
แนวโน้มราคาทองคำวันพรุ่งนี้(20 เม.ย.60)
สรุปสภาวะตลาดทองคำแท่ง วันที่ 19 เมษายน 2560
สภาวะตลาดวันที่ 19 เมษายน 2560 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,281.24-1,290.76 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 20,900 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวลดลง 50 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 20,950 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.08 น.ของวันที่ 19/04/2560)
แนวโน้มวันที่ 20 เมษายน 2560
นายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ของอังกฤษได้ประกาศจัดการเลือกตั้งในวันที่ 8 มิ.ย.เพื่อเพิ่มเสียงข้างมากให้แก่พรรคของเธอก่อนการเจรจาเรื่องการแยกตัวออกจากสหภาพยุโรปหรือ Brexit ประเด็นดังกล่าวดันราคาทองคำดีดตัวขึ้น เพราะความไม่แน่ว่าทางการเมืองอาจกระทบต่อแผนการ Brexit อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำลดช่วงบวกลง เมื่อโพลล์สำรวจความเห็นชาวอังกฤษบ่งชี้ว่า พรรคอนุรักษ์นิยมของนางเมย์ได้คะแนนนิยมสูงกว่าพรรคแรงงานเป็นอย่างมาก โดยหนังสือพิมพ์เดอะ ไทมส์ฉบับพาดหัวข่าวว่า "นางเมย์จะชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย" สะท้อนให้เห็นความหวังว่า ผลการเลือกตั้งครั้งใหม่นี้จะช่วยให้เธอมีอำนาจมากยิ่งขึ้นในการเจรจาต่อรองเรื่องการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (อียู) หรือ Brexit ประกอบกับ นักลงทุนคลายกังวลเรื่องเกาหลีเหนือ หลังจากนายจิม แมทิส รมว.กลาโหมสหรัฐประกาศว่าจะทำงานร่วมกับจีนเพื่อบรรเทาสถานการณ์ตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี ทำให้ทองคำขาดแรงหนุน หลังจากความตรึงเครียดทางบริเวณคาบสมุทรเกาหลีเบาบางลง อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ ด้านการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค การลงทุนทางการก่อสร้าง และ การลงทุนในสินค้าคงคลังบ่งชี้ว่า เศรษฐกิจสหรัฐชะลอการเติบโตลงอย่างรุนแรงในไตรมาสแรก หลังจากผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของสหรัฐเคยเติบโต 2.1% ในไตรมาส 4/2016 เมื่อเทียบเป็นตัวเลขเต็มปี ข้อมูลดังกล่าวทำให้มีโอกาสน้อยลงที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 13-14 มิ.ย. ในระยะสั้น ประเมินว่าหากราคาทองคำขึ้นทดสอบแนวต้าน แต่หากไม่สามารถผ่านไปได้ ทำให้ราคาเกิดการอ่อนตัวลง แต่หากการอ่อนตัวของราคาทองคำยังคงสามารถยืนเหนือโซนบริเวณ 1,280-1,271 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ โดยราคาทองคำยังมีโอกาสดีดตัวขึ้นอีกครั้ง ซึ่งการแกว่งตัวของราคาทองคำยังถือเป็นโอกาสให้นักลงทุนระยะสั้นเข้าซื้อเก็งกำไร
กลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีแนะนำ แม้ราคาจะเคลื่อนไหวในทิศทางขาขึ้น แนะนำให้ลงทุนระยะสั้นโดยรอซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงไปบริเวณแนวรับที่ 1,280-1,271 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้น โดยราคาทองคำมีลักษณะการแกว่งตัวในระยะสั้นเพื่อสะสมกำลัง โดยมีการทรงตัวรักษาระดับไว้ น่าจะพอทำให้ในระยะสั้นนี้ราคาจะเคลื่อนไหวในกรอบ โดยหากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านได้อย่างแข็งแกร่ง นักลงทุนยังต้องระมัดระวังแรงขายทางเทคนิคและนักลงทุนควรตั้งจุดตัดขาดทุนหากราคาหลุดบริเวณแนวรับ เพื่อลดความเสียหายของพอร์ทการลงทุน ในขณะที่นักลงทุนที่มีทองคำในมือ ให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวหรือไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,293-1,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แล้วรอไปซื้อคืนบริเวณแนวรับสำคัญ
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,280 (20,800บาท) 1,271 (20,650บาท) 1,263 (20,500บาท)
แนวต้าน 1,300 (21,100บาท) 1,313 (21,300บาท) 1,322 (21,450บาท)
