
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้นต่อหลังสถานการณ์ในซีเรียยังตึงเครียด
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้นต่อ หลังแท่นขุดเจาะ Libya หยุดชะงักและสถานการณ์ในซีเรียยังคงตึงเครียด
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์พลังงาน บมจ.ไทยออยล์ รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมัน ประจำวันที่ 11 เมษายน 2560
+ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องหลังตลาดยังคงกังวลเกี่ยวกับการปิดของแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบ Sharara ในประเทศลิเบีย เนื่องจากมีกลุ่มก่อการร้ายไม่ทราบชื่อได้ทำการปิดกั้นท่อขนส่งน้ำมันดิบ ส่งผลให้การส่งออกน้ำมันดิบผ่านท่อไปยังท่าเรือ Zawiya ต้องหยุดชะงัก ซึ่งแท่นขุดเจาะดังกล่าวเพิ่งกลับมาเปิดดำเนินการผลิตในวันที่ 3 เม.ย. หลังถูกปิดกั้นในโดยกลุ่มผู้ไม่ประสงค์ดีตั้งแต่วันที่ 27 มี.ค. ที่ผ่านมา ความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นทำให้หลายฝ่ายกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพในการส่งออกน้ำมันดิบของลิเบีย
+ ถึงแม้ว่าซีเรียจะไม่ใช่ผู้ผลิตน้ำมันดิบรายใหญ่แต่การส่งขีปนาวุธราว 59 ลูกไปโจมตีฐานทัพอากาศของซีเรียโดยสหรัฐฯ ในวันศุกร์ที่ผ่านมาเพื่อตอบโต้การใช้อาวุธเคมีของซีเรียยังคงทำให้ตลาดมีความกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และรัสเซียซึ่งมีท่าทีต่อต้านต่อการกระทำในครั้งนี้ของสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯอ้างว่าได้มีการเตือนรัสเซียล่วงหน้าก่อนจะทำการโจมตีเพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับกองกำลังรัสเซียที่บริเวณใกล้เคียง
+/- การปรับลดกำลังการผลิตของกลุ่มประเทศโอเปก (OPEC) และนอกกลุ่มโอเปก (Non-OPEC) ในเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา แม้จะยังไม่มีตัวเลขสรุปอย่างเป็นทางการ แต่หลายฝ่ายคาดการณ์ว่ากำลังการผลิตที่ปรับลดจะมากกว่าเดือน ม.ค. และ ก.พ. ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม การผลิตน้ำมันดิบจากหินดินดาน (Shale) ในสหรัฐฯ ยังคงมีแนวโน้มปรับเพิ่มชดเชยกำลังการผลิตที่ปรับลดจากความร่วมมือดังกล่าว ประกอบกับอุปสงค์การใช้น้ำมันดิบที่จะอ่อนตัวในช่วงฤดูกาลปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นในไตรมาสสองของปี ยังส่งผลให้ตลาดกังวลเกี่ยวกับปริมาณน้ำมันดิบคงคลังทั่วโลกที่จะอยู่ในระดับสูง
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังได้รับแรงกดดันจากปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังในสิงคโปร์ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ประกอบกับการนำเข้าเข้าที่ลดลงของประเทศอินโดนีเซียที่ปรับตัวลดลง
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากการปิดซ่อมบำรุงของโรงกลั่นในประเทศเกาหลีใต้ จีนและญี่ปุน รวมไปถึงปริมาณน้ำมันดีเซลคงคลังในสิงคโปร์ปรับลดลงราวร้อยละ 1.9 จากสัปดาห์ก่อนหน้า
ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 49-54 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 52-57 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ปัจจัยที่น่าจับตามอง
ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของผู้ผลิตในกลุ่มโอเปกมีแนวโน้มปรับลดลงต่อเนื่อง หลังผลสำรวจของสำนักข่าวรอยเตอร์เผยว่า ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของผู้ผลิตในกลุ่มโอเปกทั้ง 13 ประเทศปรับลดลงราว 230,000 บาร์เรลต่อวัน ในเดือนมี.ค. เมื่อเทียบกับตัวเลขในเดือนก.พ. มาอยู่ที่ระดับ 32.01 ล้านบาร์เรลต่อวัน นำโดยการปรับลดลงของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งปรับลดตามข้อตกลงลดกำลังการผลิตและการปิดซ่อมบำรุงของแหล่งผลิตน้ำมันดิบ เหตุการณ์ความไม่สงบในลิเบีย และการปิดซ่อมบำรุงแหล่งผลิตน้ำมันดิบของไนจีเรีย นอกจากนี้ ยังได้รับแรงหนุนจากข่าวการขยายระยะเวลาปรับลดกำลังการผลิตในช่วงครึ่งหลังของปี 2560 โดยล่าสุดผู้ผลิตหลายรายทั้งในและนอกกลุ่มโอเปกสนับสนุนข้อตกลงนี้
ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ คาดว่าจะปรับลดลง เนื่องจากอัตราการกลั่นของโรงกลั่นในสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนมาอยู่ที่ร้อยละ 90.8 หลังโรงกลั่นกลับมาจากการปิดซ่อมบำรุง และเพิ่มอัตราการกลั่นเพื่อรองรับอุปสงค์น้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงฤดูขับขี่ของสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องจับตามองปริมาณการผลิตน้ำมันสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น และส่งผลให้ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ไม่ได้ปรับลดตามที่คาดไว้
