
ดันสมาชิกหอ 50% สู่ยุค 4.0หวัง2ปีเพิ่มรายได้3หมื่นล.
หลังได้รับเลือกตั้งเป็นประธานคณะกรรมการหอการค้าไทยคนใหม่เมื่อวันที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา“กลินท์ สารสิน”ประธานคนที่24 ได้ประกาศอย่างชัดเจนว่าจะสานต่องานเดิมของคณะกรรมการชุดที่แล้วรวมถึงมีงาน/โครงการใหม่ๆ อีกหลายงาน ที่จะต้องขับเคลื่อนให้บังเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมในวาระตำแหน่งช่วง 2 ปีนับจากนี้ไป (2560-2561) ซึ่งหนึ่งในงานสำคัญคือการยกระดับความสามารถในการแข่งขันของสมาชิกกว่า 1 แสนรายทั่วประเทศให้เข้าสู่การค้าและบริการ หรือ Trade & Service 4.0
ดันสมาชิก50% สู่ 4.0
"กลินท์"กล่าวในการให้สัมภาษณ์พิเศษกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ช่วง 2 ปีจากนี้มีเป้าหมายจะผลักดันสมาชิกเครือข่ายของหอการค้าไทยกว่า 1 แสนรายทั่วประเทศ พัฒนาให้เป็นผู้ประกอบการ 4.0 ครึ่งหนึ่ง ( (50%) หรือ 5 หมื่นราย โดยมีเป้าหมายรายได้เพิ่มขึ้น 20% หรือเพิ่ม 0.2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(จีดีพี)ของไทยที่ 15 ล้านล้านบาท หรือราว 3 หมื่นล้านบาทในช่วง 2 ปีจากนี้ไป
ทั้งนี้ได้ขยายความว่า ในส่วนของ Trade 4.0 จะเป็นการค้าขายบนระบบอัจฉริยะ เช่นบนเว็บไซต์ เว็บเบสท์ต่างๆ ที่ไม่ใช่บนกระดาษ มีการนำนวัตกรรม(Innovation) และเทคโนโลยีดิจิตอลเข้ามาช่วย เป็นการค้าที่มีเรื่องอารมณ์และความรู้สึกของลูกค้าเข้ามาเกี่ยวข้อง ขณะที่การค้าขายในอนาคตจะไร้พรมแดน มีความสะดวกเรื่องการสั่งซื้อและการชำระเงิน ส่วนเรื่อง Service 4.0 จะมีเรื่องความคิดสร้างสรรค์(Creativity) วัฒนธรรม และมีเรื่องเทคโนโลยีดิจิตอลเข้ามาช่วย
"การค้าและบริการ 4.0 ของเราจะเน้นใน 3 กลุ่มหลักของสมาชิกคือ ภาคการค้า เกษตรและอาหาร ท่องเที่ยวและบริการ การไปสู่เป้าหมายจะมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย โดยจะใช้ความรู้ความสามารถของสมาชิก กรรมการ และที่ปรึกษาของหอการค้าที่มีความรู้ความสามารถในแต่ละสาขา รวมถึงดึงผู้ประกอบการรุ่นใหม่ของหอการค้าที่มีอยู่ประมาณ 5 พันราย และภาครัฐ ภาควิชาการที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยผลักดัน ซึ่งเรื่องสำคัญคือจะทำอย่างไรให้หอการค้าจังหวัด สมาคมการค้าและหอการค้าต่างประเทศที่เป็นสมาชิกของสภาหอการค้าฯจะมีความเข้าใจและเดินไปด้วยกัน ตรงนี้เป็นเรื่องที่ท้าทายว่าจะทำอย่างไรในการขับเคลื่อนให้เกิดขึ้นได้จริง"
สานต่อประชารัฐ
"กลินท์"กล่าวอีกว่า คณะกรรมการชุดปัจจุบัน จะยังสานต่องานประชารัฐที่มีกรรมการและที่ปรึกษาของหอการค้าไทยเป็นหัวหน้าคณะร่วมกับภาครัฐใน 5 คณะได้แก่ คณะส่งเสริม SMEs และผลิตภาพ,คณะส่งเสริมการท่องเที่ยวและMICE,คณะส่งเสริมธุรกิจการค้าและธุรกิจบริการ,คณะพัฒนาเกษตรสมัยใหม่ และคณะประชารัฐเพื่อสังคม ขณะที่มีการเปลี่ยนแปลงคือการยุบคณะกระจายรายได้เข้ามาเสริมอยู่ในแต่กลุ่มข้างต้น
