
ททท.ปั้น‘COOL I-SAN’ พร้อมเจรจาผ่อนปรนกฎระเบียบขามแดนไทย-ลาว
ทีมงานสร้างรถไฟความเร็วสูงจีนแห่บุกเวียงจันทน์ททท.สนดึงมาเที่ยวอีสานเร่งเจรจาผ่อนปรนกฎระเบียบข้ามแดนให้สะดวกขึ้น พร้อมปรับภาพลักษณ์ภาคอีสานเป็น COOL I-SAN เน้นความเท่เก๋ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ที่จังหวัดอุดรธานีว่า ในการร่วมการประชุม"การดำเนินการตามแนวทางสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจภายในประเทศ(Local Econamy) ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย 4.0 ของกลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ด้านการท่องเที่ยว ยุทธศาสตร์ด้านหนึ่ง คือการสร้างเส้นทางการท่องเที่ยวเชื่อมโยงในระหว่างจังหวัด /กลุ่มจังหวัดทุกกลุ่ม/ระหว่างภาคหรือเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก รวมถึงการท่องเที่ยวเชื่อมโยงระหว่างประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มประเทศอาเซียน และตลาดการท่องเที่ยวในประเทศอื่นที่เป็นตลาดใหม่ๆ เช่น ตลาดการท่องเที่ยวจีน ซึ่งในปัจจุบันนักท่องเที่ยวจีนเดินทางออกไปท่องเที่ยวต่างประเทศเป็นจำนวนมาก และมีการหาตลาดการท่องเที่ยวใหม่อีกด้วย และภาคอีสานก็เป็นอีกตลาดท่องเที่ยวหนึ่ง ที่เป็นเป้าหมาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมครั้งนี้ ได้มีการนำเอาปัญหาอุปสรรคของการเดินทางนักท่องเที่ยวจีน ที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในภาคอีสานหลายประเด็น อาทิเช่น การลงตราวิซ่าเข้าประเทศไทย ยังต้องไปแสดงตัวขอวีซ่าเข้าประเทศไทยตามระเบียบที่นครหลวงเวียงจันทน์ ทำให้ต้องนำนักท่องเที่ยว เข้าไปที่สปป.ลาวก่อนจึงจะเดินทางเข้าประเทศไทยได้ และยังมีข้อจำกัดคือนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาด้วยตนเองหรือ FIT ที่จะต้องผ่านด่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ยังมีข้อจำกัดอยู่ โดยเฉพาะในการเดินทางด้วยรถยนต์ จะเดินทางได้เฉพาะในรูปแบบของขบวนคาราวานเท่านั้น รวมทั้งปัญหาที่มัคคุเทศก์ภาษาจีนในพื้นที่ยังขาดแคลน และไม่มีป้ายสื่อความหมายภาษาจีน
ทั้งนี้มีรายงานจากหน่วยงานศุลกากรจังหวัดหนองคายว่า ขณะนี้ในนครหลวงเวียงจันทน์มีคนจีนที่เดินทางเข้ามาพำนักอาศัยอยู่ในลักษณะต่างๆเป็นจำนวนมาก ส่วนหนึ่งเข้ามาดำเนินธุรกิจค้าขาย ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อีกส่วนหนึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ก่อสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูงจากประเทศจีน-เวียงจันทน์จำนวนกว่า 3.5 หมื่นคน แต่ก็ไม่สามารถนำรถยนต์ผ่านด่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาวได้อย่างสะดวก ถ้าประสงค์จะนำรถยนต์เดินทางผ่านด่านฯ จะต้องไปทำเรื่องขออนุญาตที่กรมการขนส่งทางบก เสียก่อน ซึ่งที่ประชุมได้เสนอขอให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นำเอาไปเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีการแก้ไขผ่อนปรนระเบียบต่อไป
นายยุทธศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้มีการวางแนวทางการปรับภาพลักษณ์ของภาคอีสาน เป็นไปตามนบายของรัฐบาลในด้านการท่องเที่ยว และการที่ภาคอีสานได้รับการยกย่องจาก CNN ให้เป็น 1 ใน 17 เป็นสถานที่น่าท่องเที่ยวของโลก โดยการปรับภาพลักษณ์ของภาคอีสานให้เป็นภาคที่มีความเท่แก๋หรือ COOL I-SAN โดยยกเอาแหล่งเรียนรู้อู่อารยธรรม ประเพณี วิถีชีวิตอีสานที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เป็นตัวนำ