ที่มา : บมจ.ไทยออยล์
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์พลังงาน บมจ.ไทยออยล์ รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมัน ประจำวันที่ 11 เมษายน 2560
+ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องหลังตลาดยังคงกังวลเกี่ยวกับการปิดของแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบ Sharara ในประเทศลิเบีย เนื่องจากมีกลุ่มก่อการร้ายไม่ทราบชื่อได้ทำการปิดกั้นท่อขนส่งน้ำมันดิบ ส่งผลให้การส่งออกน้ำมันดิบผ่านท่อไปยังท่าเรือ Zawiya ต้องหยุดชะงัก ซึ่งแท่นขุดเจาะดังกล่าวเพิ่งกลับมาเปิดดำเนินการผลิตในวันที่ 3 เม.ย. หลังถูกปิดกั้นในโดยกลุ่มผู้ไม่ประสงค์ดีตั้งแต่วันที่ 27 มี.ค. ที่ผ่านมา ความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นทำให้หลายฝ่ายกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพในการส่งออกน้ำมันดิบของลิเบีย
+ ถึงแม้ว่าซีเรียจะไม่ใช่ผู้ผลิตน้ำมันดิบรายใหญ่แต่การส่งขีปนาวุธราว 59 ลูกไปโจมตีฐานทัพอากาศของซีเรียโดยสหรัฐฯ ในวันศุกร์ที่ผ่านมาเพื่อตอบโต้การใช้อาวุธเคมีของซีเรียยังคงทำให้ตลาดมีความกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และรัสเซียซึ่งมีท่าทีต่อต้านต่อการกระทำในครั้งนี้ของสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯอ้างว่าได้มีการเตือนรัสเซียล่วงหน้าก่อนจะทำการโจมตีเพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับกองกำลังรัสเซียที่บริเวณใกล้เคียง
+/- การปรับลดกำลังการผลิตของกลุ่มประเทศโอเปก (OPEC) และนอกกลุ่มโอเปก (Non-OPEC) ในเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา แม้จะยังไม่มีตัวเลขสรุปอย่างเป็นทางการ แต่หลายฝ่ายคาดการณ์ว่ากำลังการผลิตที่ปรับลดจะมากกว่าเดือน ม.ค. และ ก.พ. ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม การผลิตน้ำมันดิบจากหินดินดาน (Shale) ในสหรัฐฯ ยังคงมีแนวโน้มปรับเพิ่มชดเชยกำลังการผลิตที่ปรับลดจากความร่วมมือดังกล่าว ประกอบกับอุปสงค์การใช้น้ำมันดิบที่จะอ่อนตัวในช่วงฤดูกาลปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นในไตรมาสสองของปี ยังส่งผลให้ตลาดกังวลเกี่ยวกับปริมาณน้ำมันดิบคงคลังทั่วโลกที่จะอยู่ในระดับสูง
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังได้รับแรงกดดันจากปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังในสิงคโปร์ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ประกอบกับการนำเข้าเข้าที่ลดลงของประเทศอินโดนีเซียที่ปรับตัวลดลง
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากการปิดซ่อมบำรุงของโรงกลั่นในประเทศเกาหลีใต้ จีนและญี่ปุน รวมไปถึงปริมาณน้ำมันดีเซลคงคลังในสิงคโปร์ปรับลดลงราวร้อยละ 1.9 จากสัปดาห์ก่อนหน้า
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 49-54 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 52-57 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ปัจจัยที่น่าจับตามอง
ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของผู้ผลิตในกลุ่มโอเปกมีแนวโน้มปรับลดลงต่อเนื่อง หลังผลสำรวจของสำนักข่าวรอยเตอร์เผยว่า ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของผู้ผลิตในกลุ่มโอเปกทั้ง 13 ประเทศปรับลดลงราว 230,000 บาร์เรลต่อวัน ในเดือนมี.ค. เมื่อเทียบกับตัวเลขในเดือนก.พ. มาอยู่ที่ระดับ 32.01 ล้านบาร์เรลต่อวัน นำโดยการปรับลดลงของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งปรับลดตามข้อตกลงลดกำลังการผลิตและการปิดซ่อมบำรุงของแหล่งผลิตน้ำมันดิบ เหตุการณ์ความไม่สงบในลิเบีย และการปิดซ่อมบำรุงแหล่งผลิตน้ำมันดิบของไนจีเรีย นอกจากนี้ ยังได้รับแรงหนุนจากข่าวการขยายระยะเวลาปรับลดกำลังการผลิตในช่วงครึ่งหลังของปี 2560 โดยล่าสุดผู้ผลิตหลายรายทั้งในและนอกกลุ่มโอเปกสนับสนุนข้อตกลงนี้
ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ คาดว่าจะปรับลดลง เนื่องจากอัตราการกลั่นของโรงกลั่นในสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนมาอยู่ที่ร้อยละ 90.8 หลังโรงกลั่นกลับมาจากการปิดซ่อมบำรุง และเพิ่มอัตราการกลั่นเพื่อรองรับอุปสงค์น้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงฤดูขับขี่ของสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องจับตามองปริมาณการผลิตน้ำมันสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น และส่งผลให้ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ไม่ได้ปรับลดตามที่คาดไว้
ที่มา : บมจ.ไทยออยล์






