thansettakij
thansettakij
2 ปี พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกฯ 2 ปี แห่งการพัฒนาประสิทธิภาพงานบริการภาครัฐ

2 ปี พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกฯ 2 ปี แห่งการพัฒนาประสิทธิภาพงานบริการภาครัฐ

06 เม.ย. 60 | 03:41 น.
อัปเดตล่าสุด :06 เม.ย. 60 | 10:41 น.
การปฏิรูประบบราชการเป็นงานสำคัญของประเทศ ซึ่งรัฐบาลทุกยุคทุกสมัยได้ให้ ความสนใจและดำเนินการอย่างต่อเนื่องโดยตลอด ที่ผ่านมา ระบบราชการไทยมักจะถูกวิพากษ์วิจารณ์ด้านประสิทธิภาพการให้บริการอยู่เสมอ เนื่องจากขาดตัวชี้วัดในการดำเนินงาน ทำให้ไม่สามารถวิเคราะห์ถึงผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินงานบริการได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะปัจจุบันที่ประเทศกำลังพัฒนาสู่ความเป็นสากล งานพิจารณาคำขออนุญาตของประชาชนและภาคเอกชน ทั้งในด้านทั่วไปรวมถึงในด้านที่ เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจ ซึ่งในอดีตมีการดำเนินการล่าช้า ตลอดจนมีปัญหาด้านกฎระเบียบ เทคโนโลยี  และวิธีปฏิบัติงานที่ขาดความทันสมัย มีขั้นตอนยุ่งยากซับซ้อน จึงเกิดเป็นความคาดหวังที่ต้องการเห็นภาพลักษณ์ใหม่ ของระบบราชการไทย ด้วยเหตุนี้ การปฏิรูประบบราชการจึงเป็ นภารกิจที่รัฐบาลยุคประเทศไทย 4.0 ต้องดำเนินการให้เห็นเป็นรู ปธรรมอย่างชัดเจน เพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริ การของภาคราชการให้ สามารถตอบสนองต่อความต้องการที่ หลากหลายของส่วนรวม นำบริการที่ดีมีคุณภาพมาสู่ ประชาชน สร้างความเชื่อมั่นของประชาชนต่ อระบบราชการ ตลอดจนยกระดับขีดความสามารถ ให้ระบบราชการสามารถขับเคลื่ อนประเทศไปได้อย่างมีประสิทธิ ภาพและเกิดประสิทธิผล

สํานักงานคณะกรรมการพั ฒนาระบบราชการ (สำนักงาน ก.พ.ร.) ได้ผลักดันให้เกิดกฎหมายเกี่ ยวกับการอํานวยความสะดวกในการพิ จารณาอนุญาตของทางราชการขึ้น โดยมีเปาหมายเพื่อเพิ่มประสิ ทธิภาพในการใหบริการของภาครัฐ ตลอดจนสร้างความโปร่งใสในการปฏิ บัติราชการ ซึ่งรัฐบาลชุดที่มี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี เห็นความสำคั ญของการออกกฎหมายฉบับดังกล่าว จึงเป็นที่มาของพระราชบัญญัติ การอํานวยความสะดวกในการพิ จารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 (พ.ร.บ. การอํานวยความสะดวกฯ) โดยมีเจตนารมณ์มุ่งเน้นให้เกิ ดการปรับปรุงการให้บริ การของภาครัฐ ลดการใชดุลยพินิจของเจ้าหนาที่ และกำหนดให้หน่วยงานราชการเปิดเผยขั้นตอน เอกสารที่ต้องใช้ในการติดต่ อขอใช้บริการ ขั้นตอนและระยะเวลาในการติดต่อ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยให้จัดทำในรูปแบบคูมือสํ าหรับประชาชน นอกจากนี้ ยังกำหนดให้ส่วนราชการจัดตั้งศู นย์บริการร่วมเพื่อรับคำขอ และชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกั บการอนุญาตต่าง ๆ ตามกฎหมายว่าด้วยการอนุญาตไว้ ณ ที่เดียวกันตามแนวทางที่ คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการกำหนด ซึ่งนับตั้งแต่ พ.ร.บ. การอํานวยความสะดวกฯ ได้ประกาศใช้ ก็เป็นระยะเวลาเกือบ 2 ปีแล้ว สำนักงาน ก.พ.ร. ยังคงร่วมกับส่วนราชการและภาคส่ วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เร่งขับเคลื่อนการพัฒนาการให้ บริการ ตลอดจนยกระดั บการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ รับบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการ ก.พ.ร. เปิดเผยว่า “นับตั้งแต่ พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิ จารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ.2558 มีผลบังคับใช้ ขณะนี้ก็เป็นระยะเวลาเกือบ 2 ปีแล้ว โดย พ.ร.บ. ฉบับดังกล่าว มีเจตนารมณ์ที่จะผลักดันให้ การทำธุรกรรมกับภาครัฐให้เกิ ดความง่าย รวดเร็วขึ้น สะดวกมากยิ่งขึ้น สำนักงาน ก.พ.ร. และหน่วยงานต่างๆ ของภาครัฐ ยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาการให้ บริการประชาชนอย่างต่อเนื่อง”

