thansettakij
thansettakij
‘ลอรีอัล’ลุ้นขึ้นที่1ความงาม ชู4กลยุทธ์โต2เท่าชิงตลาด1.54 แสนล้าน

‘ลอรีอัล’ลุ้นขึ้นที่1ความงาม ชู4กลยุทธ์โต2เท่าชิงตลาด1.54 แสนล้าน

16 มี.ค. 60 | 04:00 น.
อัปเดตล่าสุด :16 มี.ค. 60 | 11:32 น.
ตลาดความงาม 1.54 แสนล้าน ยังโตสวนกระแสเศรษฐกิจ หลังคนไทยยังให้ความสำคัญกับการดูแลผิวพรรณ ลอรีอัล เดิน 4 กลยุทธ์หวังเติบโต 2 เท่าของตลาดความงาม หวังขึ้นแท่นผู้นำอันดับ 1 ในไทย ดันสินค้าเข้าทุกครัวเรือนอย่างน้อย 1 ชิ้น

ภาพรวมอุตสาหกรรมความงามในรอบปีที่ผ่านมามีมูลค่ากว่า 1.54 แสนล้านบาท เติบโต 6.5% โดยแบ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิว หรือสกินแคร์ 46% ผลิตภัณฑ์ผม 19% เครื่องสำอาง 14% ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทำความสะอาดร่างกาย 17% และน้ำหอม 5% ซึ่งบริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด มองว่าตลาดความงามของไทยมีโอกาสกาเติบโตอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าสภาพเศรษฐกิจจะยังไม่เติบโตเป็นปกติ เนื่องจากผู้บริโภคคนไทยยังให้ความสำคัญกับการดูแลผิว ซึ่งปีที่ผ่านมาลอรีอัลยังสามารถสร้างการเติบโตได้ดีกว่าภาพรวมตลาด และเติบโตต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 โดยในปีนี้ยังคาดว่าจะสร้างการเติบโตต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 รวมถึงจะสามารถสร้างการเติบโตได้ดีกว่าภาพรวมตลาด ด้วยแนวคิดความงามสำหรับทุกคน ผ่าน 4 กลยุทธ์สำคัญ

นางนาตาลี เกอร์ชไตน์เคอโรวดี กรรรมการผู้จัดการ บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า สภาพเศรษฐกิจในปีนี้ยังมีความไม่ชัดเจนว่าจะไปในทิศทางใด ซึ่งเป็นภาพรวมทั้งโลกไม่เฉพาะประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังเชื่อว่าตลาดความงามยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากผู้บริโภคคนไทยยังให้ความสำคัญในการดูแลตัวเองด้วยการจ่ายเงินเพื่อซื้อสินค้ากลุ่มสกินแคร์ ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่ทำให้ภาพรวมตลาดเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงไตรมาสแรกนี้มีสัญญาณการเริ่มต้นที่ดี จึงมั่นใจว่าในปีนี้บริษัทจะยังคงสร้างการเติบโตต่อเนื่อง และเติบโตสูงกว่าตลาดด้วย โดยตั้งเป้าหมายการเติบโต 2 เท่าของภาพรวมตลาดความงาม

สำหรับแนวทางสร้างการเติบโตของบริษัทในปีนี้ ได้วาง 4 กลยุทธ์สำคัญ ได้แก่ 1. การให้ความสำคัญกับผู้บริโภคโดยการยึดผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง (Consumer Centricity) ด้วยการพัฒนาสินค้าด้วยนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ในรูปแบบและแพลตฟอร์มที่หลากหลาย เช่น ต้นปีที่ผ่านมาได้ปรับโฉมเคาน์เตอร์ใหม่ที่สยามพารากอน ในคอนเซ็ปต์ "ปารีเซียงอพาร์ทเม้นท์" ซึ่งในปีนี้ยังวางแผนปรับโฉมเคาน์เตอร์แบรนด์อื่นๆ ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ ยังเน้นการสื่อสารข้อมูลผลิตภัณฑ์ถึงกลุ่มผู้บริโภคผ่านภาพยนตร์โฆษณาอย่างต่อเนื่อง โดยปีที่ผ่านมามีภาพยนตร์โฆษณากว่า 70 เรื่อง รวมถึงการเป็นพาร์ตเนอร์กับรายการเดอะ เฟส ไทยแลนด์ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3

กลยุทธ์ที่ 2. การเชื่อมต่อตลาดความงามกับโลกดิจิตอล ที่ปีนี้ได้เพิ่มงบประมาณการตลาดในช่องดิจิตอลเพิ่มขึ้น 30% จากปีที่ผ่านมา ซึ่งช่วงต้นปีได้เปิดตัวแอพพลิเคชั่นไลน์ออฟฟิเชียล 5 แบรนด์ ได้แก่ ลอรีอัล ปารีส เมย์เบลลีน นิวยอร์ก ไบโอเธิร์ม ลังโคม และคีลส์ ซึ่งแบรนด์ลอรีอัลมีจำนวนคนเป็นเพื่อน 1.5 ล้านคนภายในหนึ่งวัน และปัจจุบันมีถึง 5 ล้านคน นอกจากนี้ แบรนด์เมบาลีนยังเปิดตัวยูทูบแชนเนล ซึ่งเป็นแบรนด์เมกอัพแบรนด์แรกที่เปิดช่องในประเทศไทย นอกจากนี้ ยังมีการจัดจำหน่ายสินค้าผ่านอีคอมเมิร์ซของบริษัทและเว็บไซต์มาร์เก็ตเพลส โดยปัจจุบันลอรีอัลทั่วโลกมีสัดส่วนยอดขายผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซ 4.6% ส่วนในประเทศไทยยอดขายช่องทางอีคอมเมิร์ซเติบโต 169%

ส่วนกลยุทธ์ที่ 3. เป็นการพัฒนาและดูแลบุคลากร ที่บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาและฝึกอบรมพนักงาน เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการสร้างการเติบโตให้กับองค์กร ปีที่ผ่านมาบริษัทมีโปรแกรมฝึกอบรมมากกว่า 60 โปรแกรม และโปรแกรมการฝึกอบรมดิจิตอล 14 โปรแกรม และกลยุทธ์ที่ 4. เป็นการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนและกิจกรรมเพื่อสังคม

"แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมยังมีความผันผวนและไม่แน่นอน แต่บริษัทมั่นใจว่าจะยังรักษาอัตราการเติบโตสูงกว่าตลาด ซึ่งวิสัยทัศน์ของบริษัทต้องการทำให้ทุกครัวเรือนมีผลิตภัณฑ์ของลอรีอัลอย่างน้อย 1 ชิ้น และวางเป้าหมายสำคัญเป็นบริษัทความงามอันดับ 1 ของประเทศไทยต่อไป"

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,244 วันที่ 16 - 18 มีนาคม พ.ศ. 2560