
แนวโน้มราคาทองคำวันพรุ่งนี้(28 เม.ย.60)
สรุปสภาวะตลาดทองคำแท่ง วันที่ 27 เมษายน 2560
สภาวะตลาดวันที่ 27 เมษายน 2560 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,262.55-1,269.63 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 20,700 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 50 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 20,650 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.14 น.ของวันที่ 27/04/2560)
แนวโน้มวันที่ 28 เมษายน 2560
แผนการของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ครอบคลุมการปรับลดอัตราภาษีเงินได้สำหรับบริษัทมหาชนลงสู่ 15 % จาก 35 % และปรับลดเพดานอัตราภาษีสำหรับธุรกิจส่งต่อลงสู่ 15 % จากเดิมที่ 39.6 % โดยธุรกิจส่งต่อนี้ครอบคลุมห้างหุ้นส่วนขนาดเล็กและกิจการที่มีเจ้าของคนเดียว อย่างไรก็ตาม แผนภาษีดังกล่าวไม่ได้มีรายละเอียดที่เฉพาะเจาะจง และยังคงต้องใช้เวลานานกว่าสหรัฐจะสามารถนำมาบังคับใช้เป็นกฎหมาย ซึ่งมีกระแสการต่อต้านแนวคิดดังกล่าวและออกมาโจมตีในทันทีว่าแผนภาษีของปธน.ทรัมป์ขาดความรับผิดชอบด้านการคลัง จนเพิ่มความกังวลกันว่ามาตรการปฏิรูปภาษีอาจส่งผลให้ยอดขาดดุลของสหรัฐพุ่งสูงขึ้น สถานการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้ราคาทองคำฟื้นตัวขึ้น ขณะที่นักลงทุนจับตาที่กีดกันการค้าของสหรัฐ เพราะถ้ามีความชัดเจนมากขึ้นก็จะกระตุ้นแรงซื้อทองคำเพิ่มเติม ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ระดับสูงคนหนึ่งของรัฐบาลสหรัฐกล่าวว่า ปธน.ทรัมป์กำลังพิจารณาเรื่องการออกคำสั่งฝ่ายบริหาร เพื่อให้สหรัฐถอนตัวออกจากความตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (นาฟตา) แม้ว่า ปธน.ทรัมป์จะออกมากล่าวว่า เขาจะไม่ยกเลิกนาฟตา แต่จะเจรจาต่อรองใหม่ในเรื่องนาฟตา ซึ่งส่งผลให้ความเชื่อมั่นต่อการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงมีความเปราะบางเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ ท่าทีกีดกันกาค้าของสหรัฐเริ่มชัดเจนมากขึ้น เมื่อโฆษกกระทรวงพาณิชย์จีน แสดงความกังวลเป็นอย่างมากต่อการสอบสวนของสหรัฐ และจีนหวังที่จะคลี่คลายความขัดแย้งผ่านทางการเจรจาต่อรอง โดยจีนถือเป็นประเทศผู้ผลิตและผู้ใช้อะลูมิเนียมรายใหญ่ที่สุดในโลก ประกอบกับ สถานการณ์ความตรึงเครียดทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้น เมื่อกระทรวงกลาโหมของจีน ยืนยันจะยังคงทำการซ้อมรบโดยใช้กระสุนจริง และทดสอบอาวุธใหม่ต่อไปเพื่อป้องกันความมั่นคงแห่งชาติของตนเอง หลังสหรัฐติดตั้งระบบต่อต้านขีปนาวุธ THAAD ในเกาหลีใต้ ประเด็นดังกล่าวยังคงพยุงราคาทองคำไว้
กลยุทธ์การลงทุน ทางวายแอลจีมีมุมมองว่า ให้รอเข้าซื้อหากราคาย่อตัวลงมาและไม่หลุดบริเวณแนวรับทั้งนี้ประเมินแนวรับไว้ที่ 1,255 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยมีแนวรับถัดไปอยู่ที่ 1,243 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำยังมีโอกาสทดสอบแนวต้านที่ 1,270 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ 1,279 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สำหรับการทำกำไร ให้ดูว่าราคาจะผ่านแนวต้านได้หรือไม่ ถ้าราคาทองคำสามารถทะลุผ่านแนวต้าน และรักษาระดับยืนเหนือกรอบราคาได้ แนะนำนักลงทุนที่ถือทองคำอยู่ให้ถือต่อไป ซึ่งราคาทองคำน่าจะสามารถขยับตัวขึ้นต่อไปได้ และหากราคาทองคำมีการปรับตัวลดลงมาไม่หลุดแนวรับ แนะนำนักลงทุนสามารถทำการเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้นเช่นเดิม
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,255 (20,500บาท) 1,243 (20,300บาท) 1,232 (20,150บาท)
แนวต้าน 1,270 (20,800บาท) 1,279 (20,950บาท) 1,288 (21,100บาท)
