
‘คูซ่า’ ปูอัดทอดกรอบ สร้างผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่าหวังโตพันล้าน
อาวุธชิ้นสำคัญของการทำธุรกิจในยุคปัจจุบันคือไอเดียความคิดสร้างสรรค์ในการเสาะหาผลิตภัณฑ์ที่จะมาตอบโจทย์ความต้องการของตลาด เพราะผู้บริโภคยุคใหม่มีทางเลือกในการซื้อสินค้าอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของช่องทางการซื้อขายที่สะดวกสบาย หรือผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่เป็นจำนวนมากจนล้นตลาด แต่จะมีสักกี่รายที่ประสบความสำเร็จบนโลกของการแข่งขันที่รุนแรง
กิ่งดาว คูสกุลธรรม ผู้บริหารบริษัท ชัยสวรรค์สแนค จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายปูอัดทอดกรอบแบรนด์ "คูซ่า"(Koosa) คือสาวน้อยวัย 25 ปีที่เลือกทำธุรกิจเป็นของตนเองมากกว่าที่จะทำงานบริษัทเช่นเดียวกับบัณฑิตที่จบการศึกษาใหม่ทั่วไป จากความเชื่อมั่นในไอเดีย และคุณภาพของผลิตภัณฑ์ซึ่งเกิดจากการนำวัตถุดิบทั่วไปที่มีอยู่ในท้องตลาดมาเพิ่มมูลค่า
จากความเชื่อมั่นสู่ธุรกิจ
กิ่งดาว เล่าถึงจุดเริ่มต้นของธุรกิจว่า เกิดขึ้นในช่วงที่เรียน สุดท้ายก็มาลงตัวที่ปูอัดทอดกรอบ โดยมีการลองผิดลองถูกอยู่กว่า 2 เดือนจนได้สูตรที่ลงตัวและเริ่มทดลองตลาดจากครอบครัว และคนใกล้ตัว พร้อมกับการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ (Packaging) รวมถึงปรับปรุงสูตรควบคู่กันไปจนได้รสชาติที่อร่อย หลังจากนั้นจึงไปจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทอย่างเป็นรูปธรรมทันที ระหว่างนั้นได้มีการส่งผลิตภัณฑ์ให้กับหน่วยงานของรัฐที่ไปติดต่อได้ทดลองรสชาติ จึงเปรียบเสมือนเป็นการเปิดช่องทางการตลาดให้กับ "คูซ่า" เพราะเห็นว่าผลิตภัณฑ์มีความแปลกใหม่ ได้รับโอกาสให้ไปออกงาน Thailand Industry Expo2015 ทำให้ได้พบกับลูกค้าทั้งในและต่างประเทศที่สนใจในตัวของผลิตภัณฑ์
[caption id="attachment_142605" align="aligncenter" width="503"]
‘คูซ่า’ ปูอัดทอดกรอบ สร้างผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่าหวังโตพันล้าน[/caption]
ขยายตลาดสู่โมเดิร์นเทรด
กิ่งดาว กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบัน คูซ่า มีการทำตลาดอยู่ 4 รสชาติ ได้แก่ รสคลาสสิค ,ซอสพริกศรีราชา ,วาซาบิ และรสต้มยำ โดยมี 2 แพคเกจที่นำเสนอ ซึ่งในส่วนของแพคเกจแบบซองจะมีวางจำหน่ายอยู่ที่ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ทุกสาขา พารากอน เอ็มโพรเลี่ยม เอ็มควอเทีย และเม็กซ์แวลู่ ขณะที่แพคเกจแบบกระปุก ซึ่งทำออกมาเพื่อจำหน่ายเป็นของฝากจะมีวางจำหน่ายอยู่ที่ตัวแทนจำหน่าย รวมถึงร้านค้าส่งทั่วประเทศ ร้านกาแฟ ร้านเค้ก เป็นต้น โดยมีกลุ่มลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มวัยทำงาน เนื่องจากเป็นสินค้าระดับพรีเมี่ยมที่มีราคาค่อนข้างสูงเพราะปูอัดที่ใช้จะเป็นเกรดนำเข้า ซึ่งแบบซองจะจำหน่ายอยู่ที่ราคา 45 บาท ส่วนแบบกระปุกจำหน่ายอยู่ที่ 150 บาท ดังนั้น ผู้บริโภคจึงต้องเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อ
