thansettakij
thansettakij
ราคาน้ำมันดิบแตะระดับสูงสุดในรอบสามสัปดาห์ หลังโอเปกส่งสัญญาณร่วมมือลดกำลังการผลิตมากขึ้น

ราคาน้ำมันดิบแตะระดับสูงสุดในรอบสามสัปดาห์ หลังโอเปกส่งสัญญาณร่วมมือลดกำลังการผลิตมากขึ้น

22 ก.พ. 60 | 03:08 น.
อัปเดตล่าสุด :22 ก.พ. 60 | 10:08 น.
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์พลังงาน บมจ.ไทยออยล์ รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมัน  ประจำวันที่ 22 กุมภาพันธ์  2560

+ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 1% แตะระดับสูงสุดในรอบสามสัปดาห์ หลังผู้ผลิตกลุ่มโอเปกและรัสเซียมีทีท่าว่าจะให้ความร่วมมือในการปรับลดกำลังการผลิตมากขึ้น เพื่อบรรเทาภาวะอุปทานน้ำมันล้นตลาด

+ เลขาธิการกลุ่มโอเปก เผยว่า ผู้ผลิตกลุ่มโอเปกมีความมุ่งมั่นที่จะให้ความร่วมมือในการลดกำลังการผลิตมากขึ้น หลังตัวเลขการปรับลดกำลังการผลิตกลุ่มโอเปกอยู่ในระดับมากกว่า 90% ในเดือน ม.ค. ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังในตลาดโลกมีแนวโน้มปรับตัวลดลง

+ ผู้จัดการกองทุนมีปริมาณการถือครองสัญญาน้ำมันดิบ Brent สุทธิ (Net Long Position) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 18,539 สัญญา มาอยู่ที่ 481,399 สัญญา ซึ่งเทียบเท่ากับปริมาณน้ำมันดิบที่ 481 ล้านบาร์เรล หรือเทียบเท่ากับความต้องการใช้น้ำมันของทั้งโลกจำนวน 5 วัน จากความเชื่อมั่นว่าราคาน้ำมันดิบจะปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังประเทศทั้งในและนอกกลุ่มโอเปกให้ความร่วมมือในการปรับลดกำลังการผลิตลง

- ผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดน้ำมันล่วงหน้ามองว่าอิหร่านมีแนวโน้มที่จะปรับเพิ่มปริมาณการผลิตมากขึ้น ซึ่งสวนทางกับที่เลขาธิการกลุ่มโอเปกได้ กล่าวไว้ว่าผู้ผลิตกลุ่มโอเปกจะให้ความร่วมมือปรับลดกำลังการผลิตมากขึ้น

- อย่างไรก็ตาม เลขาธิการกลุ่มโอเปกกล่าวว่า อาจจะเร็วเกินไปที่จะบอกว่าผู้ผลิตกลุ่มโอเปกจะปรับลดกำลังการผลิตมากขึ้น หรือจะขยายระยะเวลาในการปรับลดกำลังการผลิตออกไปในการประชุมกลุ่มโอเปกในเดือน พ.ค.

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ โดยได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ในภูมิภาคเอเซียและตะวันออกกลางที่ยังคงอยู่ในระดับสูง เนื่องจากยังคงมีแรงซื้อจากประเทศศรีลังกา ประเทศอียิปต์ และ ประเทศคูเวต

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงสวนทางกับราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังได้รับแรงกดดันจากการที่ประเทศจีนส่งออกมากขึ้น อย่างไรก็ตามราคายังคงได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อที่เพิ่มขึ้น จากประเทศอียิปต์

oil0222-1 ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 51-56 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 53-58 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

ติดตามการประชุมระหว่างผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปกในวันที่ 21 – 22 ก.พ. เกี่ยวกับข้อตกลงปรับลดกำลังการผลิต ซึ่งมีแนวโน้มเป็นไปในทางที่ดี หลังรายงานประจำเดือน ก.พ. 2560 ของโอเปก เปิดเผยว่าประเทศผู้ผลิตกลุ่มโอเปก ทั้ง 11 ประเทศไม่รวม ลิเบีย ไนจีเรีย และอินโดนีเซีย ปรับลดปริมาณการผลิตในเดือนม.ค. 2560 ลงมาสู่ระดับ 29.88 ล้านบาร์เรลต่อวัน

กำลังการผลิตของลิเบียมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลังแหล่งน้ำมันดิบ El Feel กำลังการผลิต 75,000 บาร์เรลต่อวัน จะกลับมาดำเนินการอีกครั้ง ซึ่งปัจจุบันปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของลิเบียแตะระดับ 0.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน และคาดว่าจะแตะระดับ 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนส.ค. นอกจากนี้รัฐบาลลิเบียยังคาดการณ์ว่าปริมาณการผลิตจะมาอยู่ที่ 1.6 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2561

ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบจากชั้นหินดินดาน (Shale Oil) มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น โดยล่าสุดสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) คาดการณ์ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบจากชั้นหินดินดานในเดือนมี.ค. ปรับเพิ่มขึ้นราว 0.08 ล้านบาร์เรลต่อวัน เมื่อเทียบกับปริมาณการผลิตในเดือนก.พ. มาสู่ระดับ 4.87 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นจากแหล่งผลิต Permian ราว 0.07 ล้านบาร์เรลต่อวัน นอกจากนี้ ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบจากแหล่งผลิต Eagle Ford ยังปรับเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบปี โดยปรับเพิ่มขึ้นราว 0.014 ล้านบาร์เรลต่อวัน

ที่มา : บมจ.ไทยออยล์