ที่มา:บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
สภาวะตลาดวันที่ 27 เมษายน 2560 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,262.55-1,269.63 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 20,700 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 50 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 20,650 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.14 น.ของวันที่ 27/04/2560)
แนวโน้มวันที่ 28 เมษายน 2560
แผนการของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ครอบคลุมการปรับลดอัตราภาษีเงินได้สำหรับบริษัทมหาชนลงสู่ 15 % จาก 35 % และปรับลดเพดานอัตราภาษีสำหรับธุรกิจส่งต่อลงสู่ 15 % จากเดิมที่ 39.6 % โดยธุรกิจส่งต่อนี้ครอบคลุมห้างหุ้นส่วนขนาดเล็กและกิจการที่มีเจ้าของคนเดียว อย่างไรก็ตาม แผนภาษีดังกล่าวไม่ได้มีรายละเอียดที่เฉพาะเจาะจง และยังคงต้องใช้เวลานานกว่าสหรัฐจะสามารถนำมาบังคับใช้เป็นกฎหมาย ซึ่งมีกระแสการต่อต้านแนวคิดดังกล่าวและออกมาโจมตีในทันทีว่าแผนภาษีของปธน.ทรัมป์ขาดความรับผิดชอบด้านการคลัง จนเพิ่มความกังวลกันว่ามาตรการปฏิรูปภาษีอาจส่งผลให้ยอดขาดดุลของสหรัฐพุ่งสูงขึ้น สถานการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้ราคาทองคำฟื้นตัวขึ้น ขณะที่นักลงทุนจับตาที่กีดกันการค้าของสหรัฐ เพราะถ้ามีความชัดเจนมากขึ้นก็จะกระตุ้นแรงซื้อทองคำเพิ่มเติม ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ระดับสูงคนหนึ่งของรัฐบาลสหรัฐกล่าวว่า ปธน.ทรัมป์กำลังพิจารณาเรื่องการออกคำสั่งฝ่ายบริหาร เพื่อให้สหรัฐถอนตัวออกจากความตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (นาฟตา) แม้ว่า ปธน.ทรัมป์จะออกมากล่าวว่า เขาจะไม่ยกเลิกนาฟตา แต่จะเจรจาต่อรองใหม่ในเรื่องนาฟตา ซึ่งส่งผลให้ความเชื่อมั่นต่อการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงมีความเปราะบางเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ ท่าทีกีดกันกาค้าของสหรัฐเริ่มชัดเจนมากขึ้น เมื่อโฆษกกระทรวงพาณิชย์จีน แสดงความกังวลเป็นอย่างมากต่อการสอบสวนของสหรัฐ และจีนหวังที่จะคลี่คลายความขัดแย้งผ่านทางการเจรจาต่อรอง โดยจีนถือเป็นประเทศผู้ผลิตและผู้ใช้อะลูมิเนียมรายใหญ่ที่สุดในโลก ประกอบกับ สถานการณ์ความตรึงเครียดทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้น เมื่อกระทรวงกลาโหมของจีน ยืนยันจะยังคงทำการซ้อมรบโดยใช้กระสุนจริง และทดสอบอาวุธใหม่ต่อไปเพื่อป้องกันความมั่นคงแห่งชาติของตนเอง หลังสหรัฐติดตั้งระบบต่อต้านขีปนาวุธ THAAD ในเกาหลีใต้ ประเด็นดังกล่าวยังคงพยุงราคาทองคำไว้
กลยุทธ์การลงทุน ทางวายแอลจีมีมุมมองว่า ให้รอเข้าซื้อหากราคาย่อตัวลงมาและไม่หลุดบริเวณแนวรับทั้งนี้ประเมินแนวรับไว้ที่ 1,255 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยมีแนวรับถัดไปอยู่ที่ 1,243 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำยังมีโอกาสทดสอบแนวต้านที่ 1,270 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ 1,279 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สำหรับการทำกำไร ให้ดูว่าราคาจะผ่านแนวต้านได้หรือไม่ ถ้าราคาทองคำสามารถทะลุผ่านแนวต้าน และรักษาระดับยืนเหนือกรอบราคาได้ แนะนำนักลงทุนที่ถือทองคำอยู่ให้ถือต่อไป ซึ่งราคาทองคำน่าจะสามารถขยับตัวขึ้นต่อไปได้ และหากราคาทองคำมีการปรับตัวลดลงมาไม่หลุดแนวรับ แนะนำนักลงทุนสามารถทำการเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้นเช่นเดิม
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,255 (20,500บาท) 1,243 (20,300บาท) 1,232 (20,150บาท)
แนวต้าน 1,270 (20,800บาท) 1,279 (20,950บาท) 1,288 (21,100บาท)






