thansettakij
thansettakij
กรมสุขภาพจิตแนะปชช.ติดตั้งแอพพลิเคชั่นสบายใจป้องกันคิดสั้น

กรมสุขภาพจิตแนะปชช.ติดตั้งแอพพลิเคชั่นสบายใจป้องกันคิดสั้น

26 เม.ย. 60 | 04:34 น.
อัปเดตล่าสุด :26 เม.ย. 60 | 11:34 น.
sabaui-1 กรมสุขภาพจิต เร่งพัฒนาระบบป้องกันฆ่าตัวตาย ทำระบบฐานข้อมูลผู้ที่เคยคิดสั้นทั่วประเทศ ตรวจคัดกรอง 6 กลุ่มเสี่ยง สู่ระบบเฝ้าระวัง  พัฒนาแอพพลิเคชั่น สบายใจ ประชาชนอายุ 15-65  ปีใช้ประเมินความเสี่ยงฆ่าตัวตายด้วยคำถามง่ายเพียง 9 ข้อ แนะทุกคนติดตั้งไว้หน้าจอมือถือ ใช้ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ขณะนี้สามารถเข้าถึงได้ง่ายทางคิวอาร์โค้ด หากมีปัญหามีช่องทางทั้งสายด่วน 1323 และเบอร์โทรของคนที่อยากคุยด้วย จะช่วยยับยั้งความคิดได้ทันท่วงที เผยหลังใช้ในรอบ 7 เดือน มีผู้เข้าใช้งานกว่า 1,000 คน ช่วยลดความเสี่ยงฆ่าตัวตายได้ เตรียมพัฒนาให้มีระบบสื่อสารโต้ตอบได้ทันที

นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข  ให้สัมภาษณ์ว่า ปัญหาการฆ่าตัวตายเป็นเรื่องใกล้ตัวทุกคน ทุกครอบครัว ข้อมูล ในช่วง 2-3 ปีมานี้ ประเทศไทยมีคนฆ่าตัวตายปีละ 3,900 - 4,200 คน จากการวิเคราะห์ฐานข้อมูลของโรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์ ซึ่งเป็นฐานข้อมูลการป้องกันและเฝ้าระวังการฆ่าตัวตายของประเทศ พบว่าในผู้ที่ฆ่าตัวตายสำเร็จ เกิดมาจากเหตุทะเลาะกับคนใกล้ชิด หรือคนในครอบครัว  ดังนั้น จึงขอให้ประชาชนทุกคนตระหนักและร่วมมือกันลดปัญหา องค์การอนามัยโลกรายงานในปี 2559 มีผู้ฆ่าตัวตายทั่วโลก  ปีละกว่า 800,000 คน  เพิ่มขึ้นร้อยละ 60 ในช่วง 45 ปี คาดว่าในปี 2563 จะมีคนฆ่าตัวตายสูงขึ้น 1.5 ล้านคน

กรมสุขภาพจิตได้เร่งลดปัญหา โดยได้วางระบบป้องกันการฆ่าตัวตาย เน้นการคัดกรองจากกลุ่มที่มีความเสี่ยงฆ่าตัวตาย 6 กลุ่มหลักได้แก่ ผู้ป่วยจิตเวช  โรคซึมเศร้า โรคเรื้อรัง ผู้ใช้สุราและสารเสพติด ผู้สูงอายุที่ไม่มีผู้ดูแล และกลุ่มคนที่มีประวัติทำร้ายตัวเองมาก่อน ดำเนินการในโรงพยาบาลทุกแห่งขยายผลลงถึงหมู่บ้านโดยอสม. เพื่อให้การดูแลต่อเนื่อง และในปีนี้ได้เพิ่มการจัดทำฐานข้อมูลผู้ที่มีประวัติพยายามทำร้ายตัวเองหรือพยายามฆ่าตัวตายทั่วประเทศ กลุ่มนี้จะมีมากกว่าผู้ที่ฆ่าตัวตายสำเร็จ 4 เท่าตัว คาดว่ามีประมาณ 15,000 คน เพื่อการเฝ้าระวังในพื้นที่ทั่วประเทศเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งคนกลุ่มนี้จะมีโอกาสฆ่าตัวตายสำเร็จสูงกว่าคนทั่วไปถึง 10 เท่าตัว ขณะนี้มีผู้อยู่ในระบบแล้ว 5,000 กว่าคน และพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่มีชื่อว่า สบายใจ (sabai jai) เพิ่มช่องทางการเข้าถึงบริการผ่านทางเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ เป็นประเทศต้นๆของโลก เพื่อให้ประชาชนใช้ตรวจสอบสภาพจิตใจ ความเสี่ยงต่อการคิดสั้นฆ่าตัวตายของตัวเองและคนใกล้ชิด

