
แนวโน้มราคาทองคำวันพฤหัสฯ(11 พ.ค.60)
สรุปสภาวะตลาดทองคำแท่ง วันที่ 9 พฤษภาคม 2560
สภาวะตลาดวันที่ 9 พฤษภาคม 2560 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,223.34-1,228.61 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 20,200 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวลดลง 50 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 20,250 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.13 น.ของวันที่ 09/05/2560)
แนวโน้มวันที่ 11 พฤษภาคม 2560
GFMS ของบริษัทธอมสัน รอยเตอร์ ระบุว่าอุปสงค์ในอินเดียที่แข็งแกร่งจากช่วงเทศกาลกระตุ้นแรงซื้อทองคำและกระตุ้นให้ผู้ผลิตเครื่องประดับกักตุนทองคำเพิ่ม โดยการนำเข้าทองคำของอินเดียในเดือนเม.ย.เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วสู่ระดับ 75 ตัน แนวโน้มดังกล่าวเพิ่มมุมมองเชิงบวกต่อราคาทองคำ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงจับตา ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมในวันที่ 13-14 มิ.ย. หรือไม่ เมื่อนายเจมส์ บูลลาร์ด ประธานเฟด สาขาเซนต์หลุยส์ แสดงความเห็นว่า การที่เศรษฐกิจสหรัฐอยู่ในภาวะอ่อนแอในช่วงต้นปีนี้ น่าจะส่งผลให้เฟดชะลอแผนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งขัดแย้งกับ นายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟด สาขาซานฟรานซิสโก ที่สนับสนุน ให้เฟดเริ่มต้นปรับลดขนาดงบดุลลงในช่วงต่อไปในปีนี้ เพราะความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจเปิดโอกาสให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างเชื่องช้า ทั้งนี้ หลังจากการเลือกตั้งฝรั่งเศสผ่านพ้นไปแล้ว ในช่วงนี้นักลงทุนจะมุ่งความสนใจไปยังประเด็นที่ว่า ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) จะปรับลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ลงเมื่อใด และจะปรับลดลงอย่างไร เห็นได้จาก นายอีฟส์ เมอร์ช สมาชิกคณะกรรมการกำหนดนโยบายของอีซีบี ส่งสัญญาณว่า อีซีบีใกล้ที่จะปรับเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อประเด็นที่ว่า เศรษฐกิจยูโรโซนจะบรรลุเป้าหมายอัตราการเติบโตหรือไม่ โดยอีซีบีมีมุมมองในทางลบต่อประเด็นดังกล่าวในช่วงก่อนหน้าแต่อีซีบีใกล้ที่จะเปลี่ยนไปใช้มุมมองที่เป็นกลาง และอีซีบีน่าจะปรับสัญญาณชี้นำนโยบายด้วย เนื่องจากเศรษฐกิจยูโรโซนอยู่ในภาวะแข็งแกร่งในระยะนี้ ซึ่งปัจจัยดังกล่าวอาจจะกลับมาหนุนสกุลเงินยูโรและราคาทองคำทองคำที่มีการเคลื่อนไหวไปในทิศทางบวกมากขึ้น แนะนำให้รอจังหวะการย่อตัวของราคาเพื่อเข้าซื้อเก็งกำไรในระยะสั้น ในขณะที่นักลงทุนที่มีทองคำในมือให้รอขายทำกำไรตามบริเวณแนวต้านต่างๆ
กลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีแนะนำนักลงทุนสามารถลงทุนระยะสั้นโดยเข้าซื้อหากราคาย่อตัวไม่หลุดแนวรับบริเวณ 1,218 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยไม่แนะนำให้เข้าซื้อทั้งหมดบริเวณแนวรับใดแนวรับหนึ่ง ควรเหลือเงินทุนเพื่อซื้อเฉลี่ยหากราคาหลุดแนวรับแรกซึ่งราคาจะปรับตัวลงไปบริเวณแนวรับถัดไป และให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้นบริเวณแนวต้าน 1,236 หรือ 1,245 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่สามารถผ่านไปได้อาจเห็นการย่อตัวของราคาทองคำอีกครั้ง เบื้องต้นวายแอลจียังมองว่าการลงทุนยังเน้นการลงทุนระยะสั้น เพราะแม้ว่าราคาทองคำจะดีดตัวขึ้นได้บ้าง ก็ยังคงมีแรงขายทองคำออกมาเช่นกัน
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,218 (20,000บาท) 1,207 (19,850บาท) 1,200 (19,700บาท)
แนวต้าน 1,236 (20,300บาท) 1,245 (20,450บาท) 1,256 (20,650บาท)
