thansettakij
thansettakij
เดิมพันสูงเข็นจีดีพีโต 4% ปัจจัยลบใน-นอกเพียบ

เดิมพันสูงเข็นจีดีพีโต 4% ปัจจัยลบใน-นอกเพียบ

04 เม.ย. 60 | 08:00 น.
อัปเดตล่าสุด :04 เม.ย. 60 | 11:21 น.
คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)เมื่อวันที่ 29 มีนาคมที่ผ่านมามีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.50% ต่อปี หลังจากประเมินว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจ (จีดีพี) ไทยมีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้นจากที่ประเมินไว้ พร้อมปรับประมาณการจีดีพีปีนี้เพิ่มเป็น 3.4% จากเดิมที่คาดไว้ 3.2%ด้วยเหตุผลหลักจากการเริ่มฟื้นตัวของภาคส่งออก และจำนวนนักท่องเที่ยวที่กลับเข้ามาในไทยสอดคล้องกระทรวงการคลังคาดการณ์จีดีพีตามเป้าทั้งปีที่ 3.6%แต่มีโอกาสเติบโตได้ถึง 4% ขณะลุ้นภาคส่งออกจะขยายตัวเป็นบวกต่อเนื่อง

นายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า กรณีกระทรวงการคลังคาดหวังว่าจีดีพีจะเติบโตได้ถึง 4% นั้น ตัวแปรหลักในการขับเคลื่อนจีดีพีทั้งปีนี้ยังอยู่ที่การขยายตัวของภาคส่งออก ซึ่งสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.)ประเมินจีดีพีทั้งปีนี้จะเติบโตได้3.6% บนสมมติฐานค่อนข้างระมัดระวังว่า ภาคการส่งออกจะเติบโตได้ 2.5% หากจีดีพีโตถึง 4% หมายถึงโอกาสเศรษฐกิจจะขยายอีก 0.4% นั้นในส่วนของภาคส่งออกโดยรวมต้องเกิน 4%หรือตัวเลขส่งออกได้ 5% ตามที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีให้นโยบายกระทรวงพาณิชย์

ที่ผ่านมา 2 เดือนแรกกระทรวงพาณิชย์ประกาศตัวเลขส่งออกขยายตัว 2.5% ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีโดยมีสินค้ายางเติบโต 60% น้ำมันสำเร็จรูปกว่า 30% แต่เนื่องจากต้นปีคนยังกังวลราคาสินค้าจะขยับเพิ่ม รวมถึงภาระหนี้และการจ้างงานกำลังซื้อจึงไม่คึกคัก ทำให้บรรยากาศโดยรวมไตรมาสแรกซบ ประกอบกอบกับไตรมาส4 ของปีก่อนรัฐบาลมีนโยบายเพื่อกระตุ้นตัวเลขดึงกำลังซื้อไปก่อนหน้าแล้วและในปีนี้เทศกาลสงกรานต์รัฐบาลไม่มีนโยบายอะไรออกมากระตุ้นเช่นปีก่อน แต่จากนี้ไปกำลังซื้อจะค่อยๆฟื้นตัวโดยคาดว่าครึ่งปีหลังจะเห็นการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจชัดเจนขึ้น แต่ต้องติดตามตลาดโลก ราคาสินค้าและราคาน้ำมันโดยยังมีความกังวลจากสหรัฐฯ

นายรชตพงศ์ สุขสงวน ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยความเสี่ยงธุรกิจ ธนาคารกรุงไทย จำกัด(มหาชน)กล่าวว่า การจะอัพไซซ์จีดีพีให้ขยายตัวได้ที่ 4% นั้น นอกจากภาคส่งออกไทยต้องเติบโตได้ 3% ขึ้นไปแล้วอาจต้องพิจารณาถึงตัวเลขของการนำเข้าประกอบด้วย และจำเป็นต้องผลักดันภาคการลงทุนเอกชนและการบริโภคเอกชนควบคู่ด้วย โดยแนวโน้มการลงทุนเอกชนยังเป็นประเด็นน่าห่วง เพราะไตรมาสแรกยังไม่เห็นการฟื้นตัวที่ชัดเจน จึงต้องเร่งให้การลงทุนเติบโตเกินกว่า 5-6%

ขณะเดียวกันต้องผลักดันการบริโภคให้ขยายตัวมากกว่า 3% เพราะการบริโภคมีสัดส่วน 49-50%ของจีดีพี ซึ่งปีนี้ไตรมาสแรกการบริโภคถูกแย่งไปใช้จ่ายครึ่งหลังจากการรัฐบาลมีนโยบายกระตุ้นระยะสั้นออกมา ดังนั้นปีนี้ถ้ารัฐบาลมีมาตรการระยะสั้นมาต่อเนื่องจะสามารถขยับจีดีพีทั้งปีแตะ 4%

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,249 วันที่ 2 - 5 เมษายน พ.ศ. 2560