thansettakij
thansettakij
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น หลังปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯไม่ได้ปรับตัวสูงขึ้นมากอย่างที่นักลงทุนกังวล

ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น หลังปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯไม่ได้ปรับตัวสูงขึ้นมากอย่างที่นักลงทุนกังวล

09 ก.พ. 60 | 02:19 น.
อัปเดตล่าสุด :09 ก.พ. 60 | 09:19 น.
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์พลังงาน บมจ.ไทยออยล์ รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมัน  ประจำวันที่ 9 กุมภาพันธ์  2560

+ ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น หลังปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ รายงานโดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) ไม่ได้ปรับตัวสูงขึ้นมากอย่างที่นักลงทุนกังวลก่อนหน้านี้ เนื่องจากตัวเลขของสถาบันปิโตรเลียมด้านพลังงานของสหรัฐฯ (API) ที่รายงานเมื่อวานนี้ สูงกว่าตัวเลขที่รายงานโดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ

-/+ สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 3 ก.พ. 60 ปรับเพิ่มขึ้นราว 13.83 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ 508.59 ล้านบาร์เรล ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นน้อยกว่าตัวเลขปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ที่รายงานโดยสถาบันปิโตรเลียมด้านพลังงานของสหรัฐฯ

+ ปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังสหรัฐฯ ปรับลดลงราว 0.87 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะปรับเพิ่มขึ้นราว 1.1 ล้านบาร์เรล นอกจากนี้ ยังเป็นการปรับลดลงครั้งแรกหลังจากการปรับเพิ่มขึ้น 5 สัปดาห์ติดต่อกัน

+ นาย Mohammed Al-Sada รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของกาตาร์เผยว่า อุปสงค์การใช้น้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สามารถรองรับปริมาณการผลิตของน้ำมันดิบจากชั้นหินดินดาน (Shale Oil) ในสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น หลังราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นได้

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ จากแรงหนุนของอุปทานที่หายไปจากปิดซ่อมบำรุงของโรงกลั่นน้ำมันในประเทศอินโดนีเซียตั้งแต่ปลายเดือน ม.ค. ขณะที่อุปสงค์ในภูมิภาคยังคงทรงตัว

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากตลาดซื้อขายล่วงหน้ายังคงแข็งแกร่ง แม้ว่าญี่ปุ่นจะมีการผลิตและส่งออกน้ำมันดีเซลมากขึ้นแต่ตลาดยังคงได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ที่ดีของประเทศเวียดนามและอินโดนีเซีย

oil0209-1 ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 51-56 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 53-58 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

การปรับลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปกมีความเป็นไปได้มากขึ้น หลังผลสำรวจของ Reuters รายงานปริมาณการปรับลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตกลุ่มโอเปกในเดือน ม.ค. 60 ปรับลดลงราว 0.958 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็น 82% เมื่อเทียบกับข้อตกลงปรับลดลงกำลังการผลิต 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน นับว่าเป็นการปรับลดมากกว่าในอดีตที่สามารถปรับลดได้เพียง 60% ในปี 2552 ในขณะที่ ผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปกรายใหญ่อย่างรัสเซียปรับลดกำลังการผลิตลงราว 0.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือนม.ค. 60 เมื่อเทียบกับกำลังการผลิตในเดือน ธ.ค. 59 มาสู่ระดับ 11.11 ล้านบาร์เรลต่อวัน

จับตาสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และ อิหร่านที่อาจช่วยหนุนราคาน้ำมันดิบ หลังอิหร่านออกมายืนยันว่าได้ทดสอบขีปนาวุธครั้งล่าสุด หลังนายโดนัล ทรัมป์ รับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งเป็นการกระทำที่สวนทางกับที่นายโดนัล ทรัมป์ได้กล่าวไว้ในช่วงหาเสียง ว่าจะต่อต้านกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับขีปนาวุธของอิหร่าน นอกจากนี้ อิหร่านยังยืนยันว่าการทดสอบขีปนาวุธนั้นเป็นไปตามแผนของประเทศ และจะไม่ยอมให้ต่างชาติมาแทรกแซง

ที่มา : บมจ.ไทยออยล์