thansettakij
thansettakij
สรุปมติคณะรัฐมนตรี(17 ม.ค.60)

สรุปมติคณะรัฐมนตรี(17 ม.ค.60)

17 ม.ค. 60 | 10:28 น.
อัปเดตล่าสุด :17 ม.ค. 60 | 17:34 น.
ยกเว้นภาษีน้ำท่วมใต้ ซ่อมบ้าน 1 แสน-รถยนต์ 3 หมื่น  

ที่ประชุม ครม.(17 ม.ค.60) อนุมัติมาตรการยกเว้นภาษีเพื่อช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบอุทกภัยในภาคใต้ 2 มาตรการ ประกอบด้วย 1.มาตรการยกเว้นภาษีสำหรับค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมอสังหาริมทรัพย์โดยกำหนดให้มีการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ให้กับผู้มีเงินได้ที่เป็นบุคคลธรรมดาสำหรับเงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นค่าซ่อมแซม หรือค่าวัสดุ หรืออุปกรณ์ในการซ่อมแซมอสังหาริมทรัพย์ หรือ ทรัพย์สินที่ประกอบติดตั้ง ในลักษณะถาวรกับตัวอาคาร หรือในที่ดินอันเป็นที่ตั้งของอาคาร หรือในการซ่อมแซมห้องชุดในอาคาร หรือทรัพย์สินที่ประกอบติดตั้งในลักษณะถาวรกับห้องชุดที่ได้จ่ายระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2559- 31 พฤษภาคม 2560 ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่รวมกันทั้งหมดแล้วไม่เกิน 1 แสนบาท  2.มาตรการยกเว้นภาษีสำหรับค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมรถยนต์ กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้กับผู้มีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับเงินได้เท่าที่จ่ายจริงเป็นค่าซ่อมแซมหรือค่าวัสดุหรืออุปกรณ์ในการซ่อมแซมรถยนต์ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์หรือกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก หรืออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกในรถที่ได้รับความเสียหาย จากอุกทกภัยที่ได้จ่ายระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2559 -31 พฤษภาคม 2560 ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่รวมกันทั้งหมดแล้วไม่เกิน 30,000 บาท

เห็นชอบจัดทำงบรายจ่ายเพิ่มเติมปี 60 วงเงิน 1.9 แสนล.

ที่ประชุม ครม.(17 ม.ค.60) มีมติเห็นชอบการจัดทำงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2560 วงเงิน 1.9 แสนล้านบาท ประกอบด้วย 1.งบกลาง รายการเงินสำรองเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น 22,921.72 ล้านบาท 2.กองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย 1 หมื่นล้านบาท 3.กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ 1.5 หมื่นล้านบาท 4.รายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง 27,079.28 ล้านบาท และ5.ค่าใช้จ่ายตามแผนงานบูรณาการเสริมสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจภายในประเทศ 115,000 ล้านบาท โดยสามารถแบ่งออกเป็น 1.งบกลาง รายการค่าใช้จ่ายส่งเสริมและสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจภายในประเทศ 1.5 หมื่นล้านบาท 2.โครงการตามแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดตามแนวทางการสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจภายในประเทศ 8 หมื่นล้านบาท อาทิ การเพิ่มศักยภาพภาคอุตสาหกรรม การค้าและการลงทุน การเพิ่มศักยภาพภาคการเกษตร และโครงการพัฒนาพิเศษขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ต้องมีการจัดทำแผนระยะปานกลาง และจัดทำแผนปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณใช้ชัดเจน เช่น เนรมิตอยุธยา การพัฒนาบึงสีไฟ การก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า เป็นต้น และกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ 2 หมื่นล้านบาท

ขึ้นบัญชีควบคุม ชำระเงินผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส-บริการส่งสินค้าออนไลน์

ที่ประชุม ครม.(17 ม.ค.60) เห็นชอบการพิจารณาให้เพิ่มสินค้าและบริการควบคุมจากเดิม 45 รายการเป็น  47 รายการประจำปี 2560 ในกลุ่มบริการอีก 2 รายการ ได้แก่ บริการรับชำระเงิน ณ จุดบริการ และบริการขนส่งสินค้าธุรกิจออนไลน์ เนื่องจากประชาชนใช้บริการเพิ่มมากขึ้น  อย่างไรก็ดี ขณะนี้ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ อยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียดต่างๆ คาดว่า จะแล้วเสร็จได้ภายใน 1 เดือนนี้

มาตรการภาษี-การเงิน หนุนไทยเป็นศูนย์กลางค้าอัญมณีโลก

ที่ประชุม ครม.(17 ม.ค.60) เห็นชอบมาตรการสนับสนุนให้ไทยเป็นศูนย์กลางค้าอัญมณีและเครื่องประดับของโลก โดยเห็นชอบมาตรการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ ดังนี้  มาตรการทางภาษี กำหนดให้ผู้ประกอบการสามารถหักรายจ่ายได้ 2 เท่าของรายจ่ายประเภทเงินเดือนและค่าจ้างของแรงงาน เป็นเวลา 3 รอบระยะเวลาบัญชี มาตรการทางการเงิน โดยขยายเวลาดำเนินการมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อปรับเปลี่ยนเครื่องจักร และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสำหรับเอสเอ็มอี โดยสามารถยื่นขอสินเชื่อภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2560 หรือจนกว่าวงเงินที่กำหนดไว้จะถูกจัดสรรหมด เป็นต้น

ไฟเขียวร่างกม.สหกรณ์- ร่างกม.คณะกรรมการ ค.ท.ช.

ทีประชุม ครม.(17 มกราคม) อนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) สหกรณ์ โดยสาระสำคัญเป็นการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายเดิมปี 2542 และแก้ไขเพิ่มเติม โดยกำหนดให้กองทุนพัฒนาสหกรณ์ให้ความช่วยเหลือด้านการเงินแก่บรรดาสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร กำหนดเรื่องสมาชิกสมทบเพื่อปลูกฝังอุดมการณ์สหกรณ์ให้แก่เด็กและเยาวชน ให้มีทุนรักษาเสถียรภาพระบบสหกรณ์เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านการเงินแก่บรรดาสหกรณ์ที่ขาดสภาพคล่อง หรือไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนต่างๆได้ กำหนดเรื่องการควบรวมสหกรณ์เพื่อสร้างความเข้มแข็ง และปรับปรุงอัตราโทษให้เหมาะสมกับสภาพการณ์ปัจจุบัน

นอกจากนี้ยังมีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. …. เพื่อให้เกิดความยั่งยืนถาวรในการทำงาน ของคณะกรรมการชุดดังกล่าว โดยกำหนดให้ นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีเลขาธิการ คทช.เป็นกรรมการและเลขานุการ ซึ่งต้องมีการพิจารณาจัดหาบุคคลดังกล่าว โดยมีอำนาจหน้าที่นำเสนอแนวทางในบริหารจัดการที่ดินโดยคำนึงถึงแผนงานต่างๆที่มีอยู่ให้กับ ครม.เพื่อออกกฎหมาย คำสั่ง ซึ่งต้องสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นต้น