
วิเคราะห์สถานการณ์ราคาทองคำประจำวัน(2 พ.ค.60)
บทวิเคราะห์สถานการณ์ราคาทองคำแท่ง ประจำวันที่ 2 พฤษภาคม 2560 โดยบริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
คำแนะนำ
หากรับความเสี่ยงได้อาจรอเปิดสถานะซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลงมาใกล้ 1,243-1,232 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (เน้นทำกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัว) พิจารณาถึงความเสี่ยงจากผลการประชุมเฟด
หลังจากราคาทองคำปรับตัวขึ้นแต่ก็มีแรงขายทำกำไรสลับออกมาเพิ่มขึ้นเช่นกัน เบื้องต้น หากราคาทองคำไม่สามารถยืน 1,268 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ โดยนักลงทุนต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไรออกมาที่อาจเพิ่มขึ้นซึ่งอาจกดดันราคาทองคำให้ลงสู่แนวรับในระดับ 1,243-1,232 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้
แนวรับ 1,243 1,232 1,223
แนวต้าน 1,268 1,279 1,288
ปัจจัยพื้นฐาน ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 11.35 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้รับแรงกดดันหลังพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกันของสหรัฐสามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ในเรื่องการจัดสรรงบใช้จ่ายสำหรับหน่วยงานของรัฐบาลกลางสหรัฐจนถึงวันที่ 30 ก.ย. ซึ่งช่วยให้หน่วยงานราชการของสหรัฐไม่ต้องปิดทำการ(Shut down) ประเด็นดังกล่าวกดดันทองคำที่อยู่ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย นอกจากนี้ราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากการแข็งค่าของดอลลาร์ถึงแม้ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐหลายรายการที่ถูกเปิดเผยวานนี้จะอ่อนแอกว่าคาดก็ตาม อาทิ ดัชนี Core PCEลดลง 0.1%ในเดือนมี.ค.ซึ่งลดลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนก.ย. 2001 และต่ำกว่าเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อของเฟดที่ระดับ 2% ด้าน ISM เปิดเผยดัชนีกิจกรรมการผลิตลดลงสู่ระดับ 54.8 ในเดือนเม.ย. ซึ่งเป็นระดับอ่อนแอที่สุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค. เช่นกัน ทั้งนี้นักลงทุนมองว่าตัวเลขเศรษฐกิจที่อ่อนแอไม่ได้ส่งผลต่อแผนการในการปรับขึ้นในเดือนมิ.ย.ของเฟดแต่อย่างใด ขณะที่วันนี้ไม่มีการเปิดเผยตัวเศรษฐกิจของสหรัฐ
ที่มา : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
คำแนะนำ
หากรับความเสี่ยงได้อาจรอเปิดสถานะซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลงมาใกล้ 1,243-1,232 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (เน้นทำกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัว) พิจารณาถึงความเสี่ยงจากผลการประชุมเฟด
แนวรับ 1,243 1,232 1,223
แนวต้าน 1,268 1,279 1,288
ปัจจัยพื้นฐาน ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 11.35 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้รับแรงกดดันหลังพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกันของสหรัฐสามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ในเรื่องการจัดสรรงบใช้จ่ายสำหรับหน่วยงานของรัฐบาลกลางสหรัฐจนถึงวันที่ 30 ก.ย. ซึ่งช่วยให้หน่วยงานราชการของสหรัฐไม่ต้องปิดทำการ(Shut down) ประเด็นดังกล่าวกดดันทองคำที่อยู่ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย นอกจากนี้ราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากการแข็งค่าของดอลลาร์ถึงแม้ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐหลายรายการที่ถูกเปิดเผยวานนี้จะอ่อนแอกว่าคาดก็ตาม อาทิ ดัชนี Core PCEลดลง 0.1%ในเดือนมี.ค.ซึ่งลดลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนก.ย. 2001 และต่ำกว่าเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อของเฟดที่ระดับ 2% ด้าน ISM เปิดเผยดัชนีกิจกรรมการผลิตลดลงสู่ระดับ 54.8 ในเดือนเม.ย. ซึ่งเป็นระดับอ่อนแอที่สุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค. เช่นกัน ทั้งนี้นักลงทุนมองว่าตัวเลขเศรษฐกิจที่อ่อนแอไม่ได้ส่งผลต่อแผนการในการปรับขึ้นในเดือนมิ.ย.ของเฟดแต่อย่างใด ขณะที่วันนี้ไม่มีการเปิดเผยตัวเศรษฐกิจของสหรัฐ
ที่มา : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด






