
คปป.มีมติให้ใช้มาตรการปกป้องสินค้าเหล็ก H-Beam เจืออัลลอย 2 ปี
คณะกรรมการพิจารณามาตรการปกป้องมีมติแล้ว ให้ใช้มาตรการปกป้องสินค้าเหล็ก H-Beam เจืออัลลอย 2 ปี
นางสาววิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะกรรมการคณะกรรมการพิจารณามาตรการปกป้อง (คปป.) เปิดเผยว่า วันที่ 20 มกราคม 2560 ที่ประชุมคณะกรรมการ คปป. ได้พิจารณาผลการไต่สวนชั้นที่สุด กรณีการพิจารณากำหนดมาตรการปกป้องจากการนำเข้าสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณ รีดร้อนเจืออัลลอยหน้าตัดรูปตัว H (H-Beam เจืออัลลอย) โดยมีมติให้กำหนดมาตรการปกป้องเป็นระยะเวลา 2 ปี ในอัตรา ปีที่ 1 ร้อยละ 31.43 และปีที่ 2 ร้อยละ 31.05 ของราคานำเข้า ซี ไอ เอฟ โดยมีข้อยกเว้นสำหรับสินค้า ที่นำเข้ามาผลิตเพื่อส่งออกและสินค้าที่มีความจำเป็นในการใช้งานที่มีข้อจำกัดและมีลักษณะเฉพาะตามคุณสมบัติ ความทนทานต่อแรงดึงและความหนาของหน้าแปลน รวมถึงเหล็กที่มีความสูงเกิน 912 มม. ขึ้นไป เนื่องจากพบว่า มีการนำเข้าสินค้าดังกล่าวที่เพิ่มขึ้น และก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงที่คุกคามอุตสาหกรรมภายใน โดยเป็นความเสียหายที่ชัดแจ้งว่าใกล้จะเกิดแก่อุตสาหกรรมภายใน ทั้งนี้ ในการวินิจฉัยผลชั้นที่สุดดังกล่าว คณะกรรมการ คปป. ได้พิจารณาจากข้อมูลและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งรวมถึงข้อมูลจากผู้มีส่วนได้เสีย ในกรณีนี้ ไม่ว่าจะเป็นผู้นำเข้า ผู้ส่งออกจากต่างประเทศ หรือผู้ผลิตสินค้าในประเทศ
“คณะกรรมการฯ ได้มีผลการพิจารณาชั้นที่สุด ให้กำหนดมาตรการปกป้องเป็นระยะเวลา 2 ปี ซึ่งลดลงจากการพิจารณาร่างผลการไต่สวนชั้นที่สุด ที่เดิมจะให้กำหนดมาตรการ 3 ปี เนื่องจากที่ประชุมได้มีการพิจารณาข้อมูลเพิ่มเติมในเรื่องของการแก้ไขมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมของกระทรวงอุตสาหกรรม จากเดิมเลขที่ มอก. 1227 - 2539 เป็นเลขที่ มอก. 1227 – 2558 ซึ่งควบคุมเรื่องการเจือธาตุอัลลอยเพิ่มเติมจากมาตรฐานเดิม ที่จะมีผลควบคุมถึงสินค้าเหล็ก H-Beam เจืออัลลอย โดยจะมีผลใช้บังคับในระยะต่อไป คณะกรรมการฯ จึงเห็นควรให้กำหนดมาตรการปกป้องเพียงเท่าที่จำเป็น”
นางสาววิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะกรรมการคณะกรรมการพิจารณามาตรการปกป้อง (คปป.) เปิดเผยว่า วันที่ 20 มกราคม 2560 ที่ประชุมคณะกรรมการ คปป. ได้พิจารณาผลการไต่สวนชั้นที่สุด กรณีการพิจารณากำหนดมาตรการปกป้องจากการนำเข้าสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณ รีดร้อนเจืออัลลอยหน้าตัดรูปตัว H (H-Beam เจืออัลลอย) โดยมีมติให้กำหนดมาตรการปกป้องเป็นระยะเวลา 2 ปี ในอัตรา ปีที่ 1 ร้อยละ 31.43 และปีที่ 2 ร้อยละ 31.05 ของราคานำเข้า ซี ไอ เอฟ โดยมีข้อยกเว้นสำหรับสินค้า ที่นำเข้ามาผลิตเพื่อส่งออกและสินค้าที่มีความจำเป็นในการใช้งานที่มีข้อจำกัดและมีลักษณะเฉพาะตามคุณสมบัติ ความทนทานต่อแรงดึงและความหนาของหน้าแปลน รวมถึงเหล็กที่มีความสูงเกิน 912 มม. ขึ้นไป เนื่องจากพบว่า มีการนำเข้าสินค้าดังกล่าวที่เพิ่มขึ้น และก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงที่คุกคามอุตสาหกรรมภายใน โดยเป็นความเสียหายที่ชัดแจ้งว่าใกล้จะเกิดแก่อุตสาหกรรมภายใน ทั้งนี้ ในการวินิจฉัยผลชั้นที่สุดดังกล่าว คณะกรรมการ คปป. ได้พิจารณาจากข้อมูลและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งรวมถึงข้อมูลจากผู้มีส่วนได้เสีย ในกรณีนี้ ไม่ว่าจะเป็นผู้นำเข้า ผู้ส่งออกจากต่างประเทศ หรือผู้ผลิตสินค้าในประเทศ
“คณะกรรมการฯ ได้มีผลการพิจารณาชั้นที่สุด ให้กำหนดมาตรการปกป้องเป็นระยะเวลา 2 ปี ซึ่งลดลงจากการพิจารณาร่างผลการไต่สวนชั้นที่สุด ที่เดิมจะให้กำหนดมาตรการ 3 ปี เนื่องจากที่ประชุมได้มีการพิจารณาข้อมูลเพิ่มเติมในเรื่องของการแก้ไขมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมของกระทรวงอุตสาหกรรม จากเดิมเลขที่ มอก. 1227 - 2539 เป็นเลขที่ มอก. 1227 – 2558 ซึ่งควบคุมเรื่องการเจือธาตุอัลลอยเพิ่มเติมจากมาตรฐานเดิม ที่จะมีผลควบคุมถึงสินค้าเหล็ก H-Beam เจืออัลลอย โดยจะมีผลใช้บังคับในระยะต่อไป คณะกรรมการฯ จึงเห็นควรให้กำหนดมาตรการปกป้องเพียงเท่าที่จำเป็น”