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยพยายามผลักดันภาคอีสานให้เป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวในประเทศ และนักท่องเที่ยวจากกลุ่มประเทศอาเซียน หรือ AEC และจากตลาดท่องเที่ยวใหม่ๆเช่นนักท่องเที่ยวจีนที่มีการเปิดประเทศให้มีการเดินทางออกไปต่างประเทศมากขึ้น หรือ นักท่องเที่ยวจากเกาหลี เวียดนาม และจะทำอย่างไรให้นักเดินทางท่องเที่ยวเปลี่ยนความคิดที่ว่า ภาคอีสานเป็นภาคที่มีแต่ความแห้งแล้ง และมีแต่ร้อน ให้เป็นภาคที่มีความเท่ห์เก๋ เพื่อสร้างเสน่ห์ให้กับภาคอีสาน หรือในภาษาอังกฤษที่เขียนว่า COOL ซึ่งคำนี้ไม่ได้แปลว่าเย็นอย่างเดียว แต่แปลว่า เท่เก๋ อีกด้วย
"ปัจจุบันนี้อาหารอีสานกลายเป็นอาหารที่แทบทุกคนรู้จักและรับประทานกันมามาย ในต่างประเทศก็ยังมีร้านอาหารอีสาน เช่นส้มตำ โดยที่จะต้องมีการขยายเรื่องราวของอาหารอีสานว่ามีความโดดเด่น มีรสชาติที่อร่อยอย่างไร หรือทำกิจกรรมใดๆที่เป็นเป็นการต่อยอด Amazing Thai Taste นอกจากนี้ต้องทำการรวบรวมร้านอาหารอีสานเด่นๆของภาค มาอยู่ในเส้นทางท่องเที่ยว นอกจากนี้ ภาคอีสานถือว่าเป็นอู่แห่งอารยธรรมโบราณ แหล่งแห่งการเรียนรู้ราวโบราณมากมาย มีประเพณีวัฒนธรรม วิถีชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์โด่นเด่น เช่นประเพณีฮีต 12 คอง 14 ซึ่งเป็นตำนานประเพณีวัฒนธรรมอีสาน ธรรมชาติที่สวยงาม ชุมชนพื้นบ้านที่มีความเป็นตัวของตัวเอง"
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,249 วันที่ 2 - 5 เมษายน พ.ศ. 2560
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ที่จังหวัดอุดรธานีว่า ในการร่วมการประชุม"การดำเนินการตามแนวทางสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจภายในประเทศ(Local Econamy) ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย 4.0 ของกลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ด้านการท่องเที่ยว ยุทธศาสตร์ด้านหนึ่ง คือการสร้างเส้นทางการท่องเที่ยวเชื่อมโยงในระหว่างจังหวัด /กลุ่มจังหวัดทุกกลุ่ม/ระหว่างภาคหรือเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก รวมถึงการท่องเที่ยวเชื่อมโยงระหว่างประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มประเทศอาเซียน และตลาดการท่องเที่ยวในประเทศอื่นที่เป็นตลาดใหม่ๆ เช่น ตลาดการท่องเที่ยวจีน ซึ่งในปัจจุบันนักท่องเที่ยวจีนเดินทางออกไปท่องเที่ยวต่างประเทศเป็นจำนวนมาก และมีการหาตลาดการท่องเที่ยวใหม่อีกด้วย และภาคอีสานก็เป็นอีกตลาดท่องเที่ยวหนึ่ง ที่เป็นเป้าหมาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมครั้งนี้ ได้มีการนำเอาปัญหาอุปสรรคของการเดินทางนักท่องเที่ยวจีน ที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในภาคอีสานหลายประเด็น อาทิเช่น การลงตราวิซ่าเข้าประเทศไทย ยังต้องไปแสดงตัวขอวีซ่าเข้าประเทศไทยตามระเบียบที่นครหลวงเวียงจันทน์ ทำให้ต้องนำนักท่องเที่ยว เข้าไปที่สปป.ลาวก่อนจึงจะเดินทางเข้าประเทศไทยได้ และยังมีข้อจำกัดคือนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาด้วยตนเองหรือ FIT ที่จะต้องผ่านด่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ยังมีข้อจำกัดอยู่ โดยเฉพาะในการเดินทางด้วยรถยนต์ จะเดินทางได้เฉพาะในรูปแบบของขบวนคาราวานเท่านั้น รวมทั้งปัญหาที่มัคคุเทศก์ภาษาจีนในพื้นที่ยังขาดแคลน และไม่มีป้ายสื่อความหมายภาษาจีน