ที่มา:บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
สภาวะตลาดวันที่ 19 เมษายน 2560 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,281.24-1,290.76 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 20,900 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวลดลง 50 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 20,950 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.08 น.ของวันที่ 19/04/2560)
แนวโน้มวันที่ 20 เมษายน 2560
นายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ของอังกฤษได้ประกาศจัดการเลือกตั้งในวันที่ 8 มิ.ย.เพื่อเพิ่มเสียงข้างมากให้แก่พรรคของเธอก่อนการเจรจาเรื่องการแยกตัวออกจากสหภาพยุโรปหรือ Brexit ประเด็นดังกล่าวดันราคาทองคำดีดตัวขึ้น เพราะความไม่แน่ว่าทางการเมืองอาจกระทบต่อแผนการ Brexit อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำลดช่วงบวกลง เมื่อโพลล์สำรวจความเห็นชาวอังกฤษบ่งชี้ว่า พรรคอนุรักษ์นิยมของนางเมย์ได้คะแนนนิยมสูงกว่าพรรคแรงงานเป็นอย่างมาก โดยหนังสือพิมพ์เดอะ ไทมส์ฉบับพาดหัวข่าวว่า "นางเมย์จะชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย" สะท้อนให้เห็นความหวังว่า ผลการเลือกตั้งครั้งใหม่นี้จะช่วยให้เธอมีอำนาจมากยิ่งขึ้นในการเจรจาต่อรองเรื่องการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (อียู) หรือ Brexit ประกอบกับ นักลงทุนคลายกังวลเรื่องเกาหลีเหนือ หลังจากนายจิม แมทิส รมว.กลาโหมสหรัฐประกาศว่าจะทำงานร่วมกับจีนเพื่อบรรเทาสถานการณ์ตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี ทำให้ทองคำขาดแรงหนุน หลังจากความตรึงเครียดทางบริเวณคาบสมุทรเกาหลีเบาบางลง อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ ด้านการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค การลงทุนทางการก่อสร้าง และ การลงทุนในสินค้าคงคลังบ่งชี้ว่า เศรษฐกิจสหรัฐชะลอการเติบโตลงอย่างรุนแรงในไตรมาสแรก หลังจากผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของสหรัฐเคยเติบโต 2.1% ในไตรมาส 4/2016 เมื่อเทียบเป็นตัวเลขเต็มปี ข้อมูลดังกล่าวทำให้มีโอกาสน้อยลงที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 13-14 มิ.ย. ในระยะสั้น ประเมินว่าหากราคาทองคำขึ้นทดสอบแนวต้าน แต่หากไม่สามารถผ่านไปได้ ทำให้ราคาเกิดการอ่อนตัวลง แต่หากการอ่อนตัวของราคาทองคำยังคงสามารถยืนเหนือโซนบริเวณ 1,280-1,271 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ โดยราคาทองคำยังมีโอกาสดีดตัวขึ้นอีกครั้ง ซึ่งการแกว่งตัวของราคาทองคำยังถือเป็นโอกาสให้นักลงทุนระยะสั้นเข้าซื้อเก็งกำไร
กลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีแนะนำ แม้ราคาจะเคลื่อนไหวในทิศทางขาขึ้น แนะนำให้ลงทุนระยะสั้นโดยรอซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงไปบริเวณแนวรับที่ 1,280-1,271 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้น โดยราคาทองคำมีลักษณะการแกว่งตัวในระยะสั้นเพื่อสะสมกำลัง โดยมีการทรงตัวรักษาระดับไว้ น่าจะพอทำให้ในระยะสั้นนี้ราคาจะเคลื่อนไหวในกรอบ โดยหากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านได้อย่างแข็งแกร่ง นักลงทุนยังต้องระมัดระวังแรงขายทางเทคนิคและนักลงทุนควรตั้งจุดตัดขาดทุนหากราคาหลุดบริเวณแนวรับ เพื่อลดความเสียหายของพอร์ทการลงทุน ในขณะที่นักลงทุนที่มีทองคำในมือ ให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวหรือไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,293-1,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แล้วรอไปซื้อคืนบริเวณแนวรับสำคัญ
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,280 (20,800บาท) 1,271 (20,650บาท) 1,263 (20,500บาท)
แนวต้าน 1,300 (21,100บาท) 1,313 (21,300บาท) 1,322 (21,450บาท)