ดัน‘ไทยเท่’เพิ่มรายได้
นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างการผลักดันโครงการ "ไทยเท่"ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) โดยนำวัฒนธรรมท้องถิ่นผนวกกับความคิดสร้างสรรค์มาสร้างให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ(Culture Economy) เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ ใน 4 หมวดเป้าหมายได้แก่ ร้านอาหารและเครื่องดื่ม, สินค้าไลฟ์สไตล์พวกเสื้อผ้าของที่ระลึก,กิจกรรมในท้องถิ่น,ที่พัก เส้นทาง และแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ
"เราจะมีการจัดประกวดไทยเท่ ทั่วไทยและให้รางวัลผู้ประกอบการใน 4 หมวดข้างต้น เป้าหมาย 50 รายทั่วประเทศ หรือ 10 รายต่อภาค เพื่อเป็นตัวช่วยในการขับเคลื่อนสร้างมูลค่าและจะมีการประกวดต่อเนื่องทุกปี นอกจากนี้จะมีการจัดงานที่เป็นอินโนเวชั่นฟอรั่มต่อเนื่องจากเมื่อดือนมีนาคมที่มีการจัดงานฟู้ด อินโนเวชั่นฟอรั่ม โดยนำนักวิจัยด้านอาหารมาพบปะและสัมมนาร่วมหอการค้าหอการค้าจังหวัดทั่วประเทศเพื่อต่อยอดเชิงพาณิชย์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจในอนาคต"
ไทย-เทศจ่อลงทุนเพิ่ม
ประธานหอการค้าไทย ยังให้มุมมองถึงการลงทุนของคนไทยและต่างชาติที่เวลานี้รัฐบาลได้มีการผลักดันโครงการต่างๆ มากมาย ที่สำคัญคือการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) โดยมีการลงทุนด้านสาธารณูปโภคต่าง ๆ รองรับ และได้ให้สิทธิประโยชน์จูงใจนักลงทุนมากมาย แต่เวลานี้ยังมีการลงทุนใหม่ไม่มาก เรื่องนี้มองว่าคงต้องรออีกซักระยะ เชื่อว่าทั้งไทยและต่างชาติจะลงทุนเพิ่มแน่นอน
"ผมไปงานโตโยต้าเมื่อต้นเดือนนี้ คุณสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี บอกว่าหลังสงกรานต์ทางโตโยต้าจะประกาศโครงการลงทุนใหม่ เขาจะจัดโปรเจกต์ดีๆ ให้ และยังมีอีกหลายบริษัทที่จะประกาศแผนลงทุน รวมถึงทางสมาชิกเราก็คงจะทยอยประกาศว่ามีโครงการอะไรบ้าง"
ศก.ไทยปีนี้โต3.6%
ส่วนเศรษฐกิจไทยในปี 2560 ตามการวิเคราะห์ของหอการค้าไทยร่วมกับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยคาดจะขยายตัวได้ที่ 3.6% (จากปีที่แล้วขยายตัว 3.2%) มีปัจจัยบวกหลาประการเช่น การใช้จ่ายเพื่อการบริโภคของภาคเอกชนและการลงทุนของภาครัฐขยายตัวดีต่อเนื่อง ภาคการท่องเที่ยวขยายตัว ราคาสินค้าเกษตรและรายได้ของเกษตรกรปรับตัวสูงขึ้น ทำให้มีกำลังซื้อมากขึ้น ตัวเลขการส่งออก 2 เดือนแรกยังขยายตัว ขณะที่เศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น จากการลงทุนเมกะโปรเจกต์ของรัฐบาล เรื่องเบร็กซิทและนโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์จะมีความชัดเจน ยอดจองตู้คอนเทนเนอร์ของผู้ส่งออกเพิ่มขึ้นและมีการนำเข้าวัตถุดิบเพิ่ม
