
บล.KTBST ประเมินหุ้นไทยวันนี้ยังอยู่ในช่วงพักฐาน
บล.KTBST ประเมินหุ้นไทยวันนี้ ( 3 ก.พ.)ยังอยู่ในช่วงพักฐาน ทิศทางทางยังเป็น side way แนะเน้นข่าวในเชิงบวกเฉพาะตัว หุ้นที่น่าสนใจ JMART , ROBINS , ESSO , UNIQ
นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ กลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินตลาดหุ้นไทยในวันนี้ 3ก.พ.)การที่ Fed ชะลอการขึ้นดอกเบี้ยออกไปก่อน แต่ตลาดก็ยังคงมีความกังวลต่อนโยบายของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทำให้เกิดสูญญากาศขึ้นในตลาด คือ ชะลอการลงทุน ซึ่งอาจต้องรอถึง 10 ก.พ. เมื่อสหรัฐฯมีการประชุมร่วมกับนายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่น และวันนี้ มีตัวเลขและข้อมูลเศรษฐกิจหลายตัว อาทิรายงานประชุม BOJ (ที่ประชุมไปแล้ว) ตัวเลข PMI ของจีนและยุโรป รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญที่สุดจะเป็นตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (คาด +175k) และอัตราค่าจ้างรายชั่วโมง ซึ่งจะทำให้นักลงทุนชะลอการลงทุนเพื่อรอดูตัวเลขเหล่านี้
ด้านราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาน้ำมันดิบ WTI ปิดไปที่ $53.54 เหรียญ/บาร์เรล อานิสงค์จากดอลล่าร์ที่อ่อนค่าและ supply ทีลดลงจากกลุ่ม OPEC รวมถึงรัสเซีย วันนี้ตลาดหุ้นจีนเปิดทำการหลังหยุดยาวจากเทศกาลตรุษจีน น่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าในกลุ่มที่เป็นวัตถุดิบ ที่จะกลับมาซื้อขายตามปกติ
โดยปัจจัยในประเทศ ผลการดำเนินงานและคาดการณ์กำไร Q4-59 ของบริษัทในตลาด จะเป็นปัจจัยที่มีผลต่อหุ้นเฉพาะตัว อย่างไรก็ตามแรงขายของนักลงทุนต่างประเทศหรือสถาบันฯจากการลดความเสี่ยง จะทำให้นักลงทุนกลุ่มอื่นไม่กล้าเข้ามาซื้อหุ้นด้วย
ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ปัจจัยทั้งในแต่ต่างประเทศยังไม่ได้ส่งสัญญาณบวกเข้ามาในตลาด และคืนนี้สหรัฐฯจะมีการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ แนวโน้มตลาดจึงไม่น่าต่างจากสองวันที่ผ่านมา คือ side way นักลงทุนเข้ามาลงทุนในกรอบเวลาสั้นๆ ดัชนีฯมีแนวโน้มที่จะปิดลดลงจากวันก่อน
"เรามองว่าตลาดหุ้นไทยยังอยู่ในช่วงของการปรับฐานกลยุทธ์การลงทุน สั้นๆ เรายังแนะนำ ให้เน้นเล่นหุ้นที่มีข่าวบวกเฉพาะตัว หรือคนที่เล่นหุ้นตลาดหรือหุ้นใหญ่ อาจเลือกที่จะ “ถือ” ไว้ก่อนเพื่อรอดูทิศทางตลาด”
นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ กลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินตลาดหุ้นไทยในวันนี้ 3ก.พ.)การที่ Fed ชะลอการขึ้นดอกเบี้ยออกไปก่อน แต่ตลาดก็ยังคงมีความกังวลต่อนโยบายของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทำให้เกิดสูญญากาศขึ้นในตลาด คือ ชะลอการลงทุน ซึ่งอาจต้องรอถึง 10 ก.พ. เมื่อสหรัฐฯมีการประชุมร่วมกับนายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่น และวันนี้ มีตัวเลขและข้อมูลเศรษฐกิจหลายตัว อาทิรายงานประชุม BOJ (ที่ประชุมไปแล้ว) ตัวเลข PMI ของจีนและยุโรป รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญที่สุดจะเป็นตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (คาด +175k) และอัตราค่าจ้างรายชั่วโมง ซึ่งจะทำให้นักลงทุนชะลอการลงทุนเพื่อรอดูตัวเลขเหล่านี้
ด้านราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาน้ำมันดิบ WTI ปิดไปที่ $53.54 เหรียญ/บาร์เรล อานิสงค์จากดอลล่าร์ที่อ่อนค่าและ supply ทีลดลงจากกลุ่ม OPEC รวมถึงรัสเซีย วันนี้ตลาดหุ้นจีนเปิดทำการหลังหยุดยาวจากเทศกาลตรุษจีน น่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าในกลุ่มที่เป็นวัตถุดิบ ที่จะกลับมาซื้อขายตามปกติ
โดยปัจจัยในประเทศ ผลการดำเนินงานและคาดการณ์กำไร Q4-59 ของบริษัทในตลาด จะเป็นปัจจัยที่มีผลต่อหุ้นเฉพาะตัว อย่างไรก็ตามแรงขายของนักลงทุนต่างประเทศหรือสถาบันฯจากการลดความเสี่ยง จะทำให้นักลงทุนกลุ่มอื่นไม่กล้าเข้ามาซื้อหุ้นด้วย
ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ปัจจัยทั้งในแต่ต่างประเทศยังไม่ได้ส่งสัญญาณบวกเข้ามาในตลาด และคืนนี้สหรัฐฯจะมีการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ แนวโน้มตลาดจึงไม่น่าต่างจากสองวันที่ผ่านมา คือ side way นักลงทุนเข้ามาลงทุนในกรอบเวลาสั้นๆ ดัชนีฯมีแนวโน้มที่จะปิดลดลงจากวันก่อน
"เรามองว่าตลาดหุ้นไทยยังอยู่ในช่วงของการปรับฐานกลยุทธ์การลงทุน สั้นๆ เรายังแนะนำ ให้เน้นเล่นหุ้นที่มีข่าวบวกเฉพาะตัว หรือคนที่เล่นหุ้นตลาดหรือหุ้นใหญ่ อาจเลือกที่จะ “ถือ” ไว้ก่อนเพื่อรอดูทิศทางตลาด”