ทั้งนี้มีรายงานจากหน่วยงานศุลกากรจังหวัดหนองคายว่า ขณะนี้ในนครหลวงเวียงจันทน์มีคนจีนที่เดินทางเข้ามาพำนักอาศัยอยู่ในลักษณะต่างๆเป็นจำนวนมาก ส่วนหนึ่งเข้ามาดำเนินธุรกิจค้าขาย ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อีกส่วนหนึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ก่อสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูงจากประเทศจีน-เวียงจันทน์จำนวนกว่า 3.5 หมื่นคน แต่ก็ไม่สามารถนำรถยนต์ผ่านด่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาวได้อย่างสะดวก ถ้าประสงค์จะนำรถยนต์เดินทางผ่านด่านฯ จะต้องไปทำเรื่องขออนุญาตที่กรมการขนส่งทางบก เสียก่อน ซึ่งที่ประชุมได้เสนอขอให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นำเอาไปเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีการแก้ไขผ่อนปรนระเบียบต่อไป
นายยุทธศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้มีการวางแนวทางการปรับภาพลักษณ์ของภาคอีสาน เป็นไปตามนบายของรัฐบาลในด้านการท่องเที่ยว และการที่ภาคอีสานได้รับการยกย่องจาก CNN ให้เป็น 1 ใน 17 เป็นสถานที่น่าท่องเที่ยวของโลก โดยการปรับภาพลักษณ์ของภาคอีสานให้เป็นภาคที่มีความเท่แก๋หรือ COOL I-SAN โดยยกเอาแหล่งเรียนรู้อู่อารยธรรม ประเพณี วิถีชีวิตอีสานที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เป็นตัวนำ
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยพยายามผลักดันภาคอีสานให้เป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวในประเทศ และนักท่องเที่ยวจากกลุ่มประเทศอาเซียน หรือ AEC และจากตลาดท่องเที่ยวใหม่ๆเช่นนักท่องเที่ยวจีนที่มีการเปิดประเทศให้มีการเดินทางออกไปต่างประเทศมากขึ้น หรือ นักท่องเที่ยวจากเกาหลี เวียดนาม และจะทำอย่างไรให้นักเดินทางท่องเที่ยวเปลี่ยนความคิดที่ว่า ภาคอีสานเป็นภาคที่มีแต่ความแห้งแล้ง และมีแต่ร้อน ให้เป็นภาคที่มีความเท่ห์เก๋ เพื่อสร้างเสน่ห์ให้กับภาคอีสาน หรือในภาษาอังกฤษที่เขียนว่า COOL ซึ่งคำนี้ไม่ได้แปลว่าเย็นอย่างเดียว แต่แปลว่า เท่เก๋ อีกด้วย
"ปัจจุบันนี้อาหารอีสานกลายเป็นอาหารที่แทบทุกคนรู้จักและรับประทานกันมามาย ในต่างประเทศก็ยังมีร้านอาหารอีสาน เช่นส้มตำ โดยที่จะต้องมีการขยายเรื่องราวของอาหารอีสานว่ามีความโดดเด่น มีรสชาติที่อร่อยอย่างไร หรือทำกิจกรรมใดๆที่เป็นเป็นการต่อยอด Amazing Thai Taste นอกจากนี้ต้องทำการรวบรวมร้านอาหารอีสานเด่นๆของภาค มาอยู่ในเส้นทางท่องเที่ยว นอกจากนี้ ภาคอีสานถือว่าเป็นอู่แห่งอารยธรรมโบราณ แหล่งแห่งการเรียนรู้ราวโบราณมากมาย มีประเพณีวัฒนธรรม วิถีชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์โด่นเด่น เช่นประเพณีฮีต 12 คอง 14 ซึ่งเป็นตำนานประเพณีวัฒนธรรมอีสาน ธรรมชาติที่สวยงาม ชุมชนพื้นบ้านที่มีความเป็นตัวของตัวเอง"
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,249 วันที่ 2 - 5 เมษายน พ.ศ. 2560






