thansettakij
thansettakij
บล.KTBST คาดการณ์หุ้นไทยวันนี้มีทิศทางที่ดีจากปัจจัยบวกของการแถลงนโยบายของทรัมป์

บล.KTBST คาดการณ์หุ้นไทยวันนี้มีทิศทางที่ดีจากปัจจัยบวกของการแถลงนโยบายของทรัมป์

02 มี.ค. 60 | 04:10 น.
อัปเดตล่าสุด :02 มี.ค. 60 | 11:10 น.
บล.KTBST คาดการณ์หุ้นไทยวันนี้ (2 มี.ค.)มีทิศทางที่ดีจากปัจจัยบวกของการแถลงนโยบายของทรัมป์ แต่มีปัจจัยกดดันหาก Fed ขึ้นดอกเบี้ยใน มี.ค. แนะถือหุ้นใหญ่ที่อิงกับการโตของเศรษฐกิจ

นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ กลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินตลาดหุ้นไทยในวันนี้(2 มี.ค.)วานนี้การพูดถึงนโยบายเศรษฐกิจสหรัฐฯอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่สำคัญๆ จะเป็นแผนลงทุนด้านสาธารณูปโภค และแผนการลดภาษี รวมทั้งอีกหลายๆนโยบายที่ใช้ตอนหาเสียง โดยไม่ได้มีความต่างกัน นั่นหมายความว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯจะเดินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ ตามที่เคยพูดไว้ เท่ากับ confirm หรือทำให้นักลงทุนเกิดความมั่นใจมากขึ้น เป็นบวกต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯโดยตรง และเรื่องที่สองที่เกี่ยวเนื่องกัน คือ ด้วยความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจที่จะขยายตัวจากนโยบายเศรษฐกิจดังกล่าว ทำให้โอกาสที่ Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุม 14-15 มี.ค.นี้มีมากขึ้นตามไปด้วย ผนวกกับการแสดงความเห็นของ ประธาน Fed สาขาเซนต์หลุยส์และนิวยอร์ก ที่ออกมาสนับสนุนการปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ ทั้งนี้ ในสัปดาห์นี้ ประธาน Fed หลายท่านขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในหลายๆสถานที่ ค่าความน่าจะเป็นของการปรับขึ้นดอกเบี้ยของ Fed เดือน มี.ค. ปรับขึ้นจาก 52% เป็น 80% ในคืนที่ผ่านมา ตอกย้ำว่านักลงทุนเชื่อมั่นว่า Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้มากขึ้นในทันทีทันใด

ส่วนปัจจัยในประเทศ เป็นเรื่องของผลการดำเนินงานวันสุดท้ายของการส่งงบ โดยกำไรสุทธิของบริษัทในตลาด (SET) จากการเก็บข้อมูลเบื้องต้นของ KTBST อยู่ที่ 8.7 แสนล้านบาท +40.6% YoYซึ่งเป็นกำไรที่ออกมาดีกว่าที่คาดไว้มาก โดยเราคาดว่า กำไรจะขยายตัวประมาณ 29% ขณะที่กำไรของบริษัทใน MAI อยู่ที่ 8.2 พันล้านบาท +20.1% YoY

ดังนั้นปัจจัยบวกของการแถลงนโยบายของประธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็นบวกต่อตลาดตรงที่นักลงทุนขายหุ้นหรือชะลอการลงทุนออกไปก่อนหน้านี้ พอผลออกมาเป็นบวกจึงกลับมาซื้อหุ้น แต่ถึงกระนั้น ตัวแปรที่ตามมาคือ โอกาสที่ Fed จะปรับดอกเบี้ยขึ้นมีมากขึ้นตามไปด้วย จะเป็นตัวถ่วงตลาดเพราะอาจเกิดการขายหรือปรับพอร์ตของนักลงทุนตามดอกเบี้ยและค่าเงินดออล่าร์สหรัฐฯ ภาพตลาดหุ้นวันนี้ จึงน่าจะเห็นความผันผวนทั้งจากการทำ cover short และการขายหุ้นของนักลงทุนที่มีความกังวลในเรื่อง Fund Flow ซึ่งจะทำให้ดัชนีฯบวกได้ก็ไม่มากนัก

"ตลาดอาจยังจะไปต่อด้วยผลการดำเนินงานของตลาดและแนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่มีทิศทางที่ดี เราแนะให้ถือหุ้นใหญ่ที่แนวโน้มผลการดำเนินงานยังดีและอิงกับภาวะเศรษฐกิจ นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มที่คาดได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจและดอกเบี้ยสหรัฐฯ น่าจะเป็นกลุ่มธนาคาร ขณะที่กลุ่มส่งออกแม้แนวโน้มจะดีตามแต่อาจมีเรื่องการแข็งค่าของเงินบาทเป็นตัวถ่วง ในการเก็งกำไรช่วงสั้น หุ้นที่เราคาดว่าอาจได้รับความสนใจจากนักลงทุน เช่น TCAP , KSL , SVI , S11 , LPN , SAMART"