
แนวโน้มราคาทองคำวันพรุ่งนี้(26 เม.ย.60)
สรุปสภาวะตลาดทองคำแท่ง วันที่ 25 เมษายน 2560
สภาวะตลาดวันที่ 25 เมษายน 2560 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,269.05-1,278.17 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 20,700 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวลดลง 50 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 20,750 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.33 น.ของวันที่ 25/04/2560)
แนวโน้มวันที่ 26 เมษายน 2560
นักลงทุนจับตาประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กำลังจะประกาศการปฏิรูปกฎหมายภาษีของสหรัฐ ซึ่งคาดการณ์กันว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดในวันที่ 26 เม.ย.นี้ โดยปธน.ทรัมป์ยืนยันว่ามาตรการดังกล่าวจะเอื้อประโยชน์แก่ชนชั้นกลาง ด้านนายสตีเวน มนูชินรัฐมนตรีคลังสหรัฐออกมากล่าวว่าเช่นกันว่ามาตรการปฏิรูปภาษีของรัฐบาลสหรัฐจะช่วยให้เศรษฐกิจขยายตัวอย่างมากจนทำให้การขาดดุลงบประมาณสามารถอยู่ภายใต้การควบคุม แม้ประเด็นดังกล่าวจะกดดันราคาทองคำแต่ไม่มากเพราะสภาคองเกรสยังคงมีความเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับการปฏิรูปภาษีทำให้ตลาดคาดว่าการปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลนั้นจะอยู่ในระดับปานกลางเท่านั้น ทั้งนี้ ตลาดการเงินเคยคาดการณ์ในเชิงบวกอย่างมากต่อมาตรการปฏิรูปภาษีและแผนการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานจนส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ อย่างไรก็ดีความเชื่อมั่นและการคาดการณ์ในเชิงบวกต่อนโยบายของปธน.ทรัมป์ลดลงต่อเนื่องหลังจากปธน.ทรัมป์ไม่สามารถผลักดันร่างกฎหมายประกันสุขภาพ "อเมริกันเฮลธ์แคร์" ให้ผ่านสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐได้ ซึ่งปัจจัยดังกล่าวส่งผลในเชิงลบต่อความเชื่อมั่นในความสามารถในการผลักดันนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจทางการคลังที่เคยให้คำมั่นสัญญาไว้ในระหว่างการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ทั้งนี้ หากแผนการปฏิรูปกฎหมายภาษีที่ได้รับการเปิดเผยสามารถเรียกความเชื่อมั่นในหมู่นักลงทุนให้เพิ่มขึ้นได้ อาจส่งผลหนุนให้สินทรัพย์เสี่ยงและสกุลเงินดอลลาร์ปรับตัวขึ้นและกดดันราคาทองคำในทางกลับกันหากปธน.ทรัมป์ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดมากเท่าที่ตลาดคาดหรือแผนดังกล่าวสร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุนอาจเป็นปัจจัยที่กดดันให้สินทรัพย์เสี่ยงและสกุลเงินดอลลาร์ร่วงลงและสร้างแรงหนุนให้แก่ทองคำเช่นกัน ซึ่งกระแสข่าวเหล่านี้มีผลต่อการเคลื่อนไหวของราคาค่อนข้างมากจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
กลยุทธ์การลงทุน ทางวายแอลจีมีมุมมองว่า สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้แนะนำให้รอจังหวะซื้อหากราคาไม่หลุดแนวรับ 1,263 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และขายทำกำไรบริเวณแนวต้าน เมื่อราคาทองคำดีดตัวขึ้นและไม่ผ่านแนวต้าน 1,282 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากสามารถผ่านได้ให้รอขายทำกำไรบริเวณแนวต้านถัดไปที่ 1,290 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เนื่องจากราคายังคงผันผวนจะทำให้นักลงทุนที่ลงทุนมากเกินไปหรือไม่มีแผนในการลงทุนที่ชัดเจนจะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการลงทุน
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,263 (20,550บาท) 1,255 (20,400บาท) 1,243 (20,200บาท)
แนวต้าน 1,282 (20,850บาท) 1,290 (20,950บาท) 1,300 (21,100บาท)
