
กาแลคซี่ เอส 8 ทุบสถิติ อวดยอดจองสูงกว่า เอส 7 และโน๊ต 7
ซัมซุง ชี้ปรากฏการณ์ “แบตเตอรี่ โน้ต 7 ระเบิด”ไม่กระทบความเชื่อมั่นสมาร์ทโฟนซัมซุง เผยยอดจองออนไลน์กาแลคซี่ เอส 8 ทะลัก จนต้องปิดระบบ สถิติสูงกว่ากาแลคซี่เอส 7 กว่า 2 เท่า และโน้ต 7 เกือบ 1.5 เท่า ชูนวัตกรรมใหม่สกัดสมาร์ทโฟนจีนจ้องชิงตลาดไฮเอนด์
นายวิชัย พรพระตั้ง รองประธานองค์กร ธุรกิจโทรคมนาคมและไอที บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด เปิดเผยว่าซัมซุง ได้เตรียมเปิดขายกาแลคซี่ โน้ต 8 และ โน้ต 8 พลัส ในไทย ตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 นี้ โดยเชื่อว่าจะได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี ซึ่งจะเห็นได้จากตัวเลขยอดจองที่เปิดให้ผู้สนใจจองผ่านออนไลน์สโตร์ เมื่อวันที่ 17-23 เมษายน 2560 ที่มีตัวเลขสูงกว่ายอดจองซัมซุงกาแลคซี่ เอส 7 ประมาณ 2 เท่า และ สูงกว่าซัมซุงกาแลคซี่ โน้ต 7 ประมาณ 1.5 เท่า โดยรุ่นสีดำ และสีเงินหมดในช่วง 1 ชั่วโมงแรก จนบริษัทต้องทำการปิดระบบ โดยเกรงว่าจะไม่สามารถส่งมอบสินค้าได้ตามปริมาณความต้องการ เนื่องจากสินค้าที่เข้ามาล็อตแรกมีจำนวนจำกัด
อย่างไรก็ตามไม่สามารถเปิดเผยตัวเลขยอดจองที่ชัดเจนได้ แต่เป็นตัวเลขที่ยืนยันได้ว่าเหตุการณ์แบตเตอรี่ระเบิดในซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต 7 ก่อนหน้านี้ไม่ส่งผลกระทบกับความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และบริษัทยังคงยืนยันว่าปลายปีจะมีสมาร์ทโฟนระดับไฮเอ็นด์ ในตระกูลกาแลคซี่โน้ตอีกหนึ่งรุ่น ส่วนจะมีการเปลี่ยนไปใช้เชื่ออื่นแทนกาแลคซี่ โน้ต หรือไม่นั้นขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้
โดยซัมซุง กาแลคซี่ เอส 8 ขนาดจอภาพ 5.8 นิ้ว ราคา 27,900 บาท ส่วน เอส 8 พลัส มีขนาดหน้าจอ 6.2 นิ้ว ราคา 30,900 บาท และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคสำหรับผู้ซื้อ กาแลคซี่ เอส 8 และเอส 8 พลัส ในช่วงแรก กรณีหากเครื่องมีปัญหาสามารถเปลี่ยนเครื่องใหม่ได้ภายใน 3 เดือนแรก และยังรับการประกันจอแตกเป็นระยะเวลา 6 เดือน - 1 ปี
นายวิชัย กล่าวต่อไปอีกว่าภาพรวมตลาดสมาร์ทโฟนของไทยขณะนี้ตลาดที่ค่อนข้างนิ่ง โดยมีปริมาณสมาร์ทโฟนมากกว่าจำนวนประชากร โดยการซื้อสมาร์ทโฟนจะเป็นการซื้อเพื่อทดแทนเครื่องเดิมตามรอบที่ประมาณ 18-24 เดือน
ขณะที่พฤติกรรมผู้บริโภคมากกว่าครึ่งนิยมใช้สมาร์ทโฟนเพื่อความบันเทิง โดยข้อมูลผลการวิจัยของ นีลเส็น ปี 2559 พบว่า ผู้บริโภคใช้มือถือเฉลี่ย 230 นาทีต่อวัน ใช้งานสำหรับสื่อสาร-แชต 75 นาที ใช้แอพพลิเคชั่น 65 นาที ใช้สำหรับเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ 45 นาที เล่นอินเทอร์เน็ต 24 นาที และ ดีไวซ์ แมนเนจเมนท์ 18 นาที
ส่วนกรณีคู่แข่งขันจากจีน พยายามจะรุกเข้ามาในตลาดสมาร์ทโฟนไฮเอ็นด์นั้นมองว่าเป็นเรื่องปกติ ที่ทุกแบรนด์ต้องการสร้างส่วนแบ่งตลาดและยอดขายเพิ่ม ซึ่งทิศทางของซัมซุงคือการมุ่งพัฒนานวัตกรรมใหม่ในสมาร์ทโฟน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการ และสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภค และสร้างนวัตกรรมใหม่ให้เหนือกว่าคู่แข่งในตลาด ทั้งชิพเซ็ท ที่ซัมซุงเป็นผู้ผลิตเอง หรือ จอโค้ง ที่เชื่อว่าไม่มีผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใดทำได้ รวมไปถึงนวัตกรรมโมบายเพย์เม้นท์”ซัมซุงเพย์”