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,251วันที่ 9 - 12 เมษายน พ.ศ. 2560
ดันสมาชิก50% สู่ 4.0
"กลินท์"กล่าวในการให้สัมภาษณ์พิเศษกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ช่วง 2 ปีจากนี้มีเป้าหมายจะผลักดันสมาชิกเครือข่ายของหอการค้าไทยกว่า 1 แสนรายทั่วประเทศ พัฒนาให้เป็นผู้ประกอบการ 4.0 ครึ่งหนึ่ง ( (50%) หรือ 5 หมื่นราย โดยมีเป้าหมายรายได้เพิ่มขึ้น 20% หรือเพิ่ม 0.2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(จีดีพี)ของไทยที่ 15 ล้านล้านบาท หรือราว 3 หมื่นล้านบาทในช่วง 2 ปีจากนี้ไป
ทั้งนี้ได้ขยายความว่า ในส่วนของ Trade 4.0 จะเป็นการค้าขายบนระบบอัจฉริยะ เช่นบนเว็บไซต์ เว็บเบสท์ต่างๆ ที่ไม่ใช่บนกระดาษ มีการนำนวัตกรรม(Innovation) และเทคโนโลยีดิจิตอลเข้ามาช่วย เป็นการค้าที่มีเรื่องอารมณ์และความรู้สึกของลูกค้าเข้ามาเกี่ยวข้อง ขณะที่การค้าขายในอนาคตจะไร้พรมแดน มีความสะดวกเรื่องการสั่งซื้อและการชำระเงิน ส่วนเรื่อง Service 4.0 จะมีเรื่องความคิดสร้างสรรค์(Creativity) วัฒนธรรม และมีเรื่องเทคโนโลยีดิจิตอลเข้ามาช่วย
"การค้าและบริการ 4.0 ของเราจะเน้นใน 3 กลุ่มหลักของสมาชิกคือ ภาคการค้า เกษตรและอาหาร ท่องเที่ยวและบริการ การไปสู่เป้าหมายจะมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย โดยจะใช้ความรู้ความสามารถของสมาชิก กรรมการ และที่ปรึกษาของหอการค้าที่มีความรู้ความสามารถในแต่ละสาขา รวมถึงดึงผู้ประกอบการรุ่นใหม่ของหอการค้าที่มีอยู่ประมาณ 5 พันราย และภาครัฐ ภาควิชาการที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยผลักดัน ซึ่งเรื่องสำคัญคือจะทำอย่างไรให้หอการค้าจังหวัด สมาคมการค้าและหอการค้าต่างประเทศที่เป็นสมาชิกของสภาหอการค้าฯจะมีความเข้าใจและเดินไปด้วยกัน ตรงนี้เป็นเรื่องที่ท้าทายว่าจะทำอย่างไรในการขับเคลื่อนให้เกิดขึ้นได้จริง"
สานต่อประชารัฐ
"กลินท์"กล่าวอีกว่า คณะกรรมการชุดปัจจุบัน จะยังสานต่องานประชารัฐที่มีกรรมการและที่ปรึกษาของหอการค้าไทยเป็นหัวหน้าคณะร่วมกับภาครัฐใน 5 คณะได้แก่ คณะส่งเสริม SMEs และผลิตภาพ,คณะส่งเสริมการท่องเที่ยวและMICE,คณะส่งเสริมธุรกิจการค้าและธุรกิจบริการ,คณะพัฒนาเกษตรสมัยใหม่ และคณะประชารัฐเพื่อสังคม ขณะที่มีการเปลี่ยนแปลงคือการยุบคณะกระจายรายได้เข้ามาเสริมอยู่ในแต่กลุ่มข้างต้น
ดัน‘ไทยเท่’เพิ่มรายได้
นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างการผลักดันโครงการ "ไทยเท่"ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) โดยนำวัฒนธรรมท้องถิ่นผนวกกับความคิดสร้างสรรค์มาสร้างให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ(Culture Economy) เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ ใน 4 หมวดเป้าหมายได้แก่ ร้านอาหารและเครื่องดื่ม, สินค้าไลฟ์สไตล์พวกเสื้อผ้าของที่ระลึก,กิจกรรมในท้องถิ่น,ที่พัก เส้นทาง และแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ
"เราจะมีการจัดประกวดไทยเท่ ทั่วไทยและให้รางวัลผู้ประกอบการใน 4 หมวดข้างต้น เป้าหมาย 50 รายทั่วประเทศ หรือ 10 รายต่อภาค เพื่อเป็นตัวช่วยในการขับเคลื่อนสร้างมูลค่าและจะมีการประกวดต่อเนื่องทุกปี นอกจากนี้จะมีการจัดงานที่เป็นอินโนเวชั่นฟอรั่มต่อเนื่องจากเมื่อดือนมีนาคมที่มีการจัดงานฟู้ด อินโนเวชั่นฟอรั่ม โดยนำนักวิจัยด้านอาหารมาพบปะและสัมมนาร่วมหอการค้าหอการค้าจังหวัดทั่วประเทศเพื่อต่อยอดเชิงพาณิชย์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจในอนาคต"
ไทย-เทศจ่อลงทุนเพิ่ม
ประธานหอการค้าไทย ยังให้มุมมองถึงการลงทุนของคนไทยและต่างชาติที่เวลานี้รัฐบาลได้มีการผลักดันโครงการต่างๆ มากมาย ที่สำคัญคือการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) โดยมีการลงทุนด้านสาธารณูปโภคต่าง ๆ รองรับ และได้ให้สิทธิประโยชน์จูงใจนักลงทุนมากมาย แต่เวลานี้ยังมีการลงทุนใหม่ไม่มาก เรื่องนี้มองว่าคงต้องรออีกซักระยะ เชื่อว่าทั้งไทยและต่างชาติจะลงทุนเพิ่มแน่นอน
"ผมไปงานโตโยต้าเมื่อต้นเดือนนี้ คุณสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี บอกว่าหลังสงกรานต์ทางโตโยต้าจะประกาศโครงการลงทุนใหม่ เขาจะจัดโปรเจกต์ดีๆ ให้ และยังมีอีกหลายบริษัทที่จะประกาศแผนลงทุน รวมถึงทางสมาชิกเราก็คงจะทยอยประกาศว่ามีโครงการอะไรบ้าง"
ศก.ไทยปีนี้โต3.6%
ส่วนเศรษฐกิจไทยในปี 2560 ตามการวิเคราะห์ของหอการค้าไทยร่วมกับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยคาดจะขยายตัวได้ที่ 3.6% (จากปีที่แล้วขยายตัว 3.2%) มีปัจจัยบวกหลาประการเช่น การใช้จ่ายเพื่อการบริโภคของภาคเอกชนและการลงทุนของภาครัฐขยายตัวดีต่อเนื่อง ภาคการท่องเที่ยวขยายตัว ราคาสินค้าเกษตรและรายได้ของเกษตรกรปรับตัวสูงขึ้น ทำให้มีกำลังซื้อมากขึ้น ตัวเลขการส่งออก 2 เดือนแรกยังขยายตัว ขณะที่เศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น จากการลงทุนเมกะโปรเจกต์ของรัฐบาล เรื่องเบร็กซิทและนโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์จะมีความชัดเจน ยอดจองตู้คอนเทนเนอร์ของผู้ส่งออกเพิ่มขึ้นและมีการนำเข้าวัตถุดิบเพิ่ม
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,251วันที่ 9 - 12 เมษายน พ.ศ. 2560






