
อนุพงษ์ คุตติกุล การสื่อสาร...คือคีย์ของความสำเร็จ
การเริ่มธุรกิจที่จับตลาดได้ถูก แล้วมาต่อยอดด้วยการทำตลาดเป็น "สื่อสาร" กับกลุ่มเป้าหมายได้แม่นยำ นั่นคือหัวใจของการทำธุรกิจยุคใหม่ โดยคนรุ่นใหม่ที่ชื่อ "อนุพงษ์ คุตติกุล" หรือ "ปริ๊น" กรรมการผู้จัดการ บริษัท คาร์นิวาล ซัพพลาย จำกัด เจ้าของช็อปแบรนด์Carnival ที่เหล่าสาวกรองเท้า รองเท้าผ้าใบ" หรือ "Sneakers" รู้จักกันดี
"ปริ๊น"บอกว่า เขาเริ่มต้นธุรกิจจากความชอบรองเท้าผ้าใบ Converse ทั้งซื้อทั้งสะสม จนกระทั่ง มาเปิดร้านเล็กๆ ของตัวเอง พร้อมๆ กับการเลือกช่องทางสื่อสารผ่านโลกออนไลน์ตั้งแต่เมื่อ 5-6 ปีที่แล้ว
แต่การจะสร้างให้เป็นธุรกิจที่เติบโต ต้องมีความหลากหลายในสินค้า "ปริ๊น" จึงเริ่มคัดเลือกติดต่อรองเท้าสนีกเกอร์แบรนด์อื่นๆ เขามาทำตลาด อาทิ Nike, Adidas, Converse All Star, Jack Purcell, Vans, New Balance, Onitsuka Tiger แรกๆ ก็เริ่มจากการหิ้ว และซื้อต่อมาจากตัวแทนจำหน่ายในไทย แต่ด้วยโพรไฟล์ที่ดีสามารถสร้างยอดขายได้เยี่ยม จึงเป็นเครดิตทำให้ Carnival ได้รับความไว้วางใจจากแบรนด์ต่างๆ ให้เป็นผู้แทนจำหน่ายรองเท้าสนีกเกอร์แฟชั่นแบรนด์ดังในที่สุด
การทำตลาดของ Carnival ประสบความสำเร็จจากการสื่อสาร...นี่คือ แนวทางที่ "ปริ๊น" ตอกย้ำ เขาบอกว่า จากกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ที่เสพข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดียอยู่แล้ว เพียงแต่เราต้องสื่อสารให้ดี ให้ข้อมูลที่ชัด
"หากเรามีข่าวอะไร เราจะโพสต์ลงเฟซบุ๊ก ซึ่งตอนนี้มีคนไลท์ 5-6 แสนคน เวลาเรากระจายข่าวสาร ก็จะไปในวงกว้าง"
แน่นอนว่าการทำธุรกิจ ย่อมเจอปัญหา "ปริ๊น" ยกตัวอย่าง การขายรองเท้าสนีกเกอร์รุ่นลิมิเต็ดที่มีเข้ามาขายเพียง 30 คู่ แต่มีลูกค้าต้องการถึง 5,000 คน เขาจึงต้องใช้วิธีจับฉลาก ผลที่ตามมาคือ คนไม่ได้ หรือคนที่อยากได้มากๆ จะไม่พอใจ
"เราดูตามเหตุผล แต่ไม่มีการเถียงลูกค้า มันผ่านการพิสูจน์มาแล้วว่า แม้ลูกค้าจะผิด เราก็ต้องอธิบายอยู่ดี...เราสามารถเปลี่ยนลูกค้าที่ว่าเรา มาเป็นลูกค้าของเราได้ ถึงเราจะโมโห แต่เราก็ต้องหาวิธีอธิบาย"
อีกปัญหาที่พบจากการขายสินค้าออนไลน์ คือ ลูกค้ามักมีคำถามผ่านทางไลน์ หรือเฟซบุ๊ก แต่ถ้ามัวตอบปัญหาทางนี้ กว่าจะวนมาตอบลูกค้าได้ครบ ก็ไม่ทันใจลูกค้า เขาจึงใช้วิธี ไม่รับออเดอร์ผ่านเฟซบุ๊กหรือไลน์แต่ใช้การขายผ่านเว็บไซต์ ลูกค้าสามารถดูรายละเอียดสินค้าทุกอย่างได้จากเว็บไซต์ และสามารถช็อปออนไลน์ได้เลย
