thansettakij
thansettakij
สนามกอล์ฟดังภูเก็ตขึ้นค่าเมเบอร์สมาชิกมหาโหด 300 เปอร์เซ็นต์

สนามกอล์ฟดังภูเก็ตขึ้นค่าเมเบอร์สมาชิกมหาโหด 300 เปอร์เซ็นต์

24 มี.ค. 60 | 07:56 น.
อัปเดตล่าสุด :24 มี.ค. 60 | 14:56 น.
อึ้ง! สนามกอล์ฟดัง “บลูแคนยอนภูเก็ต” ขึ้นค่าเมมเบอร์มหาโหด 300 เปอร์เซ็นต์ หรือจากปีละ 2.25 หมื่นบาทเป็น 7 หมื่นบาท โดยไม่แจ้งให้สมาชิกทราบก่อน แถมให้มีผลย้อนหลัง จับตาจังหวัดนัดไกล่เกลี่ย 28 มี.ค.นี้ หลังเมมเบอร์ยื่นหนังสือถึงคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัด

ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา ที่ห้องประชุมศากลางหลังเก่า สมาชิกสโมสรสนามกอล์ฟชื่อดัง บลูแคนยอน ภูเก็ต มีการเข้ายื่นหนังสือเรื่องการร้องเรียน การขึ้นค่าธรรมเนียมสมาชิกภาพรายปี ค่าธรรมเนียมโอนประเภทบุคคลธรรมดาสนามกอล์ฟแห่งหนึ่ง โดยมี นางศิวพร ฉั่วสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นตัวแทนรับมอบ

ตัวแทนสมาชิกสโมสรสนามกอล์ฟ กล่าวว่า สโมสร ได้ออกประกาศเรื่องกำหนดเงื่อนไขในการโอนสมาชิกภาพ ค่าสมาชิกและค่าธรรมเนียม ฉบับลงวันที่ 22 มีนาคม 2560 ใช้บังคับแก่สมาชิก กำหนดให้เครื่องค่าธรรมเนียมสมาชิกภาพ รายปี ประเภทบุคคลธรรมดา จากเดิมค่าสมาชิกรายปีประเภทบุคคลธรรมดาปีละ 2.25 หมื่นบาท เป็นชำระค่าธรรมเนียมสมาชิกภาพรายปีประเภทบุคคลธรรมดาใหม่เป็นปีละ 7 หมื่นบาท และขึ้นค่าธรรมเนียมในการโอนสมาชิกภาพประเภทบุคคลธรรมดาให้บุคคลอื่นจากเดิม 1.4 แสนบาท เป็นอัตราใหม่ 2.5 แสน บาทและในนามองค์กรเป็นเงิน 3.5 แสนบาท ค่าธรรมเนียมสมาชิกภาพรายปีประเภทองค์กรปีละ 7 หมื่นบาท บาทค่าธรรมเนียมรายปีสำหรับผู้ถือบัตรสิทธิพิเศษแก่ครอบครัว 1.4 หมื่นบาท โดยให้สมาชิกชำระค่าธรรมเนียมดังกล่าวภายในวันที่ 22 มีนาคม 2560 หากสมาชิกไม่ชำระตามประกาศ จะพิจารณาเรื่องสมาชิกภาพของสมาชิก

“การขึ้นค่าธรรมเนียมดังกล่าวเป็นการเพิ่มภาระแก่สมาชิกสนามกอล์ฟ และขึ้นค่าธรรมเนียมสูงกว่า 300 เปอร์เซ็นต์ โดยไม่ได้แจ้งให้สมาชิกทราบมาก่อน และไม่ได้รับการยินยอมจากสมาชิกแต่อย่างใด เป็นการขึ้นค่าธรรมเนียมตามอำเภอใจเพียงฝ่ายเดียว เพิ่มภาระให้แก่สมาชิกซึ่งเป็นผู้บริโภคอย่างรุนแรง เป็นการฝ่าฝืนต่อข้อบังคับของสโมสรปีพ.ศ. 2533 ขัดต่อกฎหมายและตามประกาศฉบับลงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 เป็นการกำหนดเงื่อนไขเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้แก่สมาชิกเช่นเดียวกัน

เพื่อเป็นการรักษาสิทธิ์ของสมาชิกทั้งไทยและชาวต่างชาติตามข้อบังคับของสโมสรสนามกอล์ฟดังกล่าว จึงขอร้องเรียนต่อประธานคณะกรรมการการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัดภูเก็ตเพื่อดำเนินการให้ผู้ประกอบการสนามกอล์ฟชี้แจงข้อเท็จจริงและให้เชิญผู้ประกอบการมาเจรจาตกลงกับผู้ร้องและหากมีความจำเป็นต้องดำเนินคดีกับผู้ประกอบธุรกิจผู้ร้องมีความประสงค์ขอให้คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคดำเนินคดีแทนจนถึงที่สุด และทางคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัดภูเก็ตและศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต ได้มีการรับเรื่องไว้ และจะดำเนินการเรียกประชุมเพื่อหารือทั้ง 2 ฝ่าย ต่อไป

ล่าสุด ทางจังหวัดจะนัดประชุมไกล่เกลี่ยวันที่ 28 มีนาคมนี้ ที่ศูนย์ดำรงธรรม โดยมีอัยการจังหวัดเข้าร่วมด้วย.

g0324-1