
บล.KTBST ประเมินหุ้นไทยวันนี้ ( 10 ก.พ.)อาจปรับตัวขึ้นบ้างจากข่าวในเชิงบวก
บล.KTBST ประเมินหุ้นไทยวันนี้ ( 10 ก.พ.)อาจปรับตัวขึ้นบ้างจากข่าวในเชิงบวกเรื่องที่ Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยครั้งเดียว แต่ตลาดอาจยังเป็นการเก็งกำไรในช่วงสั้น ยังแนะกลยุทธ์ลงทุนเน้นเลือกหุ้นที่เติบโตตามเศรษฐกิจเป็นหลัก
นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ กลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินตลาดหุ้นไทยในวันนี้( 10ก.พ.)ตลาดหุ้นต่างประเทศคืนที่ผ่านมา ได้ตัวช่วยสำคัญ คือ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของ Fed ระบุว่า Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยได้เพียงครั้งเดียวในปีนี้ เพราะนโยบายของ Trump อาจส่งผลในปีหน้า และ Fed อาจจำต้องดำเนินนโยบายดอกเบี้ยต่ำไปอีกระยะหนึ่ง (ค่า Implied Probabilities ของ Fed Fund Futures สำหรับการประชุมเดือน มี.ค. และ พ.ค. อยู่ที่ 26% และ 40% ตามลำดับ บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดว่า Fed จะยังไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไป) และอีกตัวช่วย คือ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวในการให้สัมภาษณ์ว่า นโยบายลดภาษี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะถูกประกาศใน 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า เรามองว่าการที่ Fed มีแนวโน้มชะลอการขึ้นดอกเบี้ยและสหรัฐฯกำลังจะเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจตามนโยบายหาเสียง เป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ด้วย
ขณะที่ศาลอุทธรณ์เขต 9 ประจำนครซาน ฟรานซิสโกของสหรัฐ มีคำพิพากษายืน โดยปฏิเสธที่จะให้รื้อฟื้นคำสั่งแบนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ ในการห้ามพลเมืองจาก 7 ชาติมุสลิมเข้าประเทศ หมายความว่า ยังให้ระงับการนำคำสั่งนี้มาใช้อยู่ต่อไป แม้จะเป็นข่าวที่ออกมาในทางลบ แต่ความชัดเจนอาจมีความสำคัญมากกว่า ดังนั้นผลลบต่อตลาดหุ้นจึงค่อนข้างน้อย
สำหรับปัจจัยของไทยเอง ด้วยความแข็งแรงด้านเศรษฐกิจ ดูได้จากการปรับตัวเลข GDP ขึ้น ค่าเงินบาทแข็งเมื่อเทียบกับเงินในภูมิภาคนี้ และมีเงินไหลเข้าจากต่างประเทศแต่ไปอยู่ในตลาดพันธบัตร เป็นปัจจัยที่ทำให้หุ้นที่อิงภาวะเศรษฐกิจ รวมไปถึงตลาดหุ้นไทยยังมีแนวโน้มเดินหน้าต่อ นอกจากนี้ ผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 4/59 ที่เริ่มนำส่งกันมากขึ้น จะทำให้นักลงทุนเข้ามาเก็งกำไรในหุ้นรายกันกันมากขึ้น
ดังนั้นทิศทางตลาดหุ้นไทยวันนี้ ด้วยตัวช่วย 2 ตัว คือ Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยช้าและสหรัฐฯจะมีการประกาศแผนลดภาษีจะทำให้ตลาดหุ้นมีความคึกคักมากขึ้นในวันนี้ อย่างไรก็ตาม การพบกันของสองผู้นำของสหรัฐฯ-ญี่ปุ่น ในคืนนี้ ซึ่งจะมีผลต่อตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า จะทำให้แรงซื้อส่วนใหญ่จะเป็นเพียงเข้ามาเก็งกำไรช่วงสั้นๆ ตัวแปรที่จะมีผลต่อตลาดในระหว่างวัน คือตัวเลขส่งออกของจีน (คาด +3.2%YoY ; ใน term ของดอลล่าร์)