ปรับปรุงขั้นตอนการบริการ จัดทำคู่มือ พัฒนาระบบออนไลน์ มุ่งอำนวยความสะดวกประชาชน

สำนักงาน ก.พ.ร. ร่วมกับหน่วยงานภาครั ฐผลักดันให้เกิดการจัดทำคู่มื อสำหรับประชาชนของแต่ละหน่วยงานขึ้นมา ตลอดจนปรับปรุงการทำงานบริการ ให้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น ด้วยการลดขั้นตอน และลดการขอเอกสารข้อมูลจากประชาชน พร้อมพัฒนาระบบการขอใบอนุญาต หนังสือรับรอง หรือระบบลงทะเบียนผ่านช่องทางออนไลน์ โดยในระยะแรกที่ผ่านมา เป็นการนำขั้นตอนการดำเนินการ ให้บริการต่างๆ มาวิเคราะห์และรวบรวมจัดทำเป็นคู่มือ ปัจจุบัน ภาครัฐได้ดำเนินการเผยแพร่คู่มือสำหรับประชาชนจำนวนกว่า 40,000 คู่มือแล้ว ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ มีการทำ MOU เชื่อมโยงข้อมู ลในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ระหว่ างกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกรมที่ดิน เพื่ออำนวยความสะดวกในการขออนุญาตของทางราชการ รวมทั้งยังสนับสนุนให้หน่ วยงานราชการจัดทำแบบฟอร์มเอกสารราชการ 2 ภาษา

นอกจากนี้ ในส่วนของการติดตามผลการดำเนินงานตาม พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกฯ ในปีที่ผ่านมานั้น สำนักงาน ก.พ.ร. ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ดำเนินการสำรวจความพึงพอใจต่อการให้บริการของภาครัฐ ระหว่างเดือนสิงหาคม – กันยายน 2559 เพื่อศึกษาประสบการณ์ ของประชาชนต่อการให้บริการตามคู่ มือสำหรับประชาชน พบว่าประชาชนมีความพึงพอใจต่อการให้บริการของรัฐในภาพรวม ตาม พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกฯ สูงถึงร้อยละ 72.80 นับว่าน่าพอใจ

อย่างไรก็ตาม ยังคงมีข้อเสนอแนะที่ได้รับจากการสำรวจว่าภาครัฐควรมี การปรับปรุงคู่มือสำหรั บประชาชนให้มีรูปแบบสวยงาม ชัดเจน เข้าใจได้ง่าย เช่น จัดทำภาพประกอบ และจากผลสำรวจ ยังพบว่าประชาชนส่วนใหญ่กว่า ร้อยละ 60 ไม่มีการรับรู้เกี่ยวกับคู่มื อสำหรับประชาชน ดังนั้นการดำเนินการต่อจากนี้ ในระยะที่ 2 จะมุ่งเน้นเรื่องการปรับปรุงขั้นตอนการดำเนินงาน และปรับปรุงคู่มือให้สามารถเข้าใจได้ง่ายขึ้น พร้อมทั้งเพิ่มช่องทางการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ เกี่ยวกับคู่มือสำหรับประชาชนและสิทธิที่พึงมีในคู่มือสำหรับประชาชน ตลอดจนนำระบบออนไลน์เข้ามาใช้ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้านบริการประชาชนด้วย

รวบรวมขั้นตอนการขออนุญาตค้าปลีก จัดตั้งศูนย์แบบ One Stop Service ส่งเสริมนักลงทุนหน้ าใหม่

ในส่วนของภาคธุรกิจ ได้กำหนดให้จัดทำคู่มือการขออนุญาตค้าปลีก ซึ่งเป็นการรวบรวมวิธีการและขั้ นตอนของการขออนุญาตค้าปลีกไว้ รวมทั้งกำหนดให้มีการจัดตั้งศูนย์รับคำขออนุญาตของทางราชการ โดยศูนย์แห่งนี้จะมีลักษณะเป็น One Stop Service ที่สามารถให้บริการข้ามหน่วยงานได้ เป็นการอำนวยความสะดวกให้นักธุรกิจที่ต้องการเริ่มดำเนินธุรกิจ เพียงเข้ามาติดต่อศูนย์แห่งนี้ ที่เดียวก็สามารถดำเนินการขอใบอนุญาตต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งธุรกิจได้ทั้งหมด คาดว่าจะสามารถจัดตั้งได้ ภายในสิ้นปี 2560 นี้

จัดตั้งคณะทำงาน ขับเคลื่อนนโยบาย สู่การยกระดับการให้บริการของรัฐอย่างมีประสิทธิผล

จากข้อมูลและแนวทางการพัฒนาดังกล่าว นำไปสู่การจัดตั้งคณะทำงานส่ งเสริมประสิทธิภาพงานบริ การภาครัฐขึ้น จำนวน 9 คณะ ประกอบด้วย คณะทำงานปรับปรุงในภาพรวมของระบบการบริ การของภาครัฐจำนวน 3 คณะ ได้แก่ คณะทำงานพัฒนาศูนย์รับคำขออนุญาต คณะทำงานปรับปรุงกฎ ระเบียบ เพื่ออำนวยความสะดวกในงานบริ การภาครัฐ และคณะทำงานพั ฒนาบทบาทภาคเอกชนในการสนับสนุ นการให้บริการภาครัฐในลั กษณะเคาน์เตอร์บริการ (Counter Service) ส่วนอีก 6 คณะ ได้คัดเลือกประเด็นที่อยู่ ในความสนใจและมีผลกระทบสูง เพื่อนำมาปรับปรุงประสิทธิภาพการให้ บริการ ประกอบไปด้วย ด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ ด้านจดทะเบียนที่ดิน ด้านวีซ่าและตรวจคนเข้าเมือง ด้านทรัพย์สินทางปัญญา ด้านการนำเข้า - ส่งออก และด้านใบอนุญาตด้านการเกษตร และมีข้อเสนอจากการประชุมที่น่าสนใจ ซึ่งจะนำไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาบริการของภาครัฐ อาทิ เร่งการพัฒนาบริการแบบเบ็ดเสร็จผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อลดภาระการเดินทางของประชาชน ปรับระบบการทำงานลดการใช้เอกสารหลักฐาน ปรับปรุงกฎหมาย ยกเลิกกฎระเบียบให้สอดคล้องการพัฒนาบริการด้วยการลดขั้นตอน ซึ่งคณะทำงานทั้ง 9 คณะ จะนำไปพิจารณาเป็นแนวทาง ตลอดจนร่วมกันเร่งขับเคลื่อนการดำเนินงานเพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพงานบริการภาครัฐ ปลดล็อคระบบทำงานที่ซับซ้อนของภาครัฐให้ง่าย สะดวก และรวดเร็วขึ้นทั้งหมดนี้ เป็นไปเพื่อยกระดับการให้บริการของรัฐ ให้เกิดการดำเนินการที่สะดวกรวดเร็วทันสมัย และโปร่งใส

จากจุดเริ่มต้นของการคิดเพื่อประชาชน เกิดเป็นการพัฒนาระบบให้บริการของภาครัฐที่มีมาตรฐานทัดเทียมนานาประเทศคงไม่นานเกินรอ ที่ภาครัฐจะสามารถสร้างมิติใหม่ด้านการให้บริการ จนนำไปสู่การสร้างความเชื่อมั่น และตอบสนองต่อความคาดหวั งของประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เกิดเป็นการให้บริการของภาครัฐที่สามารถตอบโจทย์ของการพัฒนาประเทศตามยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 ได้อย่างแท้จริง