ที่มา:บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
สภาวะตลาดวันที่ 25 เมษายน 2560 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,269.05-1,278.17 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 20,700 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวลดลง 50 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 20,750 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.33 น.ของวันที่ 25/04/2560)
แนวโน้มวันที่ 26 เมษายน 2560
นักลงทุนจับตาประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กำลังจะประกาศการปฏิรูปกฎหมายภาษีของสหรัฐ ซึ่งคาดการณ์กันว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดในวันที่ 26 เม.ย.นี้ โดยปธน.ทรัมป์ยืนยันว่ามาตรการดังกล่าวจะเอื้อประโยชน์แก่ชนชั้นกลาง ด้านนายสตีเวน มนูชินรัฐมนตรีคลังสหรัฐออกมากล่าวว่าเช่นกันว่ามาตรการปฏิรูปภาษีของรัฐบาลสหรัฐจะช่วยให้เศรษฐกิจขยายตัวอย่างมากจนทำให้การขาดดุลงบประมาณสามารถอยู่ภายใต้การควบคุม แม้ประเด็นดังกล่าวจะกดดันราคาทองคำแต่ไม่มากเพราะสภาคองเกรสยังคงมีความเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับการปฏิรูปภาษีทำให้ตลาดคาดว่าการปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลนั้นจะอยู่ในระดับปานกลางเท่านั้น ทั้งนี้ ตลาดการเงินเคยคาดการณ์ในเชิงบวกอย่างมากต่อมาตรการปฏิรูปภาษีและแผนการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานจนส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ อย่างไรก็ดีความเชื่อมั่นและการคาดการณ์ในเชิงบวกต่อนโยบายของปธน.ทรัมป์ลดลงต่อเนื่องหลังจากปธน.ทรัมป์ไม่สามารถผลักดันร่างกฎหมายประกันสุขภาพ "อเมริกันเฮลธ์แคร์" ให้ผ่านสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐได้ ซึ่งปัจจัยดังกล่าวส่งผลในเชิงลบต่อความเชื่อมั่นในความสามารถในการผลักดันนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจทางการคลังที่เคยให้คำมั่นสัญญาไว้ในระหว่างการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ทั้งนี้ หากแผนการปฏิรูปกฎหมายภาษีที่ได้รับการเปิดเผยสามารถเรียกความเชื่อมั่นในหมู่นักลงทุนให้เพิ่มขึ้นได้ อาจส่งผลหนุนให้สินทรัพย์เสี่ยงและสกุลเงินดอลลาร์ปรับตัวขึ้นและกดดันราคาทองคำในทางกลับกันหากปธน.ทรัมป์ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดมากเท่าที่ตลาดคาดหรือแผนดังกล่าวสร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุนอาจเป็นปัจจัยที่กดดันให้สินทรัพย์เสี่ยงและสกุลเงินดอลลาร์ร่วงลงและสร้างแรงหนุนให้แก่ทองคำเช่นกัน ซึ่งกระแสข่าวเหล่านี้มีผลต่อการเคลื่อนไหวของราคาค่อนข้างมากจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
กลยุทธ์การลงทุน ทางวายแอลจีมีมุมมองว่า สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้แนะนำให้รอจังหวะซื้อหากราคาไม่หลุดแนวรับ 1,263 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และขายทำกำไรบริเวณแนวต้าน เมื่อราคาทองคำดีดตัวขึ้นและไม่ผ่านแนวต้าน 1,282 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากสามารถผ่านได้ให้รอขายทำกำไรบริเวณแนวต้านถัดไปที่ 1,290 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เนื่องจากราคายังคงผันผวนจะทำให้นักลงทุนที่ลงทุนมากเกินไปหรือไม่มีแผนในการลงทุนที่ชัดเจนจะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการลงทุน
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,263 (20,550บาท) 1,255 (20,400บาท) 1,243 (20,200บาท)
แนวต้าน 1,282 (20,850บาท) 1,290 (20,950บาท) 1,300 (21,100บาท)






