
แนวโน้มราคาทองคำวันพรุ่งนี้(20 ม.ค.60)
สรุปสภาวะตลาดทองคำแท่ง วันที่ 19 มกราคม 2560
สภาวะตลาดวันที่ 19 มกราคม 2560 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,197.31-1,205.22 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 20,150 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวลดลง 150 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 20,300 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.05 น.ของวันที่ 19/01/2560)
แนวโน้มวันที่ 20 มกราคม 2560
นางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวต่อสโมสรคอมมอนเวลธ์แห่งแคลิฟอร์เนีย ในนครซานฟรานซิสโก การรอนานเกินไปก่อนจะเริ่มปรับอัตราดอกเบี้ยเข้าสู่อัตราที่เป็นกลาง อาจเสี่ยงต่อการเผชิญกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันทางลบในอนาคต และกล่าวเสริมว่า เป็นสิ่งที่สมเหตุสมผลที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งถือว่าเป้นการส่งสัญญาณว่า เฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปี 2560 และสิ่งนี้ส่งผลบวกต่อแนวโน้มของดอลลาร์ให้ปรับสูงขึ้น และกระตุ้นให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐดีดตัวขึ้นตามจนกดดันให้ทองคำถูกขายทำกำไรออกมา ประกอบกับแรงซื้อหนุนราคาทองคำยังคงเบาบาง เนื่องจากนักลงทุนยังคงต้องรอดูนโยบายการบริหารประเทศของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในวันศุกร์นี้ และปัจจัยนี้อาจส่งผลให้ตลาดทองคำผันผวนอีกครั้ง โดยดำเนินมาตรการกระตุ้นทางการคลังและมาตรการปรับลดภาษีตามที่เคยให้สัญญาไว้ อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อในสหรัฐ ก็มีแนวโน้มปรับสูงขึ้น หรือไม่ว่าจะเป็นนโยบายกีดกันทางการค้า ซึ่งอาจนำไปสู่การทำสงครามทางการค้าของโลกหรือไม่ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่นักลงทุนกำลังจับตา ในระยะสั้นนักลงทุนอาจติดตามการเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)ของจีนในวันศุกร์นี้ โพลล์รอยเตอร์คาดว่า เศรษฐกิจจีนอาจเติบโต 6.7% ต่อปีในไตรมาส 4/2560 ซึ่งหากออกมาแย่กว่าคาดการณ์จะกระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานสินทรัพย์ปลอดภัยให้ดีดตัวขึ้นอีกครั้ง อย่างไรก็ตามยังเห็นได้ว่ามีแรงขายทองคำออกมาเมื่อราคาขยับขึ้น ประเมินว่าหากราคาทองคำขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,211-1,218 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากไม่สามารถผ่านไปได้ ทำให้ราคาเกิดการอ่อนตัวลง แต่หากการอ่อนตัวของราคาทองคำยังคงสามารถยืนเหนือโซนบริเวณ 1,198-1,187 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้
กลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีแนะนำ สำหรับผู้ที่ไม่มีทองคำในมือ แนะนำให้ลงทุนระยะสั้นโดยรอซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงไปบริเวณแนวรับที่ 1,198-1,187 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้น โดยราคาทองคำมีลักษณะการแกว่งตัวในระยะสั้นเพื่อสะสมกำลัง โดยมีการทรงตัวรักษาระดับไว้ น่าจะพอทำให้ในระยะสั้นนี้ราคาจะเคลื่อนไหวในกรอบ โดยหากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านได้อย่างแข็งแกร่ง นักลงทุนยังต้องระมัดระวังแรงขายทางเทคนิคและนักลงทุนควรตั้งจุดตัดขาดทุนหากราคาหลุดบริเวณแนวรับ เพื่อลดความเสียหายของพอร์ทการลงทุน ในขณะที่นักลงทุนที่มีทองคำในมือ ให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวหรือไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,211-1,218 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แล้วรอไปซื้อคืนบริเวณแนวรับสำคัญ
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,198 (20,050บาท) 1,187 (19,850บาท) 1,180 (19,750บาท)
แนวต้าน 1,218 (20,400บาท) 1,233 (20,650บาท) 1,240 (20,750บาท)
ที่มา:บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
