
บลจ.เอ็มเอฟซีมองหุ้นไทยปีนี้1, 660จุด
บลจ.เอ็มเอฟซี มองเป้าหมายหุ้นไทยปีนี้ 1,660 จุด อานิสงส์เศรษฐกิจโลกฟื้นตัว ปัจจัยภายในประเทศหนุน
นายชาคริต พืชพันธ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายตราสารทุน สายบริหารกองทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เอ็มเอฟซี เปิดเผยว่า บริษัทมองเป้าหมายดัชนีหุ้ นไทยในปีนี้อยู่ที่ 1,660 จุด เติบโตประมาณ 7.5-8% จากสิ้นปีที่ผ่านมา แม้ผลตอบแทนอาจไม่สูงมากเหมือนปีที่ผ่านมา แต่แนวโน้มตลาดหุ้นไทยยังมีทิศทางเป็นขาขึ้น โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากเศรษฐกิจโลกโดยรวมที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้เศรษฐกิจภายในประเทศได้รับผลดี จากการลงทุนและการใช้จ่ายภาครัฐ รวมทั้งราคาสินค้าเกษตรบางชนิ ดราคาปรับตัวดีขึ้น โดยบริษัทประเมินการขยายตั วของเศรษฐกิจไทยปีนี้ไว้ที่ 3.3% ส่งผลให้มีการคาดการณ์กำไรบริษั ทจดทะเบียนในปีนี้เติบโต 10% ส่วนดอกเบี้ยนโยบายของไทยในปีนี้ คาดว่าจะอยู่ระดับ 1.5% ต่อปี
สำหรับกลุ่มหุ้นที่น่าสนใจ ได้แก่ พลังงาน ธนาคารพาณิชย์และกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
“แม้ตลาดหุ้นไทยไม่ได้เป็นตัวเลือกแรกของนักลงทุนต่างชาติ แต่เขาก็ไม่ได้ลดน้ำหนักการลงทุ นลง ตลาดหุ้นไทยจึงยังลงทุนได้ ขึ้นอยู่ที่ราคาหุ้นและการเติบโตน่าสนใจหรือไม่”นายชาคริต กล่าว
ส่วนเม็ดเงินลงทุนของต่างชาติที่ ขายทำกำไรหุ้นไทยออกไปบ้างจากความกังวลธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) จะขึ้นดอกเบี้ย แต่เชื่อว่าในจังหวะหุ้นปรั บฐานจะมีแรงซื้อหุ้นจากต่างชาติ กลับเข้ามา
นายชาคริต กล่าวว่า สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ แนะนำจัดพอร์ตลงทุน โดยลงทุนในหุ้น 50-55% แบ่งเป็นหุ้นไทย 35% หุ้นต่างประเทศ 20% ส่วนที่เหลือ 45% ลงทุนกองทุนอสังหาริมทรัพย์ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริ มทรัพย์ (รีท) และกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน
นายชาคริต พืชพันธ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายตราสารทุน สายบริหารกองทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เอ็มเอฟซี เปิดเผยว่า บริษัทมองเป้าหมายดัชนีหุ้ นไทยในปีนี้อยู่ที่ 1,660 จุด เติบโตประมาณ 7.5-8% จากสิ้นปีที่ผ่านมา แม้ผลตอบแทนอาจไม่สูงมากเหมือนปีที่ผ่านมา แต่แนวโน้มตลาดหุ้นไทยยังมีทิศทางเป็นขาขึ้น โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากเศรษฐกิจโลกโดยรวมที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้เศรษฐกิจภายในประเทศได้รับผลดี จากการลงทุนและการใช้จ่ายภาครัฐ รวมทั้งราคาสินค้าเกษตรบางชนิ ดราคาปรับตัวดีขึ้น โดยบริษัทประเมินการขยายตั วของเศรษฐกิจไทยปีนี้ไว้ที่ 3.3% ส่งผลให้มีการคาดการณ์กำไรบริษั ทจดทะเบียนในปีนี้เติบโต 10% ส่วนดอกเบี้ยนโยบายของไทยในปีนี้ คาดว่าจะอยู่ระดับ 1.5% ต่อปี
สำหรับกลุ่มหุ้นที่น่าสนใจ ได้แก่ พลังงาน ธนาคารพาณิชย์และกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
“แม้ตลาดหุ้นไทยไม่ได้เป็นตัวเลือกแรกของนักลงทุนต่างชาติ แต่เขาก็ไม่ได้ลดน้ำหนักการลงทุ นลง ตลาดหุ้นไทยจึงยังลงทุนได้ ขึ้นอยู่ที่ราคาหุ้นและการเติบโตน่าสนใจหรือไม่”นายชาคริต กล่าว
ส่วนเม็ดเงินลงทุนของต่างชาติที่ ขายทำกำไรหุ้นไทยออกไปบ้างจากความกังวลธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) จะขึ้นดอกเบี้ย แต่เชื่อว่าในจังหวะหุ้นปรั บฐานจะมีแรงซื้อหุ้นจากต่างชาติ กลับเข้ามา
นายชาคริต กล่าวว่า สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ แนะนำจัดพอร์ตลงทุน โดยลงทุนในหุ้น 50-55% แบ่งเป็นหุ้นไทย 35% หุ้นต่างประเทศ 20% ส่วนที่เหลือ 45% ลงทุนกองทุนอสังหาริมทรัพย์ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริ มทรัพย์ (รีท) และกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน






