
เด็กเฮเปิด‘ที.เค.สแควร์’อุทยานการเรียนรู้โคราช
เปิด ทีเค สแควร์ โคราช ที่อาคารชุณหะวัณเดิม รองรับเด็ก 2 หมื่นคน 5 โรงเรียน เทศบาลนครโคราชติดใจเล็งปรับโฉมบ้านเก่าเป็นแกลเกอรี่และห้องสมุดประชาชน
นายราเมศ พรหมเย็น ผู้อำนวยการสำนักงานอุทยานการเรียนรู้ หรือที่รู้จักกันในชื่อของ ทีเค พาร์ค เปิดเผยว่า ทีเค สแควร์ โคราช อุทยานการเรียนรู้นครราชสีมา เปิดให้บริการแล้ว ในวันที่ 4 เมษายน 2560 นับเป็นเครือข่ายอุทยานการเรียนรู้แห่งที่ 21 ที่เปิดให้บริการตามแนวคิดห้องสมุดมีชีวิต จากความร่วมมือกันระหว่าง สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ ทีเค พาร์ค และเทศบาลนครราชสีมา ตั้งแต่ปี 2556 เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้สร้างสรรค์ที่มีความทันสมัยภายใต้แนวคิด "ห้องสมุดมีชีวิต"
ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมให้เกิดนิสัยรักการอ่าน การแสวงหาความรู้และการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้กับเด็ก เยาวชนและประชาชนทุกกลุ่มทุกวัยในจังหวัดนครราชสีมาและพื้นที่ใกล้เคียง " ทีเค พาร์ค ได้ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านห้องสมุดมีชีวิต และให้คำปรึกษาแนะนำด้านกายภาพ สนับสนุนหนังสือและสื่อการเรียนรู้ ระบบห้องสมุดอัตโนมัติ ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน กิจกรรมเชิงสาธิต และเรื่องของการบริหารจัดการ เพื่อให้ ทีเค สแควร์ โคราชเป็นแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อกระบวนการเรียนรู้ตลอดชีวิตของคนทุกกลุ่มทุกช่วงวัย โดยมุ่งผลสัมฤทธิ์จากการดำเนินงาน เพื่อพัฒนาเด็ก เยาวชนและประชาชนทั่วไปของจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นทุนมนุษย์ของประเทศ ให้ได้มีโอกาสเข้าถึงและนำองค์ความรู้ที่ได้รับจากการเรียนรู้ไปพัฒนาตนเองให้มีศักยภาพ และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงและความท้าทายใหม่ในยุคดิจิทอลได้อย่างเท่าทัน และยั่งยืนต่อไปในอนาคต"
นายสุรวุฒิ เชิดชัย นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา กล่าวว่า อุทยานการเรียนรู้นครราชสีมา ตั้งอยู่บนถนนพลแสน อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เป็นอาคาร 2 ชั้น ขนาดพื้นที่ใช้สอยภายในอาคาร 946 ตารางเมตร และภายนอกอาคารอีก 654 ตารางเมตร รวมเป็นพื้นที่ 1,600 ตารางเมตร โดยปรับปรุงจากอาคารชุณหะวัณเดิม ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกของจังหวัดนครราชสีมา โดยเทศบาลนครนครราชสีมาได้รับอนุญาตจากสำนักงานธนารักษ์พื้นที่นครราชสีมา และได้รับความยินยอมจากจังหวัดนครราชสีมา ให้ใช้อาคารชุณหะวัณและที่ดินโดยรอบริมคูเมืองนารายณ์รังสฤษฏ์ ให้เป็นรูปแบบของอุทยานการเรียนรู้ตามแนวคิดห้องสมุดมีชีวิต โดยมีการปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบของอาคาร เพื่อสร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต สามารถรองรับสถานศึกษาซึ่งอยู่โดยรอบ จำนวน 5 แห่ง มีนักเรียนประมาณ 2 หมื่นคน พร้อมให้บริการสำหรับคนทุกช่วงทุกวัย ทั้งเด็ก เยาวชน ประชาชนทั่วไป รวมไปถึงผู้พิการ ซึ่งได้มีการจัดทำทางขึ้นพิเศษสำหรับผู้นั่งรถเข็น เพื่อให้สามารถเข้ามาใช้บริการการอ่านและการเรียนรู้ได้อย่างเท่าเทียมกัน
" ทีเค สแควร์ โคราช มีการจัดพื้นที่ที่สร้างสรรค์ต่อเนื่องโดยเชื่อมโยงกับพื้นที่กิจกรรมกลางแจ้งสำหรับ เยาวชน พื้นที่ออกกำลังกายและกิจกรรมสำหรับประชาชนทั่วไป นอกจากนี้บนถนนพลแสน ซึ่งเป็นที่ตั้งของอุทยานการเรียนรู้ ยังมีเส้นทางการเรียนรู้บริเวณใกล้เคียง ได้แก่ บ้านพักผู้พิพากษาเดิมจำนวน 2 หลัง เทศบาลนครนครราชสีมามีแนวคิดที่จะปรับเปลี่ยนบ้านพักหลังหนึ่ง ให้เป็นพื้นที่สำหรับให้เด็กและเยาวชนได้มาใช้ประโยชน์สำหรับทำกิจกรรม ส่วนอีกหลังหนึ่งจะเป็นแกลเลอรี่สำหรับแสดงนิทรรศการ ผลงานศิลปะของเยาวชนและประชาชน และห้องสมุดประชาชนเทศบาลนครนครราชสีมา ซึ่งในอนาคตเทศบาลจะปรับปรุงเพื่อเชื่อมโยงการเรียนรู้กับอุทยานการเรียนรู้นครราชสีมา (TK Square Korat) ผสมผสานเรื่องราวทั้งเก่าและใหม่ ของนครราชสีมาเข้าไว้ด้วยกันให้เป็นถนนสายแห่งการเรียนรู้ในอนาคต"
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,250 วันที่ 6 - 8 เมษายน พ.ศ. 2560
นายราเมศ พรหมเย็น ผู้อำนวยการสำนักงานอุทยานการเรียนรู้ หรือที่รู้จักกันในชื่อของ ทีเค พาร์ค เปิดเผยว่า ทีเค สแควร์ โคราช อุทยานการเรียนรู้นครราชสีมา เปิดให้บริการแล้ว ในวันที่ 4 เมษายน 2560 นับเป็นเครือข่ายอุทยานการเรียนรู้แห่งที่ 21 ที่เปิดให้บริการตามแนวคิดห้องสมุดมีชีวิต จากความร่วมมือกันระหว่าง สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ ทีเค พาร์ค และเทศบาลนครราชสีมา ตั้งแต่ปี 2556 เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้สร้างสรรค์ที่มีความทันสมัยภายใต้แนวคิด "ห้องสมุดมีชีวิต"
ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมให้เกิดนิสัยรักการอ่าน การแสวงหาความรู้และการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้กับเด็ก เยาวชนและประชาชนทุกกลุ่มทุกวัยในจังหวัดนครราชสีมาและพื้นที่ใกล้เคียง " ทีเค พาร์ค ได้ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านห้องสมุดมีชีวิต และให้คำปรึกษาแนะนำด้านกายภาพ สนับสนุนหนังสือและสื่อการเรียนรู้ ระบบห้องสมุดอัตโนมัติ ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน กิจกรรมเชิงสาธิต และเรื่องของการบริหารจัดการ เพื่อให้ ทีเค สแควร์ โคราชเป็นแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อกระบวนการเรียนรู้ตลอดชีวิตของคนทุกกลุ่มทุกช่วงวัย โดยมุ่งผลสัมฤทธิ์จากการดำเนินงาน เพื่อพัฒนาเด็ก เยาวชนและประชาชนทั่วไปของจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นทุนมนุษย์ของประเทศ ให้ได้มีโอกาสเข้าถึงและนำองค์ความรู้ที่ได้รับจากการเรียนรู้ไปพัฒนาตนเองให้มีศักยภาพ และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงและความท้าทายใหม่ในยุคดิจิทอลได้อย่างเท่าทัน และยั่งยืนต่อไปในอนาคต"
นายสุรวุฒิ เชิดชัย นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา กล่าวว่า อุทยานการเรียนรู้นครราชสีมา ตั้งอยู่บนถนนพลแสน อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เป็นอาคาร 2 ชั้น ขนาดพื้นที่ใช้สอยภายในอาคาร 946 ตารางเมตร และภายนอกอาคารอีก 654 ตารางเมตร รวมเป็นพื้นที่ 1,600 ตารางเมตร โดยปรับปรุงจากอาคารชุณหะวัณเดิม ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกของจังหวัดนครราชสีมา โดยเทศบาลนครนครราชสีมาได้รับอนุญาตจากสำนักงานธนารักษ์พื้นที่นครราชสีมา และได้รับความยินยอมจากจังหวัดนครราชสีมา ให้ใช้อาคารชุณหะวัณและที่ดินโดยรอบริมคูเมืองนารายณ์รังสฤษฏ์ ให้เป็นรูปแบบของอุทยานการเรียนรู้ตามแนวคิดห้องสมุดมีชีวิต โดยมีการปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบของอาคาร เพื่อสร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต สามารถรองรับสถานศึกษาซึ่งอยู่โดยรอบ จำนวน 5 แห่ง มีนักเรียนประมาณ 2 หมื่นคน พร้อมให้บริการสำหรับคนทุกช่วงทุกวัย ทั้งเด็ก เยาวชน ประชาชนทั่วไป รวมไปถึงผู้พิการ ซึ่งได้มีการจัดทำทางขึ้นพิเศษสำหรับผู้นั่งรถเข็น เพื่อให้สามารถเข้ามาใช้บริการการอ่านและการเรียนรู้ได้อย่างเท่าเทียมกัน
" ทีเค สแควร์ โคราช มีการจัดพื้นที่ที่สร้างสรรค์ต่อเนื่องโดยเชื่อมโยงกับพื้นที่กิจกรรมกลางแจ้งสำหรับ เยาวชน พื้นที่ออกกำลังกายและกิจกรรมสำหรับประชาชนทั่วไป นอกจากนี้บนถนนพลแสน ซึ่งเป็นที่ตั้งของอุทยานการเรียนรู้ ยังมีเส้นทางการเรียนรู้บริเวณใกล้เคียง ได้แก่ บ้านพักผู้พิพากษาเดิมจำนวน 2 หลัง เทศบาลนครนครราชสีมามีแนวคิดที่จะปรับเปลี่ยนบ้านพักหลังหนึ่ง ให้เป็นพื้นที่สำหรับให้เด็กและเยาวชนได้มาใช้ประโยชน์สำหรับทำกิจกรรม ส่วนอีกหลังหนึ่งจะเป็นแกลเลอรี่สำหรับแสดงนิทรรศการ ผลงานศิลปะของเยาวชนและประชาชน และห้องสมุดประชาชนเทศบาลนครนครราชสีมา ซึ่งในอนาคตเทศบาลจะปรับปรุงเพื่อเชื่อมโยงการเรียนรู้กับอุทยานการเรียนรู้นครราชสีมา (TK Square Korat) ผสมผสานเรื่องราวทั้งเก่าและใหม่ ของนครราชสีมาเข้าไว้ด้วยกันให้เป็นถนนสายแห่งการเรียนรู้ในอนาคต"
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,250 วันที่ 6 - 8 เมษายน พ.ศ. 2560