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,258 วันที่ 4 - 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2560
นายวิชัย พรพระตั้ง รองประธานองค์กร ธุรกิจโทรคมนาคมและไอที บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด เปิดเผยว่าซัมซุง ได้เตรียมเปิดขายกาแลคซี่ โน้ต 8 และ โน้ต 8 พลัส ในไทย ตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 นี้ โดยเชื่อว่าจะได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี ซึ่งจะเห็นได้จากตัวเลขยอดจองที่เปิดให้ผู้สนใจจองผ่านออนไลน์สโตร์ เมื่อวันที่ 17-23 เมษายน 2560 ที่มีตัวเลขสูงกว่ายอดจองซัมซุงกาแลคซี่ เอส 7 ประมาณ 2 เท่า และ สูงกว่าซัมซุงกาแลคซี่ โน้ต 7 ประมาณ 1.5 เท่า โดยรุ่นสีดำ และสีเงินหมดในช่วง 1 ชั่วโมงแรก จนบริษัทต้องทำการปิดระบบ โดยเกรงว่าจะไม่สามารถส่งมอบสินค้าได้ตามปริมาณความต้องการ เนื่องจากสินค้าที่เข้ามาล็อตแรกมีจำนวนจำกัด
อย่างไรก็ตามไม่สามารถเปิดเผยตัวเลขยอดจองที่ชัดเจนได้ แต่เป็นตัวเลขที่ยืนยันได้ว่าเหตุการณ์แบตเตอรี่ระเบิดในซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต 7 ก่อนหน้านี้ไม่ส่งผลกระทบกับความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และบริษัทยังคงยืนยันว่าปลายปีจะมีสมาร์ทโฟนระดับไฮเอ็นด์ ในตระกูลกาแลคซี่โน้ตอีกหนึ่งรุ่น ส่วนจะมีการเปลี่ยนไปใช้เชื่ออื่นแทนกาแลคซี่ โน้ต หรือไม่นั้นขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้
โดยซัมซุง กาแลคซี่ เอส 8 ขนาดจอภาพ 5.8 นิ้ว ราคา 27,900 บาท ส่วน เอส 8 พลัส มีขนาดหน้าจอ 6.2 นิ้ว ราคา 30,900 บาท และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคสำหรับผู้ซื้อ กาแลคซี่ เอส 8 และเอส 8 พลัส ในช่วงแรก กรณีหากเครื่องมีปัญหาสามารถเปลี่ยนเครื่องใหม่ได้ภายใน 3 เดือนแรก และยังรับการประกันจอแตกเป็นระยะเวลา 6 เดือน - 1 ปี
นายวิชัย กล่าวต่อไปอีกว่าภาพรวมตลาดสมาร์ทโฟนของไทยขณะนี้ตลาดที่ค่อนข้างนิ่ง โดยมีปริมาณสมาร์ทโฟนมากกว่าจำนวนประชากร โดยการซื้อสมาร์ทโฟนจะเป็นการซื้อเพื่อทดแทนเครื่องเดิมตามรอบที่ประมาณ 18-24 เดือน
ขณะที่พฤติกรรมผู้บริโภคมากกว่าครึ่งนิยมใช้สมาร์ทโฟนเพื่อความบันเทิง โดยข้อมูลผลการวิจัยของ นีลเส็น ปี 2559 พบว่า ผู้บริโภคใช้มือถือเฉลี่ย 230 นาทีต่อวัน ใช้งานสำหรับสื่อสาร-แชต 75 นาที ใช้แอพพลิเคชั่น 65 นาที ใช้สำหรับเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ 45 นาที เล่นอินเทอร์เน็ต 24 นาที และ ดีไวซ์ แมนเนจเมนท์ 18 นาที
ส่วนกรณีคู่แข่งขันจากจีน พยายามจะรุกเข้ามาในตลาดสมาร์ทโฟนไฮเอ็นด์นั้นมองว่าเป็นเรื่องปกติ ที่ทุกแบรนด์ต้องการสร้างส่วนแบ่งตลาดและยอดขายเพิ่ม ซึ่งทิศทางของซัมซุงคือการมุ่งพัฒนานวัตกรรมใหม่ในสมาร์ทโฟน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการ และสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภค และสร้างนวัตกรรมใหม่ให้เหนือกว่าคู่แข่งในตลาด ทั้งชิพเซ็ท ที่ซัมซุงเป็นผู้ผลิตเอง หรือ จอโค้ง ที่เชื่อว่าไม่มีผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใดทำได้ รวมไปถึงนวัตกรรมโมบายเพย์เม้นท์”ซัมซุงเพย์”
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,258 วันที่ 4 - 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2560