“ขณะนี้ใช้มาแล้ว 7 เดือน พบว่ามีประชาชนเข้ามาใช้งานจำนวนกว่า 1,000 คน ช่วยลดความเสี่ยงฆ่าตัวตายลงได้อย่างดี  และชื่นชอบแอพฯนี้  จึงขอแนะนำให้ผู้ที่ใช้มือถือในระบบแอนดรอยด์ ดาวน์โหลดหรือถ่ายภาพจากคิวอาร์โค๊ด ติดตั้งไว้ที่หน้าจอมือถือที่ใช้เป็นประจำ เพราะหากตนเองหรือผู้ใกล้ชิดมีปัญหาสามารถใช้การได้ตลอด 24 ชั่วโมง  โดยจะเร่งให้สามารถใช้กับมือถือทุกระบบภายใน 3 เดือนนี้  และจะพัฒนาให้มีคุณภาพการสื่อสาร 2 ทางมากขึ้น โดยให้มีระบบการโต้ตอบระหว่างผู้ใช้งานกับผู้ให้บริการขณะใช้งานได้ทันที” นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรืองกล่าว

ด้านนายแพทย์ณัฐกร จำปาทอง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์ จ.ขอนแก่น กล่าวว่า จิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของโรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นฯได้พัฒนาแอพพลิเคชั่น สบายใจร่วมกับคณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น ออกแบบใช้งานง่าย ใช้ได้ทั้งชายและหญิง  แบ่งเป็น 3 กลุ่มอายุคือ 15-24 ปี , 25-59 ปี ,และ60-65 ปี  โดยใช้คำถาม 9 ข้อ ซึ่งได้มาจากการศึกษาวิจัยด้านพฤติกรรมความคิดของคนที่คิดจะฆ่าตัวตาย รวมทั้งปัญหาชีวิตที่พบได้บ่อยที่สุดในคนไทย  เช่นเศรษฐกิจ ผิดหวังความรัก สูญเสียคนรัก ทรัพย์สิน ทุกข์ทรมานจากการป่วย เป็นต้น   ตอบเพียงใช่ ไม่ใช่ และทราบความเสี่ยงของตนเองได้ภายในไม่ถึง 3 นาที และมีเมนูคำแนะนำเติมกำลังใจการใช้ชีวิตทั้งเรื่องการเรียน ความรัก การงาน การเงิน ครอบครัวและสุขภาพ  หากอยู่ในกลุ่มเสี่ยง จะมีเบอร์โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323    กดโทรออกได้ทันที ขณะเดียวกันจะให้ผู้ใช้งาน บันทึกหมายเลขโทรศัพท์คนที่อยากคุยด้วยเมื่อมีปัญหาไว้ประจำที่แอพพลิเคชั่นนี้ด้วย จากการประเมินผลพบว่าประชาชนพึงพอใจแอพฯ นี้สูงถึง 4.8 คะแนนจากคะแนนเต็ม 5 คะแนน     ประชาชนสามารถติดตั้งแอพพลิเคชั่นนี้ โดยเข้าไปที่เมนูเพลย์ สโตร์ (Play Store) ที่หน้าจอ แล้วพิมพ์คำว่าสบายใจทั้งภาษาไทยหรืออังกฤษ หรือใช้วิธีการเชื่อมต่อทางคิวอาร์โค้ด จะสามารถเข้าสู่กูเกิล เพลย์ สโตร์ (google play store) และสามารถดาวน์โหลดติดตั้งที่หน้าจอมือถือได้เลย