ส่วนตลาดต่างประเทศปัจจุบันส่งออกไปที่ฮ่องกง มาเก๊า และโซนเอเชียยังไม่มีแผนขยายตลาดต่างประเทศแต่จะทำตลาดที่มีอยู่ให้แข็งแกร่งมากขึ้น ซึ่งในช่วงที่ผ่านมามีญี่ปุ่น แคนาดาสนใจติดต่อขอเป็นตัวแทนจำหน่ายล่าสุดยังอยู่ระหว่างพิจารณา คาดว่าปี2561น่าจะขยายตลาดไปได้ รวมถึงบริษัทได้ดำเนินกรขอรับรองเครื่องหมายการค้ามาตรฐานฮาลาล เพื่อขยายไปสู่ฐานลูกค้ามุสลิมด้วย
มุ่งเป้าแบรนด์สากล
กิ่งดาว บอกว่า จากกลยุทธ์ในการทำตลาดดังกล่าวของบริษัทเชื่อว่าจะทำให้ปีนี้มีรายได้อยู่ที่ประมาณ 40 ล้านบาท หรือมีรายได้ประมาณ 3-5 ล้านบาท และขยับเป็น 10 ล้านบาทต่อเดือนในอนาคต จากเดิมที่สามารถทำได้ 2 ล้านบาทต่อเดือนในปีที่ผ่านมา เพราะบริษัทเพิ่งสร้างโรงงานแล้วเสร็จในช่วงเดือนตุลาคม โดยเป็นเป้าระยะสั้นเฉพาะในประเทศเท่านั้น ส่วนต่างประเทศจะเป็นการสร้างการรับรู้ และค่อยๆทำตลาดอย่างค่อยเป็นค่อยไปหลังจากนั้นเป้ารายได้จะค่อยๆขยายเป็น 100 ล้านบาท และเป็น 1,000 ล้านบาทตามลำดับ หรือตามสเตปที่วางเอาไว้
ขณะที่แผนในอนาคตนั้น ต้องการให้แบรนด์ คูซ่า เป็นแบรนด์ในระดับสากลซึ่งนักท่องเที่ยวหรือผู้ที่จะเดินทางมายังประเทศจะต้องนึกถึง รวมถึงเป็นขนมทางเลือกใหม่สำหรับคนที่ต้องการรักสุขภาพ ชอบอะไรที่แปลกใหม่ โดยบริษัท มีแผนระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า โดยมองไว้ที่ตลาด MAI ซึ่งจะทำให้บริษัทมีรูปแบบการบริหารธุรกิจที่เป็นระบบ มีภาพลักษณ์เรื่องความโปร่งใส น่าเชื่อถือยิ่งขึ้น
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,255 วันที่ 23 - 26 เมษายน พ.ศ. 2560
กิ่งดาว คูสกุลธรรม ผู้บริหารบริษัท ชัยสวรรค์สแนค จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายปูอัดทอดกรอบแบรนด์ "คูซ่า"(Koosa) คือสาวน้อยวัย 25 ปีที่เลือกทำธุรกิจเป็นของตนเองมากกว่าที่จะทำงานบริษัทเช่นเดียวกับบัณฑิตที่จบการศึกษาใหม่ทั่วไป จากความเชื่อมั่นในไอเดีย และคุณภาพของผลิตภัณฑ์ซึ่งเกิดจากการนำวัตถุดิบทั่วไปที่มีอยู่ในท้องตลาดมาเพิ่มมูลค่า
จากความเชื่อมั่นสู่ธุรกิจ
กิ่งดาว เล่าถึงจุดเริ่มต้นของธุรกิจว่า เกิดขึ้นในช่วงที่เรียน สุดท้ายก็มาลงตัวที่ปูอัดทอดกรอบ โดยมีการลองผิดลองถูกอยู่กว่า 2 เดือนจนได้สูตรที่ลงตัวและเริ่มทดลองตลาดจากครอบครัว และคนใกล้ตัว พร้อมกับการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ (Packaging) รวมถึงปรับปรุงสูตรควบคู่กันไปจนได้รสชาติที่อร่อย หลังจากนั้นจึงไปจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทอย่างเป็นรูปธรรมทันที ระหว่างนั้นได้มีการส่งผลิตภัณฑ์ให้กับหน่วยงานของรัฐที่ไปติดต่อได้ทดลองรสชาติ จึงเปรียบเสมือนเป็นการเปิดช่องทางการตลาดให้กับ "คูซ่า" เพราะเห็นว่าผลิตภัณฑ์มีความแปลกใหม่ ได้รับโอกาสให้ไปออกงาน Thailand Industry Expo2015 ทำให้ได้พบกับลูกค้าทั้งในและต่างประเทศที่สนใจในตัวของผลิตภัณฑ์