"ผมใช้หลักการเดียวกันนี้ กับการเอาของลดราคาไปขายผ่านเว็บ แต่ลูกค้าคนไทยมักไม่ค่อยอยากซื้อสินค้าทางนี้ แม้จะทำเป็นแต่ก็ไม่อยากทำ แต่หากลูกค้าอยากได้สินค้า ก็ต้องทำให้เป็น พอทำได้รอบแรกรอบต่อไปก็ง่ายแล้ว"
ตอนนี้นอกจากแบรนด์รองเท้าสนีกเกอร์ "ปริ๊น" ยังปิดช่องทางความเสี่ยงการทำธุรกิจ ด้วยการสร้างแบรนด์Carnival ผ่านเสื้อผ้าสตรีตแวร์ โดยเริ่มทำตลาดมาแล้วประมาณ 3 ปี และมีแผนที่จะขยายตลาดสู่ต่างประเทศ พร้อมๆ กับการขยายไลน์สินค้าให้ครบมากขึ้น
"การแตกแบรนด์เสื้อผ้า เรามองว่า มันเป็นโอกาสในกาสร้างแบรนด์Carnival และขยายรายได้ เรามีแฟน ๆ รองเท้าอยู่แล้ว เราเลยทำแบรนด์ของตัวเอง เพื่อขายให้แฟนๆ ของเราด้วย การที่เรารับรองเท้ามาขาย มันเป็นความเสี่ยง เพราะต้องขึ้นอยู่กับซัพพลายเออร์ เขากำหนดทุกอย่าง เราไม่มีสิทธิเลือก เราเลยอยากทำอะไรที่จะลดความเสี่ยงของเรา"
จากการดำเนินงานตลอด 6 ปี "ปริ๊น" บอกว่าธุรกิจของเขาเติบโตแบบก้าวกระโดดตลอด ยอดขายเพิ่มขึ้นกว่า 100% ทุกปี ด้วยกระแสรองเท้าสนีกเกอร์ที่มาแรงแซงหน้าประเทศเพื่อนบ้าน สิ่งที่เจ้าของแบรนด์ Carnival ต้องการนับจากนี้ คือ การตอกย้ำแบรนด์ Carnival ให้เป็นแบรนด์ในใจผู้บริโภคทั้งไทยและต่างชาติ ซึ่ง เชื่อได้ว่า ไม่น่าจะเป็นฝันที่ไกลเกินเอื้อมแน่นอน
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,242 วันที่ 9 - 11 มีนาคม พ.ศ. 2560
"ปริ๊น"บอกว่า เขาเริ่มต้นธุรกิจจากความชอบรองเท้าผ้าใบ Converse ทั้งซื้อทั้งสะสม จนกระทั่ง มาเปิดร้านเล็กๆ ของตัวเอง พร้อมๆ กับการเลือกช่องทางสื่อสารผ่านโลกออนไลน์ตั้งแต่เมื่อ 5-6 ปีที่แล้ว
แต่การจะสร้างให้เป็นธุรกิจที่เติบโต ต้องมีความหลากหลายในสินค้า "ปริ๊น" จึงเริ่มคัดเลือกติดต่อรองเท้าสนีกเกอร์แบรนด์อื่นๆ เขามาทำตลาด อาทิ Nike, Adidas, Converse All Star, Jack Purcell, Vans, New Balance, Onitsuka Tiger แรกๆ ก็เริ่มจากการหิ้ว และซื้อต่อมาจากตัวแทนจำหน่ายในไทย แต่ด้วยโพรไฟล์ที่ดีสามารถสร้างยอดขายได้เยี่ยม จึงเป็นเครดิตทำให้ Carnival ได้รับความไว้วางใจจากแบรนด์ต่างๆ ให้เป็นผู้แทนจำหน่ายรองเท้าสนีกเกอร์แฟชั่นแบรนด์ดังในที่สุด