"การสลับกลุ่มเล่นระหว่างหุ้นใหญ่ที่เราเห็นกันวานนี้ เป็นสัญญาณว่าตลาดหุ้นมีเม็ดเงินเข้ามาอย่างจำกัด อาจเป็นเพราะยังไม่แน่ใจในทิศทางตลาด การเข้าลงทุนในวันนี้ จึงต้องเป็นแบบ selective โดยเน้นหุ้นที่ได้ปัจจัยบวกจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจเป็นหลัก"
นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ กลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินตลาดหุ้นไทยในวันนี้( 10ก.พ.)ตลาดหุ้นต่างประเทศคืนที่ผ่านมา ได้ตัวช่วยสำคัญ คือ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของ Fed ระบุว่า Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยได้เพียงครั้งเดียวในปีนี้ เพราะนโยบายของ Trump อาจส่งผลในปีหน้า และ Fed อาจจำต้องดำเนินนโยบายดอกเบี้ยต่ำไปอีกระยะหนึ่ง (ค่า Implied Probabilities ของ Fed Fund Futures สำหรับการประชุมเดือน มี.ค. และ พ.ค. อยู่ที่ 26% และ 40% ตามลำดับ บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดว่า Fed จะยังไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไป) และอีกตัวช่วย คือ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวในการให้สัมภาษณ์ว่า นโยบายลดภาษี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะถูกประกาศใน 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า เรามองว่าการที่ Fed มีแนวโน้มชะลอการขึ้นดอกเบี้ยและสหรัฐฯกำลังจะเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจตามนโยบายหาเสียง เป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ด้วย
ขณะที่ศาลอุทธรณ์เขต 9 ประจำนครซาน ฟรานซิสโกของสหรัฐ มีคำพิพากษายืน โดยปฏิเสธที่จะให้รื้อฟื้นคำสั่งแบนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ ในการห้ามพลเมืองจาก 7 ชาติมุสลิมเข้าประเทศ หมายความว่า ยังให้ระงับการนำคำสั่งนี้มาใช้อยู่ต่อไป แม้จะเป็นข่าวที่ออกมาในทางลบ แต่ความชัดเจนอาจมีความสำคัญมากกว่า ดังนั้นผลลบต่อตลาดหุ้นจึงค่อนข้างน้อย
สำหรับปัจจัยของไทยเอง ด้วยความแข็งแรงด้านเศรษฐกิจ ดูได้จากการปรับตัวเลข GDP ขึ้น ค่าเงินบาทแข็งเมื่อเทียบกับเงินในภูมิภาคนี้ และมีเงินไหลเข้าจากต่างประเทศแต่ไปอยู่ในตลาดพันธบัตร เป็นปัจจัยที่ทำให้หุ้นที่อิงภาวะเศรษฐกิจ รวมไปถึงตลาดหุ้นไทยยังมีแนวโน้มเดินหน้าต่อ นอกจากนี้ ผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 4/59 ที่เริ่มนำส่งกันมากขึ้น จะทำให้นักลงทุนเข้ามาเก็งกำไรในหุ้นรายกันกันมากขึ้น
ดังนั้นทิศทางตลาดหุ้นไทยวันนี้ ด้วยตัวช่วย 2 ตัว คือ Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยช้าและสหรัฐฯจะมีการประกาศแผนลดภาษีจะทำให้ตลาดหุ้นมีความคึกคักมากขึ้นในวันนี้ อย่างไรก็ตาม การพบกันของสองผู้นำของสหรัฐฯ-ญี่ปุ่น ในคืนนี้ ซึ่งจะมีผลต่อตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า จะทำให้แรงซื้อส่วนใหญ่จะเป็นเพียงเข้ามาเก็งกำไรช่วงสั้นๆ ตัวแปรที่จะมีผลต่อตลาดในระหว่างวัน คือตัวเลขส่งออกของจีน (คาด +3.2%YoY ; ใน term ของดอลล่าร์)
"การสลับกลุ่มเล่นระหว่างหุ้นใหญ่ที่เราเห็นกันวานนี้ เป็นสัญญาณว่าตลาดหุ้นมีเม็ดเงินเข้ามาอย่างจำกัด อาจเป็นเพราะยังไม่แน่ใจในทิศทางตลาด การเข้าลงทุนในวันนี้ จึงต้องเป็นแบบ selective โดยเน้นหุ้นที่ได้ปัจจัยบวกจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจเป็นหลัก"






