
นิด้าโพลเผยปชช.ร้อยละ 58.48 ไม่รู้ว่า“วันมาฆบูชา” มีเหตุการณ์สำคัญทางพระพุทธศาสนาอย่างไร
“วันมาฆบูชา โอวาทปาฏิโมกข์: หลักธรรมที่ควรปฏิบัติภายใต้สังคมไทยในยุคปัจจุบัน”
เนื่องในวันเสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 นี้ ตรงกับวันมาฆบูชา ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “วันมาฆบูชา โอวาทปาฏิโมกข์: หลักธรรมที่ควรปฏิบัติภายใต้สังคมไทย ในยุคปัจจุบัน” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 7 – 8 กุมภาพันธ์ 2560 กรณีศึกษาจากประชาชนที่นับถือศาสนาพุทธ กระจายทุกระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,250 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการรับรู้ความสำคัญของวันมาฆบูชา และหลักธรรมที่คนไทยควรยึดถือปฏิบัติมากที่สุดจากการสำรวจเมื่อถามถึงการรับรู้ของประชาชนเกี่ยวกับเหตุการณ์สำคัญทางพระพุทธศาสนาใน “วันมาฆบูชา” พบว่า ประชาชนชาวพุทธส่วนใหญ่ ร้อยละ 58.48 ระบุว่า ไม่ทราบว่า “วันมาฆบูชา” มีเหตุการณ์สำคัญทางพระพุทธศาสนาอย่างไร
ขณะที่ ร้อยละ 41.52 ระบุว่า ทราบ และสามารถระบุได้ถูกต้องว่า เป็นวันเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 และมีพระสงฆ์จำนวน 1,250 รูป มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย เพื่อสักการะพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระสงฆ์ที่มาประชุม ทั้งหมดล้วนแต่เป็นพระอรหันต์ ผู้ได้อภิญญา 6 และเป็นพระสงฆ์ที่ได้รับการอุปสมบทโดยตรงจาก พระพุทธเจ้า (เอหิภิกขุอุปสัมปทา) การรับรู้ของประชาชนเกี่ยวกับการประกาศให้วันมาฆบูชา เป็น "วันกตัญญูแห่งชาติ" พบว่า ประชาชนชาวพุทธส่วนใหญ่ ร้อยละ 75.04 ระบุว่า ไม่ทราบ ขณะที่ร้อยละ 24.96 ระบุว่า ทราบ
ท้ายที่สุด เมื่อสอบถามความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับหลักธรรม ที่ทุกคนในสังคมไทยในยุคปัจจุบันต้องมีมากที่สุด พบว่า ประชาชนชาวพุทธส่วนใหญ่ ร้อยละ 35.92 ระบุว่า เป็นศีล 5 รองลงมา ร้อยละ 13.52 ระบุว่า เป็นพรหมวิหาร 4 (เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา) ร้อยละ 8.56 ระบุว่า เป็นสติ (โพชฌงค์ 7) ร้อยละ 7.28 ระบุว่า เป็นการไม่มีกิเลส (ไม่มีความโลภ โกรธ หลง เห็นผิดเป็นชอบ หลงผิด) ร้อยละ 5.52 ระบุว่า เป็นขันติ (ความอดทนอดกลั้น) ร้อยละ 4.56 ระบุว่า เป็นหิริ โอตัปปะ (ความเกรงกลัวและละอายต่อบาป) ร้อยละ 4.08 ระบุว่า เป็นสาราณียธรรม 6 (ธรรมแห่งการสร้างความสามัคคี) ร้อยละ 3.76 ระบุว่า เป็นอริยสัจ 4 (ทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรค 8) ร้อยละ 3.60 ระบุว่า เป็นกตัญญู กตเวที (ความกตัญญู รู้คุณคนอื่น เช่น พ่อแม่ ครูบาอาจารย์ และคนที่มีบุญคุณ ฯลฯ) ร้อยละ 2.48 ระบุว่า เป็นสมาธิ (โพชฌงค์ 7) ร้อยละ 1.28 ระบุว่า เป็นปัญญา ร้อยละ 5.44 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ อิทธิบาท 4, ฆารวาสธรรม 4, กุศลกรรมบท 10, โอวาท 3, การไม่เบียดเบียนผู้อื่น และความพอเพียง และร้อยละ 4.00 ไม่ระบุ/ไม่แใน่ใจ