ที่มา : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
สภาวะตลาดวันที่ 9 พฤษภาคม 2560 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,223.34-1,228.61 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 20,200 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวลดลง 50 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 20,250 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.13 น.ของวันที่ 09/05/2560)
แนวโน้มวันที่ 11 พฤษภาคม 2560
GFMS ของบริษัทธอมสัน รอยเตอร์ ระบุว่าอุปสงค์ในอินเดียที่แข็งแกร่งจากช่วงเทศกาลกระตุ้นแรงซื้อทองคำและกระตุ้นให้ผู้ผลิตเครื่องประดับกักตุนทองคำเพิ่ม โดยการนำเข้าทองคำของอินเดียในเดือนเม.ย.เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วสู่ระดับ 75 ตัน แนวโน้มดังกล่าวเพิ่มมุมมองเชิงบวกต่อราคาทองคำ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงจับตา ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมในวันที่ 13-14 มิ.ย. หรือไม่ เมื่อนายเจมส์ บูลลาร์ด ประธานเฟด สาขาเซนต์หลุยส์ แสดงความเห็นว่า การที่เศรษฐกิจสหรัฐอยู่ในภาวะอ่อนแอในช่วงต้นปีนี้ น่าจะส่งผลให้เฟดชะลอแผนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งขัดแย้งกับ นายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟด สาขาซานฟรานซิสโก ที่สนับสนุน ให้เฟดเริ่มต้นปรับลดขนาดงบดุลลงในช่วงต่อไปในปีนี้ เพราะความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจเปิดโอกาสให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างเชื่องช้า ทั้งนี้ หลังจากการเลือกตั้งฝรั่งเศสผ่านพ้นไปแล้ว ในช่วงนี้นักลงทุนจะมุ่งความสนใจไปยังประเด็นที่ว่า ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) จะปรับลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ลงเมื่อใด และจะปรับลดลงอย่างไร เห็นได้จาก นายอีฟส์ เมอร์ช สมาชิกคณะกรรมการกำหนดนโยบายของอีซีบี ส่งสัญญาณว่า อีซีบีใกล้ที่จะปรับเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อประเด็นที่ว่า เศรษฐกิจยูโรโซนจะบรรลุเป้าหมายอัตราการเติบโตหรือไม่ โดยอีซีบีมีมุมมองในทางลบต่อประเด็นดังกล่าวในช่วงก่อนหน้าแต่อีซีบีใกล้ที่จะเปลี่ยนไปใช้มุมมองที่เป็นกลาง และอีซีบีน่าจะปรับสัญญาณชี้นำนโยบายด้วย เนื่องจากเศรษฐกิจยูโรโซนอยู่ในภาวะแข็งแกร่งในระยะนี้ ซึ่งปัจจัยดังกล่าวอาจจะกลับมาหนุนสกุลเงินยูโรและราคาทองคำทองคำที่มีการเคลื่อนไหวไปในทิศทางบวกมากขึ้น แนะนำให้รอจังหวะการย่อตัวของราคาเพื่อเข้าซื้อเก็งกำไรในระยะสั้น ในขณะที่นักลงทุนที่มีทองคำในมือให้รอขายทำกำไรตามบริเวณแนวต้านต่างๆ
กลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีแนะนำนักลงทุนสามารถลงทุนระยะสั้นโดยเข้าซื้อหากราคาย่อตัวไม่หลุดแนวรับบริเวณ 1,218 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยไม่แนะนำให้เข้าซื้อทั้งหมดบริเวณแนวรับใดแนวรับหนึ่ง ควรเหลือเงินทุนเพื่อซื้อเฉลี่ยหากราคาหลุดแนวรับแรกซึ่งราคาจะปรับตัวลงไปบริเวณแนวรับถัดไป และให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้นบริเวณแนวต้าน 1,236 หรือ 1,245 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่สามารถผ่านไปได้อาจเห็นการย่อตัวของราคาทองคำอีกครั้ง เบื้องต้นวายแอลจียังมองว่าการลงทุนยังเน้นการลงทุนระยะสั้น เพราะแม้ว่าราคาทองคำจะดีดตัวขึ้นได้บ้าง ก็ยังคงมีแรงขายทองคำออกมาเช่นกัน
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,218 (20,000บาท) 1,207 (19,850บาท) 1,200 (19,700บาท)
แนวต้าน 1,236 (20,300บาท) 1,245 (20,450บาท) 1,256 (20,650บาท)