[caption id="attachment_142605" align="aligncenter" width="503"]
ขยายตลาดสู่โมเดิร์นเทรด
กิ่งดาว กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบัน คูซ่า มีการทำตลาดอยู่ 4 รสชาติ ได้แก่ รสคลาสสิค ,ซอสพริกศรีราชา ,วาซาบิ และรสต้มยำ โดยมี 2 แพคเกจที่นำเสนอ ซึ่งในส่วนของแพคเกจแบบซองจะมีวางจำหน่ายอยู่ที่ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ทุกสาขา พารากอน เอ็มโพรเลี่ยม เอ็มควอเทีย และเม็กซ์แวลู่ ขณะที่แพคเกจแบบกระปุก ซึ่งทำออกมาเพื่อจำหน่ายเป็นของฝากจะมีวางจำหน่ายอยู่ที่ตัวแทนจำหน่าย รวมถึงร้านค้าส่งทั่วประเทศ ร้านกาแฟ ร้านเค้ก เป็นต้น โดยมีกลุ่มลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มวัยทำงาน เนื่องจากเป็นสินค้าระดับพรีเมี่ยมที่มีราคาค่อนข้างสูงเพราะปูอัดที่ใช้จะเป็นเกรดนำเข้า ซึ่งแบบซองจะจำหน่ายอยู่ที่ราคา 45 บาท ส่วนแบบกระปุกจำหน่ายอยู่ที่ 150 บาท ดังนั้น ผู้บริโภคจึงต้องเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อ
ส่วนตลาดต่างประเทศปัจจุบันส่งออกไปที่ฮ่องกง มาเก๊า และโซนเอเชียยังไม่มีแผนขยายตลาดต่างประเทศแต่จะทำตลาดที่มีอยู่ให้แข็งแกร่งมากขึ้น ซึ่งในช่วงที่ผ่านมามีญี่ปุ่น แคนาดาสนใจติดต่อขอเป็นตัวแทนจำหน่ายล่าสุดยังอยู่ระหว่างพิจารณา คาดว่าปี2561น่าจะขยายตลาดไปได้ รวมถึงบริษัทได้ดำเนินกรขอรับรองเครื่องหมายการค้ามาตรฐานฮาลาล เพื่อขยายไปสู่ฐานลูกค้ามุสลิมด้วย
มุ่งเป้าแบรนด์สากล
กิ่งดาว บอกว่า จากกลยุทธ์ในการทำตลาดดังกล่าวของบริษัทเชื่อว่าจะทำให้ปีนี้มีรายได้อยู่ที่ประมาณ 40 ล้านบาท หรือมีรายได้ประมาณ 3-5 ล้านบาท และขยับเป็น 10 ล้านบาทต่อเดือนในอนาคต จากเดิมที่สามารถทำได้ 2 ล้านบาทต่อเดือนในปีที่ผ่านมา เพราะบริษัทเพิ่งสร้างโรงงานแล้วเสร็จในช่วงเดือนตุลาคม โดยเป็นเป้าระยะสั้นเฉพาะในประเทศเท่านั้น ส่วนต่างประเทศจะเป็นการสร้างการรับรู้ และค่อยๆทำตลาดอย่างค่อยเป็นค่อยไปหลังจากนั้นเป้ารายได้จะค่อยๆขยายเป็น 100 ล้านบาท และเป็น 1,000 ล้านบาทตามลำดับ หรือตามสเตปที่วางเอาไว้
ขณะที่แผนในอนาคตนั้น ต้องการให้แบรนด์ คูซ่า เป็นแบรนด์ในระดับสากลซึ่งนักท่องเที่ยวหรือผู้ที่จะเดินทางมายังประเทศจะต้องนึกถึง รวมถึงเป็นขนมทางเลือกใหม่สำหรับคนที่ต้องการรักสุขภาพ ชอบอะไรที่แปลกใหม่ โดยบริษัท มีแผนระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า โดยมองไว้ที่ตลาด MAI ซึ่งจะทำให้บริษัทมีรูปแบบการบริหารธุรกิจที่เป็นระบบ มีภาพลักษณ์เรื่องความโปร่งใส น่าเชื่อถือยิ่งขึ้น
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,255 วันที่ 23 - 26 เมษายน พ.ศ. 2560






