thansettakij
thansettakij
‘แอตต้า’มั่นใจทัวริสต์34ล้าน แนวโน้มครึ่งปีหลังพุ่ง -6 แอร์ไลน์ใหม่แห่สยายปีก

‘แอตต้า’มั่นใจทัวริสต์34ล้าน แนวโน้มครึ่งปีหลังพุ่ง -6 แอร์ไลน์ใหม่แห่สยายปีก

11 พ.ค. 60 | 05:00 น.
อัปเดตล่าสุด :11 พ.ค. 60 | 10:52 น.
แอตต้า ชี้ภาพรวมท่องเที่ยวครึ่งปีหลังแนวโน้มขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ มั่นใจทัวริสต์ 34 ล้านคน แนะททท.ฮาร์ดเซล เจาะเมืองใหม่จีน-ยุโรปตะวันออกกระตุ้นเปิดเช่าเหมาลำ ทอท.ตีปีก 6 แอร์ไลน์ใหม่สยายปีก กพท.ชงขอยกเว้นค่าแลนดิ้ง 5 สนามบินภูมิภาค

นายวิชิต ประกอบโกศล นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว(แอตต้า) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่าล่าสุดแอตต้า ได้ประเมินสถานการณ์การเดินทางของตลาดต่างชาติที่เดินทางมาเที่ยวเมืองไทย โดยเก็บข้อมูลจากผู้ประกอบการนำเที่ยวอินบาวด์ในทุกตลาด จึงมั่นใจว่าภาพรวมตลอดทั้งปี2560 ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) คาดการณ์ไว้ว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาเที่ยวไทยอยู่ที่ 34 ล้านคน มีความเป็นไปได้แน่นอน

โดยเฉพาะข้อมูลของแอตต้า ที่รวบรวมเฉพาะบริษัทนำเที่ยวที่เป็นสมาชิก ก็พบว่า แม้ตัวเลขนักท่องเที่ยวเดินทางผ่านบริษัทนำเที่ยวในช่วงไตรมาส 1 และไตรมาส 2 อาจจะยังติดลบอยู่หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา อันเป็นผลต่อเนื่องจากการจัดระเบียบทัวร์ผิดกฏหมายในช่วงก่อนหน้านี้แต่ก็ถือว่าติดลบน้อยลงมากขณะที่แนวโน้มในช่วงไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ของปีนี้ภาพรวมมั่นใจว่ามีการขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีอัตราการเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลัก

“กลุ่มตลาดเดิม อย่างยุโรป ก็ไม่ตก ตลาดรัสเซีย อินเดีย อาเซียน มีการขยายตัวเพิ่มขึ้น ตลาดญี่ปุ่น เกาหลีใต้ก็มีแนวโน้มดีขึ้น ส่วนตลาดจีน ที่เป็นกรุ๊ปทัวร์ก็เริ่มเข้ามามากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ และเป็นทัวร์ที่มีคุณภาพมากขึ้น เช่นเดียวกับการเติบโตของกลุ่มเอฟไอทีจีน ทำให้ในขณะนี้เราจะเริ่มเห็นมีเที่ยวบินเช่าเหมาลำจากจีน เปิดบินตรงเข้าหลายจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นเชียงราย ,หาดใหญ่ หรือแม้แต่สนามบินอู่ตะเภา ยังไม่รวมกับการขอตารางบินในสนามบินภูเก็ต หรือกระบี่ ที่มีเพิ่มขึ้น”

นายวิชิต ยังกล่าวต่อว่า ตลาดหลักของไทย คือนักท่องเที่ยวจีน แอตต้าคาดว่า คนจีนน่าจะเดินทางมาเที่ยวไทย ถึง 10 ล้านคน แต่แอตต้า ก็ยังมองว่า ยังมีตลาดใหม่ที่ยังมีโอกาสที่จะกระตุ้นให้เกิดการเดินทางมาเที่ยวไทยได้ อย่าง เมืองใหม่ๆของจีน ที่ไม่ใช้ปักกิ่ง เซี้ยงไฮ้ ที่มีเที่ยวบินตรงเข้ากรุงเทพฯอยู่แล้ว หรือแม้แต่เมืองทางด้านยุโรปตะวันออก ซึ่งภาครัฐ ควรจะสนับสนุนงบด้านการตลาดให้แก่บริษัทนำเที่ยวรายใหญ่ซึ่งเป็นประเทศต้นทางของตลาดเหล่านี้ ในลักษณะฮาร์ดเซลล์ และส่งเสริมให้มีการจัดเที่ยวบินเช่าเหมาลำจากตลาดใหม่เหล่านี้ ให้เดินทางมาเที่ยวไทย

นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท.กล่าวว่าทอท.ได้กำหนดยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับกิจการการบินในประเทศและต่างประเทศ (Aeronautical Business) ซึ่งเป็น 1 ใน 7 ยุทธศาสตร์หลักของ ทอท.ที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างเครือข่ายเส้นทางการบิน ณ ท่าอากาศยาน 6 แห่งที่ ทอท.บริหารงานโดยเชิญชวนสายการบินทำการบินในเส้นทางใหม่ๆ มายังท่าอากาศยาน เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางและการขนส่งสินค้าไปยังจุดหมายปลายทางในเมืองหลวง เมืองหลัก และเมืองรองของโลก ทำให้ผู้โดยสารต่างประเทศมีทางเลือกในการเดินทางบรรลุตามเป้าหมายของตนเองมากยิ่งขึ้น ซึ่งในช่วงปลายปีที่ผ่านมาต่อเนื่องไตรมาสแรกปีนี้ มีสายการบินใหม่ 6 สายการบินเปิดทำการบินเข้าหลายสนามบินของทอท.(ตารางประกอบ)

การดำเนินการดังกล่าว ทอท.ได้วิเคราะห์อุตสาหกรรม ตลาด และพฤติกรรมของสายการบิน และผู้โดยสาร เพื่อรวบรวมข้อมูลและสนับสนุนสายการบินในการวางแผนเส้นทางการบินในอนาคต หรือ Air Service Development โดยนำเสนอผลการศึกษาเส้นทางการบินที่มีศักยภาพให้กับสายการบินแต่ละสายการบิน ตลอดจนทำการตลาดเชิงรุก ผ่านการเจรจาธุรกิจในงาน Global Aviation Roadshow เช่น Routes Asia และ World Routes

“ทอท.เน้นกลุ่มสายการบินในตลาดภูมิภาคเอเชียเป็นหลัก โดยเฉพาะกลุ่มตลาดสายการบินจีนและอินเดียที่เป็นตลาดการบินใหญ่ที่สุดในภูมิภาค มีความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ อัตราความก้าวหน้าของประชากร ตลอดจนอัตราการเติบโตทางการจราจรทางอากาศภายในประเทศและระหว่างประเทศอย่างรวดเร็ว รวมทั้ง ทอท.ยังได้นำสายการบินเข้าสำรวจและศึกษาตลาด ตลอดจนแหล่งท่องเที่ยวของไทย โดยร่วมมือกับภาครัฐและเอกชน อาทิ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) สมาคมผู้ประกอบการการท่องเที่ยวต่างๆ

นอกจากนี้เพื่อส่งเสริมการตัดสินใจและสนับสนุนการลงทุนของลูกค้าสายการบิน ในแต่ละท่าอากาศยาน ทอท.ได้นำเสนอโครงการส่งเสริมการตลาดด้านการบินที่มอบสิทธิประโยชน์และส่วนลด แบ่งออกเป็น 4 ประเภทคือ สำหรับสายการบินแบบประจำที่เปิดเส้นทางการบินใหม่ สำหรับสายการบินแบบประจำที่เพิ่มเที่ยวบินและผู้โดยสารระหว่างประเทศเท่านั้น สำหรับสายการบินแบบเช่าเหมาลำระหว่างประเทศเท่านั้น และสำหรับสายการบิน ที่ต้องการเริ่มบินช่วงเช้าในช่วงเวลาไม่คับคั่ง

ไม่เพียงสนามบินของทอท.เท่านั้น ล่าสุดสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย(กพท.) ยังทำเรื่องเสนอนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พิจารณาอนุมัติให้ยกเว้นค่าบริการขึ้นลงของอากาศยาน (แลนด์ดิ้ง)และค่าบริการที่เก็บอากาศยาน(ปาร์คกิ้ง) ณ ท่าอากาศยาน 5 แห่ง คือ ท่าอากาศยานนครราชสีมา ท่าอากาศยานปัตตานี ท่าอากาศยานเพชรบูรณ์ ท่าอากาศยานตาก และท่าอากาศยานแม่สะเรียง เป็นเวลา 5 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2560 -31 พฤษภาคม 2565 เพื่อกระตุ้นให้สายการบินมาเปิดให้บริการด้วย

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,260 วันที่ 11 - 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2560