กราฟราคาทองคำ
สภาวะตลาดวันที่ 19 มกราคม 2560 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,197.31-1,205.22 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 20,150 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวลดลง 150 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 20,300 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.05 น.ของวันที่ 19/01/2560)
แนวโน้มวันที่ 20 มกราคม 2560
นางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวต่อสโมสรคอมมอนเวลธ์แห่งแคลิฟอร์เนีย ในนครซานฟรานซิสโก การรอนานเกินไปก่อนจะเริ่มปรับอัตราดอกเบี้ยเข้าสู่อัตราที่เป็นกลาง อาจเสี่ยงต่อการเผชิญกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันทางลบในอนาคต และกล่าวเสริมว่า เป็นสิ่งที่สมเหตุสมผลที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งถือว่าเป้นการส่งสัญญาณว่า เฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปี 2560 และสิ่งนี้ส่งผลบวกต่อแนวโน้มของดอลลาร์ให้ปรับสูงขึ้น และกระตุ้นให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐดีดตัวขึ้นตามจนกดดันให้ทองคำถูกขายทำกำไรออกมา ประกอบกับแรงซื้อหนุนราคาทองคำยังคงเบาบาง เนื่องจากนักลงทุนยังคงต้องรอดูนโยบายการบริหารประเทศของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในวันศุกร์นี้ และปัจจัยนี้อาจส่งผลให้ตลาดทองคำผันผวนอีกครั้ง โดยดำเนินมาตรการกระตุ้นทางการคลังและมาตรการปรับลดภาษีตามที่เคยให้สัญญาไว้ อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อในสหรัฐ ก็มีแนวโน้มปรับสูงขึ้น หรือไม่ว่าจะเป็นนโยบายกีดกันทางการค้า ซึ่งอาจนำไปสู่การทำสงครามทางการค้าของโลกหรือไม่ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่นักลงทุนกำลังจับตา ในระยะสั้นนักลงทุนอาจติดตามการเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)ของจีนในวันศุกร์นี้ โพลล์รอยเตอร์คาดว่า เศรษฐกิจจีนอาจเติบโต 6.7% ต่อปีในไตรมาส 4/2560 ซึ่งหากออกมาแย่กว่าคาดการณ์จะกระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานสินทรัพย์ปลอดภัยให้ดีดตัวขึ้นอีกครั้ง อย่างไรก็ตามยังเห็นได้ว่ามีแรงขายทองคำออกมาเมื่อราคาขยับขึ้น ประเมินว่าหากราคาทองคำขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,211-1,218 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากไม่สามารถผ่านไปได้ ทำให้ราคาเกิดการอ่อนตัวลง แต่หากการอ่อนตัวของราคาทองคำยังคงสามารถยืนเหนือโซนบริเวณ 1,198-1,187 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้
กลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีแนะนำ สำหรับผู้ที่ไม่มีทองคำในมือ แนะนำให้ลงทุนระยะสั้นโดยรอซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงไปบริเวณแนวรับที่ 1,198-1,187 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้น โดยราคาทองคำมีลักษณะการแกว่งตัวในระยะสั้นเพื่อสะสมกำลัง โดยมีการทรงตัวรักษาระดับไว้ น่าจะพอทำให้ในระยะสั้นนี้ราคาจะเคลื่อนไหวในกรอบ โดยหากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านได้อย่างแข็งแกร่ง นักลงทุนยังต้องระมัดระวังแรงขายทางเทคนิคและนักลงทุนควรตั้งจุดตัดขาดทุนหากราคาหลุดบริเวณแนวรับ เพื่อลดความเสียหายของพอร์ทการลงทุน ในขณะที่นักลงทุนที่มีทองคำในมือ ให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวหรือไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,211-1,218 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แล้วรอไปซื้อคืนบริเวณแนวรับสำคัญ
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,198 (20,050บาท) 1,187 (19,850บาท) 1,180 (19,750บาท)
แนวต้าน 1,218 (20,400บาท) 1,233 (20,650บาท) 1,240 (20,750บาท)
ที่มา:บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
กราฟราคาทองคำ