เนื่องในวันเสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 นี้ ตรงกับวันมาฆบูชา ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “วันมาฆบูชา โอวาทปาฏิโมกข์: หลักธรรมที่ควรปฏิบัติภายใต้สังคมไทย ในยุคปัจจุบัน” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 7 – 8 กุมภาพันธ์ 2560 กรณีศึกษาจากประชาชนที่นับถือศาสนาพุทธ กระจายทุกระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,250 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการรับรู้ความสำคัญของวันมาฆบูชา และหลักธรรมที่คนไทยควรยึดถือปฏิบัติมากที่สุดจากการสำรวจเมื่อถามถึงการรับรู้ของประชาชนเกี่ยวกับเหตุการณ์สำคัญทางพระพุทธศาสนาใน “วันมาฆบูชา” พบว่า ประชาชนชาวพุทธส่วนใหญ่ ร้อยละ 58.48 ระบุว่า ไม่ทราบว่า “วันมาฆบูชา” มีเหตุการณ์สำคัญทางพระพุทธศาสนาอย่างไร
ขณะที่ ร้อยละ 41.52 ระบุว่า ทราบ และสามารถระบุได้ถูกต้องว่า เป็นวันเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 และมีพระสงฆ์จำนวน 1,250 รูป มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย เพื่อสักการะพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระสงฆ์ที่มาประชุม ทั้งหมดล้วนแต่เป็นพระอรหันต์ ผู้ได้อภิญญา 6 และเป็นพระสงฆ์ที่ได้รับการอุปสมบทโดยตรงจาก พระพุทธเจ้า (เอหิภิกขุอุปสัมปทา) การรับรู้ของประชาชนเกี่ยวกับการประกาศให้วันมาฆบูชา เป็น "วันกตัญญูแห่งชาติ" พบว่า ประชาชนชาวพุทธส่วนใหญ่ ร้อยละ 75.04 ระบุว่า ไม่ทราบ ขณะที่ร้อยละ 24.96 ระบุว่า ทราบ
ท้ายที่สุด เมื่อสอบถามความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับหลักธรรม ที่ทุกคนในสังคมไทยในยุคปัจจุบันต้องมีมากที่สุด พบว่า ประชาชนชาวพุทธส่วนใหญ่ ร้อยละ 35.92 ระบุว่า เป็นศีล 5 รองลงมา ร้อยละ 13.52 ระบุว่า เป็นพรหมวิหาร 4 (เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา) ร้อยละ 8.56 ระบุว่า เป็นสติ (โพชฌงค์ 7) ร้อยละ 7.28 ระบุว่า เป็นการไม่มีกิเลส (ไม่มีความโลภ โกรธ หลง เห็นผิดเป็นชอบ หลงผิด) ร้อยละ 5.52 ระบุว่า เป็นขันติ (ความอดทนอดกลั้น) ร้อยละ 4.56 ระบุว่า เป็นหิริ โอตัปปะ (ความเกรงกลัวและละอายต่อบาป) ร้อยละ 4.08 ระบุว่า เป็นสาราณียธรรม 6 (ธรรมแห่งการสร้างความสามัคคี) ร้อยละ 3.76 ระบุว่า เป็นอริยสัจ 4 (ทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรค 8) ร้อยละ 3.60 ระบุว่า เป็นกตัญญู กตเวที (ความกตัญญู รู้คุณคนอื่น เช่น พ่อแม่ ครูบาอาจารย์ และคนที่มีบุญคุณ ฯลฯ) ร้อยละ 2.48 ระบุว่า เป็นสมาธิ (โพชฌงค์ 7) ร้อยละ 1.28 ระบุว่า เป็นปัญญา ร้อยละ 5.44 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ อิทธิบาท 4, ฆารวาสธรรม 4, กุศลกรรมบท 10, โอวาท 3, การไม่เบียดเบียนผู้อื่น และความพอเพียง และร้อยละ 4.00 ไม่ระบุ/ไม่แใน่ใจ