การทำตลาดของ Carnival ประสบความสำเร็จจากการสื่อสาร...นี่คือ แนวทางที่ "ปริ๊น" ตอกย้ำ เขาบอกว่า จากกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ที่เสพข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดียอยู่แล้ว เพียงแต่เราต้องสื่อสารให้ดี ให้ข้อมูลที่ชัด
"หากเรามีข่าวอะไร เราจะโพสต์ลงเฟซบุ๊ก ซึ่งตอนนี้มีคนไลท์ 5-6 แสนคน เวลาเรากระจายข่าวสาร ก็จะไปในวงกว้าง"
แน่นอนว่าการทำธุรกิจ ย่อมเจอปัญหา "ปริ๊น" ยกตัวอย่าง การขายรองเท้าสนีกเกอร์รุ่นลิมิเต็ดที่มีเข้ามาขายเพียง 30 คู่ แต่มีลูกค้าต้องการถึง 5,000 คน เขาจึงต้องใช้วิธีจับฉลาก ผลที่ตามมาคือ คนไม่ได้ หรือคนที่อยากได้มากๆ จะไม่พอใจ
"เราดูตามเหตุผล แต่ไม่มีการเถียงลูกค้า มันผ่านการพิสูจน์มาแล้วว่า แม้ลูกค้าจะผิด เราก็ต้องอธิบายอยู่ดี...เราสามารถเปลี่ยนลูกค้าที่ว่าเรา มาเป็นลูกค้าของเราได้ ถึงเราจะโมโห แต่เราก็ต้องหาวิธีอธิบาย"
"ผมใช้หลักการเดียวกันนี้ กับการเอาของลดราคาไปขายผ่านเว็บ แต่ลูกค้าคนไทยมักไม่ค่อยอยากซื้อสินค้าทางนี้ แม้จะทำเป็นแต่ก็ไม่อยากทำ แต่หากลูกค้าอยากได้สินค้า ก็ต้องทำให้เป็น พอทำได้รอบแรกรอบต่อไปก็ง่ายแล้ว"
ตอนนี้นอกจากแบรนด์รองเท้าสนีกเกอร์ "ปริ๊น" ยังปิดช่องทางความเสี่ยงการทำธุรกิจ ด้วยการสร้างแบรนด์Carnival ผ่านเสื้อผ้าสตรีตแวร์ โดยเริ่มทำตลาดมาแล้วประมาณ 3 ปี และมีแผนที่จะขยายตลาดสู่ต่างประเทศ พร้อมๆ กับการขยายไลน์สินค้าให้ครบมากขึ้น
"การแตกแบรนด์เสื้อผ้า เรามองว่า มันเป็นโอกาสในกาสร้างแบรนด์Carnival และขยายรายได้ เรามีแฟน ๆ รองเท้าอยู่แล้ว เราเลยทำแบรนด์ของตัวเอง เพื่อขายให้แฟนๆ ของเราด้วย การที่เรารับรองเท้ามาขาย มันเป็นความเสี่ยง เพราะต้องขึ้นอยู่กับซัพพลายเออร์ เขากำหนดทุกอย่าง เราไม่มีสิทธิเลือก เราเลยอยากทำอะไรที่จะลดความเสี่ยงของเรา"
จากการดำเนินงานตลอด 6 ปี "ปริ๊น" บอกว่าธุรกิจของเขาเติบโตแบบก้าวกระโดดตลอด ยอดขายเพิ่มขึ้นกว่า 100% ทุกปี ด้วยกระแสรองเท้าสนีกเกอร์ที่มาแรงแซงหน้าประเทศเพื่อนบ้าน สิ่งที่เจ้าของแบรนด์ Carnival ต้องการนับจากนี้ คือ การตอกย้ำแบรนด์ Carnival ให้เป็นแบรนด์ในใจผู้บริโภคทั้งไทยและต่างชาติ ซึ่ง เชื่อได้ว่า ไม่น่าจะเป็นฝันที่ไกลเกินเอื้อมแน่นอน
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,242 วันที่ 9 - 11 มีนาคม พ.ศ. 2560






