ กคนให้ปลอดภัยจากการเกิดอุบัติ ซ้ำซ้อนได้เพียงแค่เราขั บรถตามกฏจราจร ไม่ขับรถเร็วเกินที่กฎหมายกำหนด และเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่กำลั งปฏิบัติงานก็ให้ชะลอความเร็ วและเบี่ยงทางให้เจ้าหน้าที่ปฏิ บัติงานได้อย่างสะดวกและปลอดภั ยเพื่อเป็นการต่อชีวิ ตลมหายใจของผู้ป่วยทุกๆ คนให้ได้รับการรักษาอย่างทันท่ว งที